5 เทคนิควิธีเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อออร์เดอร์ (AOV) สำหรับร้านอาหาร
  1. 5 เทคนิควิธีเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อออร์เดอร์ (AOV) สำหรับร้านอาหาร

5 เทคนิควิธีเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อออร์เดอร์ (AOV) สำหรับร้านอาหาร

เปิดเทคนิคเพิ่มยอดขายต่อออร์เดอร์ เริ่มต้นง่าย ยอดขายพุ่ง!
writerProfile
18 ต.ค. 2022 · โดย

“ยอดขาย” เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการวัดผลของการทำธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้าจึงมักจะหาเทคนิคต่าง ๆ มาปรับใช้ให้ยอดขายของร้านดีขึ้น

วันนี้ Wongnai for Business เรามีอีกหนึ่งเทคนิคที่จะช่วยร้านอาหารเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น มาแชร์กัน

5-aov-techniques

 “เทคนิคเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อออร์เดอร์” (AOV: Average Order Value) คือ เทคนิคที่จะทำให้ลูกค้าหนึ่งคนซื้อของต่อครั้งโดยเฉลี่ยมูลค่าสูงขึ้น และเมื่อยอดขายเฉลี่ยต่อครั้งสูงขึ้น ก็จะช่วยให้ร้านกระตุ้นยอดขายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงรู้หลัก 5 ข้อนี้ 

1. จัดลำดับเมนูใหม่โดยให้เมนูแพงขึ้นก่อน (Rearrange Menu)

การเพิ่มยอดขายต่อออร์เดอร์สามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการจัดลำดับเสนอขายของแพงก่อน หรือสร้างหมวดหมู่ให้กับอาหารที่ราคาสูง เพื่อดึงดูดสายตาลูกค้า ทำให้เมนูที่มีราคาสูงโดดเด่นกว่าเมนูอื่น ๆ ยกระตุ้นยอดขายเมนูที่มีราคาสูงได้

ตัวอย่างการสร้างหมวดหมู่อาหารสำหรับอาหารที่ราคาสูง:

  • หมวดหมู่เมนูขายดี
  • หมวดหมู่เมนูแนะนำ
  • หมวดหมู่น่าลอง

2. เสนอขายของเพิ่มหลังเลือกซื้อ (Upselling & cross-selling)

เทคนิคสุดคลาสสิกในการเพิ่มยอดขาย คือ เทคนิคการเสนอขายเพิ่มเติมหลังจากที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อของอย่างหนึ่งไปแล้ว ซึ่งหัวใจสำคัญของการใช้เทคนิคนี้ คือ การเชิญชวนให้ลูกค้าซื้อของมากขึ้นกว่าที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก แต่ในขณะเดียวกันต้องทำให้ลูกค้ารู้สึกพึงพอใจกับตัวเลือกมากขึ้น เช่น ซื้อแล้วคุ้มกว่าเดิม

ตัวอย่างการเสนอขายของเพิ่มหลังเลือกซื้อ:

  • เทคนิค Upselling = เพิ่มตัวเลือกพิเศษ เช่น พิเศษเพิ่มหมู +10 บาท หรือพิเศษเพิ่มลูกชิ้น + 20 บาท
  • เทคนิค Cross-selling = เพิ่มตัวเลือกเมนูที่น่าจะกินด้วยกัน/ต่อกันได้ เช่น ขายส้มตำ เพิ่มลาบ หรือน้ำตก หรืออาหารคาว อาจเพิ่มด้วยเครื่องดื่มหรือของหวานได้

3. จัดเซตเมนูเพื่อขายของเพิ่ม (Set Menu)

การจัดเซตเมนู เป็นอีกหนึ่งในเทคนิคที่จะเพิ่มยอดต่อออร์เดอร์ได้ง่าย ๆ โดยจากเดิมที่ลูกค้าอาจจะซื้อเมนูเดียว ลูกค้าก็ซื้อเพิ่มมากขึ้นได้ โดยหัวใจสำคัญของการจัดเซตเมนู คือ เมนูเซตต้องคุ้มค่ากว่าเมนูปกติ

ตัวอย่างการจัดเซตเมนูเพื่อขายของเพิ่ม:

  • เซตอิ่มครบจบมื้อ = จับเมนูที่กินด้วยกันมาเข้าเซต หรือจับเมนูขายไม่ดีคู่กับเมนูขายดี เพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าอยากสั่งเนื่องจากความคุ้มค่า และเพิ่มยอดขาย
  • เซตดูโอ้ กินคู่กัน = จับคู่เมนูที่คนมักกินคู่กัน มาขายพร้อมกัน เช่น ข้าวแกง + ไข่เจียว, ปังปิ้ง + ชาเย็น
  • เซตอาหารหลักกับเครื่องดื่ม = จับคู่เมนูอาหารกับเครื่องดื่ม เช่น ’โค้ก’ ในราคาที่ถูกกว่าซื้อแยก เป็นวิธีการกระตุ้นการสั่งซื้อที่ง่ายที่สุด ด้วยโค้กที่เป็นเครื่องดื่มที่ดื่มได้คู่กับหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นอาหารไทย อย่าง อาหารอีสาน อาหารฝรั่ง อย่างสเต็ก พิซซ่า หรืออาหารเกาหลี อย่างไก่ทอด ก็ชื่นใจแน่นอน

จัดเซตคู่เครื่องโค้กเพิ่มยอดต่อออร์เดอร์ได้ง่าย ๆ ด้วย ‘อร่อยซ่าคู่โค้ก’

นอกจากจะได้เพิ่มยอดต่อออร์เดอร์แล้ว ยังมี ‘มื้อพิเศษอร่อยซ่าคู่โค้ก’ แคมเปญสุดปังที่ให้สิทธิพิเศษสำหรับร้านค้าที่จัดเซตขายเมนูคู่โค้กเพิ่มอีก ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดค่าอาหาร 30 บาทสำหรับลูกค้าที่จะช่วยเพิ่มยอดออร์เดอร์ให้กับร้านค้า เครดิตโฆษณาสำหรับใช้ทำโฆษณาเพิ่มการมองเห็นร้านค้า พื้นที่โฆษณาร้านบนหน้าแรกของแอปฯ LINE MAN และได้รับการโปรโมทร่วมกิจกรรมในช่องทางสื่อของ โค้ก, LINE MAN และ Wongnai เรียกได้ว่าเป็นการจัดเซตเพิ่มยอดที่เพิ่มได้มากกว่ายอดไปเลย

อ่านรายละเอียด ‘มื้อพิเศษอร่อยซ่าคู่โค้ก’ ได้ที่นี่ 

เมนูไหน จัดเซตคู่โค้กแล้วเพิ่มความปัง

โดยร้านค้าเข้าร่วมใหม่ไม่ต้องกังวลเลย ไม่ว่าจะเมนูไหนก็จับเซตคู่โค้กได้ง่าย ๆ เช่น เมนูอร่อยสุดฮิตคู่โค้ก เมนูอาหารจานหลัก อาหารจานรองคู่โค้ก หรือสามารถดูตัวอย่างการจัดเซตเมนูต่าง ๆ จากร้านดังที่ประสบความสำเร็จจากแคมเปญอร่อยซ่าคู่โค้กจนได้ยอดขายปังถล่มทลาย เพิ่มยอดขายต่อบิล และการมองเห็นร้านค้า โดยคลิกที่นี่ หรือ ดูวิดิโอไอเดียวิธีจัดเซตโปรขายคู่โค้ก

4. เพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้าบวกเพิ่ม (Add On Option)

อีกหนึ่งเทคนิคการสร้างยอดเฉลี่ยต่อออร์เดอร์เพิ่มขึ้น คือ การเพิ่มตัวเลือกให้ลูกค้า กด “Add on” หรือ “บวกเพิ่ม” หลังจากที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อเมนูใดเมนูหนึ่งไปแล้ว ช่วยเพิ่มกระตุ้นให้ลูกค้าสั่งซื้อเพิ่มขึ้น

ตัวอย่างเมนูที่สามารถเพิ่ม “ตัวเลือกเพิ่มเติม”:

  • เพิ่มตัวเลือกในเมนูเครื่องดื่ม เช่น เพิ่มไข่มุก, เพิ่มวิปปิ้งครีม, เพิ่มซ็อตกาแฟ
  • เพิ่มตัวเลือกในเมนูก๋วยเตี๋ยว เช่น เพิ่มเส้น, เพิ่มลูกชิ้น, เพิ่มหมู
  • เพิ่มตัวเลือกในเมนูตามสั่ง เช่น เพิ่มเมนูไข่ต่าง ๆ
  • เพิ่มตัวเลือกเมนูส้มตำ และยำ เช่น เพิ่มแคปหมู, เพิ่มหมูยอ, เพิ่มไข่ดอง

5. คิดเมนูใหม่ที่ราคาสูงขึ้น (New Menu, New Price)

อยากทำยอดขายให้สูงขึ้น ก็ขายของแพงขึ้น! โดยการปรับปรุงเมนูใหม่สามารถช่วยเพิ่มราคาให้สูงขึ้นได้ เทคนิคนี้เป็นเทคนิคการเเพิ่มตัวเลือกที่มีราคาสูงขึ้น เพิ่มสัดส่วน และโอกาสที่ลูกค้าจะซื้อของในมูลค่าที่สูงมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าเฉลี่ยต่อออร์เดอร์ให้ร้านได้ ทั้งนี้ อย่าลืมว่า เมนูใหม่ของร้านที่ตั้งราคาสูงขึ้น ก็ต้องมาพร้อมปริมาณ ความอร่อย หรือความคุ้มค่าที่มากข้ึนเช่นกัน ไม่ใช่เอาเมนูเดิมมาเปลี่ยนชื่อแล้วขึ้นราคาเท่านั้น

ตัวอย่างการปรับปรุงเมนูใหม่:

  • อัปเกรดวิธีการปรุงแล้วเปลี่ยนชื่อเมนู เช่น จากเดิมขาย “ข้าวไข่เจียว 40 บาท” ก็เพิ่มเมนู “ข้าวไข่เจียวกร๊อบกรอบ 50 บาท” หรือจากเดิมขายซูชิ ก็อาจเพิ่มเมนู ซูชิทอด ที่ราคาสูงข้ึนเล็กน้อยเข้ามาก็ได้
  • เติมวัตถุดิบ เพิ่มมูลค่า เช่น จากเดิมร้านอาจจะขายเมนู “ข้าวหน้าหมู ทงคัตซึ 79 บาท” เอาหมูมาคลุกผงยำ ทำนำ้จิ้มแจ่วเพิ่ม จัดผักเพิ่มให้เล็กน้อย ได้เมนูใหม่ “ข้าวทงคัตซึ อีสานลำซิ่ง 99 บาท” 

หลังจากรู้จัก 5 เทคนิคเพิ่มยอดขายเฉลี่ยต่อออร์เดอร์ที่เอามาฝากกันแล้ว หวังว่าพี่ ๆ เจ้าของร้านค้าจะมีไอเดียในการเอาเทคนิคไปปรับใช้กับร้านบ้างแล้ว ซึ่งเทคนิคที่รวบรวมมา บอกได้เลยว่าเหมาะมาก ๆ กับร้านอาหารที่ประสบปัญหาหาลูกค้าใหม่ลำบาก เทคนิคเหล่านี้จะช่วยเพิ่มยอดขายให้ได้จากฐานลูกค้าที่น่ารักคนเดิมของร้าน

หากพี่ ๆ ร้านค้าใดที่สนใจอยากเริ่มต้นทำโปรโมชันกับอร่อยซ่าคู่โค้ก สามารถดูรายละเอียด และสมัครเข้าร่วม “มื้อพิเศษอร่อยซ่าไปกับโค้ก” ได้ที่นี่ คลิก

อ่านเทคนิคการตลาดร้านอาหาร และเทคนิคการจัดเซตคู่โค้กอื่น ๆ ได้ที่นี่:

ล้วงเหตุผล ทำไมร้านเดลิเวอรีถึงควรมีโค้ก

สอนฟรี! วิธีทำภาพเมนูเด็ดคู่โค้ก

3 เทคนิคตั้งชื่อเซตเมนูตามหลักจิตวิทยา