เคยสงสัยกันไหมว่า ร้านอาหารแต่ละร้าน มีวิธีการตั้งราคาอาหารยังไงบ้าง? วันนี้ Wongnai for Business จึงอยากมาแชร์ เทคนิคการตั้งราคาอาหารอย่างง่าย เพราะ การตั้งราคาอาหาร เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้ร้านอาหาร มี “กำไร” จะมีเทคนิคการตั้งราคาที่น่าสนใจแบบไหนบ้าง ตามมาดูกันครับ
เทคนิคการตั้งราคาตามต้นทุนของสินค้า
การตั้งราคาอาหารตามต้นทุนของสินค้าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ผู้ประกอบการร้านอาหารนิยมใช้กันเป็นจำนวนมากครับ โดยทั่วไปจะ ตั้งราคาขายจากต้นทุนวัตถุดิบอยู่ที่ 30 - 35% ซึ่งก่อนที่เราจะตั้งราคาขายได้ เราจะต้องรู้จำนวนต้นทุนทั้งหมดก่อน ถึงจะนำมาคำนวณได้
สูตรในการคำนวณ คือ ต้นทุนอาหารต่อจาน + (กำไรที่ต้องการ% * ต้นทุนอาหารต่อจาน)
- เช่น ยำหมูยอไข่แดงเค็ม ต้นทุนอาหารอยู่ที่ 100 บาท ต้องการกำไรอยู่ที่ 30%
ดังนั้น เมื่อนำต้นทุนอาหารมาคำนวณตามสูตร จะได้ราคาอาหารอยู่ที่ 100 + (30% x 100) = 130 บาทครับ

เทคนิคการตั้งราคาตามคู่แข่ง
การตั้งราคาอาหารตามคู่แข่งเราจำเป็นที่จะต้องศึกษาราคาเมนูคู่แข่งตามท้องตลาด ที่มีกลุ่มเป้าหมาย หรือลูกค้ากลุ่มคล้ายกัน เพื่อให้เราสามารถตั้ง ราคาเมนูอาหารได้ ในการศึกษาคู่แข่งก็สามารถทำได้ไม่ยากครับ เช่น การดูเมนูอาหารที่คล้ายกัน เพื่อนำมาเปรียบเทียบและตั้งราคา โดยเราสามารถตั้งราคาให้สูง หรือ ต่ำกว่าคู่แข่งได้ หากพูดให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ
- ร้านตั้งราคาอาหารต่ำกว่าคู่แข่ง แต่ปริมาณเท่าเดิม
- ร้านตั้งราคาอาหารสูงกว่าคู่แข่ง แต่คุณภาพ หรือ ปริมาณดีกว่า
ซึ่งกลยุทธ์การตั้งราคาเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ จะช่วยให้เราสามารถ ดึงดูดลูกค้าได้เช่นกันครับ

เทคนิคการตั้งราคาตามกำลังจ่ายของลูกค้า
การตั้งราคาตามกำลังจ่ายของลูกค้าเราต้องมองข้ามเรื่องต้นทุน หรือราคาขายของคู่แข่งไปได้เลย! พูดง่าย ๆ คือทริคนี้เป็นทริคที่ตั้งราคาตามใจเรา ด้วยการ “สร้างคุณค่า” ให้ร้านของเรา โดยผ่านการคาดการณ์ล่วงหน้าว่า ลูกค้าจะยอม จ่ายให้เรา มากที่สุดเท่าไหร่? โดยอิงจากปัจจัยต่างๆ เพื่อยกระดับราคาอาหารให้สูงกว่าท้องตลาดทั่วไป
- เช่น บรรยากาศภายในร้าน คุณภาพของวัตถุดิบ รวมไปถึง เมนูสุดพิเศษจากทางร้าน

เทคนิคการตั้งราคาขายอาหารเบื้องต้นสำหรับเดลิเวอรี
จากการสำรวจความเห็นผู้ประกอบร้านอาหาร เราได้รวม 2 เทคนิคยอดฮิต! ที่ผู้ประกอบร้านอาหารเลือกใช้ในการตั้งราคาอาหารสำหรับเดลิเวอรี
1การตั้งราคาอาหารผ่านเดลิเวอรี่ ให้เท่ากับ ราคาอาหารหน้าร้าน
อีกหนึ่งเทคนิคสุดฮิต ที่เจ้าของร้านหลายๆร้านเลือกใช้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า แม้จะต้องแบกรับต้นทุนการบริการที่สูงกว่าก็ตาม โดยสิ่งที่หลายๆร้านค้ามักทำ คือ การจำกัดปริมาณอาหารในเดลิเวอรีจากปริมาณอาหารหน้าร้าน
- เช่น ปริมาณยำหมูยอไข่แดงเค็มที่หน้าร้านอยู่ที่ 420 กรัม
เราอาจจำกัดปริมาณยำหมูยอไข่แดงเค็มในเดลิเวอรีเหลือเพียง 300 กรัม เพื่อให้เรายังคงมีกำไร เป็นต้น ซึ่งทางร้านสามารถกำหนดได้
2การจัดโปรโมชันส่งเสริมการขาย
ไม่ว่าจะเป็นการตั้งราคาขายให้สูงขึ้น แล้วลดราคาอาหารให้ดูน่าสนใจ ให้เรามีกำไรและสามารถดึงดูดผู้บริโภคให้เกิดความสนใจพร้อมๆ กัน หรือ การจับคู่โปรโมชั่นสินค้า เพื่อดึงดูดลูกค้าและส่งเสริมยอดคำสั่งซื้อในเดลิเวอรีให้มากขึ้น
เช่น ราคายำหมูยอไข่แดงเค็มในเดลิเวอรีอยู่ที่ 172 บาท เราอาจตั้งราคาขาย 200 บาท แล้วลด 10%
ราคาขายจริงในเดลิเวอรีจึงอยู่ที่ 200 - (10% * 200) = 180 บาท และได้กำไรเพิ่มจากราคาขายจริงอยู่ 180 - 172 = 8 บาทครับ

สำหรับเทคนิคการตั้งราคาอาหาร ไม่มีสูตรตายตัว อยู่ที่จะร้านจะปรับใช้ครับ แต่จากการสอบถามจากผู้ประกอบการร้านอาหารทั่วประเทศไทยในกลุ่ม “ครอบครัวร้านอาหาร LINE MAN Wongnai” พบว่าผู้ประกอบการกว่า 80% ในกลุ่ม มีการใช้เทคนิคการตั้งราคาอาหาร ตามต้นทุนของสินค้าครับ ซึ่งเพื่อนๆ สามารถพูดคุย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของของ “ครอบครัวร้านอาหาร LINE MAN Wongnai” ได้ที่นี่ครับ
ติดตามข้อมูลข่าวสารดีๆ สำหรับเจ้าของธุรกิจ และผู้ประกอบการได้ที่ : Facebook Wongnai for Business


