- “dash.space” พื้นที่สีขาวที่เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ ท่ามกลางสวนสีเขียวร่มรื่น เป็นทั้งคาเฟ่ บาร์ สตูดิโอถ่ายรูป และแกลเลอรี
- ตัวร้านออกแบบให้มีลักษณะเป็นพื้นที่เปิดโล่ง โปร่ง สบาย สามารถมาพักผ่อน นั่งทำงาน หรือจัดอิเวนต์เล็ก ๆ ที่นี่พร้อมตอบโจทย์ได้ทุกความต้องการ
- ผมมีแผนจะรีโนเวทร้าน “dash.space” ในปีหน้า ในการเลือกใช้สีผมให้ความสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของคนที่เข้ามาใช้พื้นที่กับการใช้งานจริงในระยะยาว ผมจึงเลือกใช้ “ผลิตภัณฑ์ของ TOA”
ถ้าคุณกำลังมองหาคาเฟ่ในย่านรามอินทราเพื่อพักผ่อนหย่อนใจและหลีกหนีจากความวุ่นวายในเมือง “dash.space” คือหนึ่งในลิสต์ที่ไม่ควรพลาด ที่นี่เป็นมากกว่าคาเฟ่ แต่คือพื้นที่รวมไลฟ์สไตล์ย่านรามอินทรา โดดเด่นด้วยพื้นที่สีขาวสะอาดตา โปร่งโล่ง ท่ามกลางสวนสีเขียว บรรยากาศดี ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ เป็นทั้งคาเฟ่ บาร์ ร้านกาแฟ สตูดิโอถ่ายรูป และแกลเลอรี สามารถมาพักใจในวันสบาย ๆ นั่งทำงาน หรือจัดอิเวนต์เล็ก ๆ ได้ ในส่วนเมนูเครื่องดื่มไม่ว่าจะเป็นคอกาแฟหรือสาย Non-Coffee ก็มีเมนูหลากหลายพร้อมตอบโจทย์ ด้วยเสียงบอกต่อและการแชร์ความประทับใจแบบปากต่อปาก ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายยอดฮิตอย่างรวดเร็ว แถมยังเป็น Pet Friendly พาน้อง ๆ มาเที่ยวเล่นได้ด้วย โดยวันนี้เราจะพาไปพูดคุยกับ คุณนนทน์ พงศ์ไพโรจน์ เจ้าของร้าน “dash.space” ถึงจุดเริ่มต้นและแผนธุรกิจที่ตั้งใจให้พื้นที่แห่งนี้เป็นมากกว่าแค่คาเฟ่ทั่วไป ตามมาพูดคุยกับทางร้านกันค่ะ
จุดเริ่มต้นของร้าน “dash.space”

คุณนนทน์ พงศ์ไพโรจน์ เจ้าของร้าน “dash.space” ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของร้านให้เราฟังว่า ที่นี่เปิดมาประมาณ 3 ปีแล้ว จุดเริ่มต้นมาจากความตั้งใจที่อยากเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กรุงเทพฯ เพื่อให้คนได้หลีกหนีความวุ่นวายมาพักผ่อนในบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลาย โดยเน้นการออกแบบที่เปิดโล่ง โปร่งสบาย ด้วยโทนสีขาวที่ดูสะอาดตา ซึ่งเราตั้งใจให้พื้นที่นี้ใช้งานได้หลากหลาย ไม่จำกัดแค่การเป็นคาเฟ่ แต่ต้องรองรับคนได้ทุกกลุ่ม ทั้งมานั่งทำงาน คุยงาน หรือจัดอิเวนต์ โดยให้ความรู้สึกที่สบายและไม่กดดันครับ


ส่วนที่ร้านเริ่มเป็นที่รู้จัก ผมมองว่ามาจากการบอกต่อแบบปากต่อปากครับ เพราะคนที่มาจะสัมผัสได้ว่าเราไม่ได้ตั้งใจแค่ทำร้านให้สวย แต่เราออกแบบมาให้ใช้งานได้จริง เมื่อเกิดการใช้งานจริงทั้งการนั่งทำงานหรือจัดอิเวนต์ คนก็เริ่มแชร์ต่อกันจนทำให้ร้านเป็นที่รู้จักมากขึ้นครับ
จุดเด่นและหัวใจของร้าน
ถ้าถามว่าจุดเด่นของ “dash.space” คืออะไร ผมว่ามันเริ่มจากเรื่องพื้นที่ครับ เราออกแบบร้านให้คนใช้งานได้จริง นั่งทำงานได้ คุยงานได้ หรือจะมานั่งเฉย ๆ ก็ไม่รู้สึกอึดอัด พื้นที่มันเลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ พอคนใช้แล้วรู้สึกสบาย เขาก็กลับมาใช้ซ้ำ ไม่ได้มาครั้งเดียวแล้วจบ ความแตกต่างของร้านเราคือการสร้างพื้นที่ไว้ 80% และเปิดโอกาสให้อีก 20% ถูกเติมเต็มด้วยตัวตนและผลงานของลูกค้าเอง ให้ลูกค้าสามารถมาสร้างอิเวนต์ สร้างผลงานของตัวเอง ในธีมของตัวเอง เติมเต็มส่วนเหล่านี้ให้แบบของตัวเองได้
เมนูแนะนำ
สำหรับเมนูเครื่องดื่มเรายังคงยึดถือคอนเซปต์ความเรียบง่ายที่สอดคล้องไปกับพื้นที่ เพื่อให้ลูกค้าดื่มแล้วรู้สึกสบาย แต่ในขณะเดียวกันเราก็ใส่ดีเทลพิเศษลงไปเพื่อสร้างความแปลกใหม่ เรามีเมนูที่หลากหลายเพื่อรองรับลูกค้าทุกกลุ่ม ทั้งกาแฟ ชา มัตจะ โกโก้ และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเราก็มีบริการ

อย่างเมนู “On The Rock” เมนูพิเศษของทางร้าน เป็นกาแฟ Fancy ที่ดึงเอาเทคนิคจากฝั่ง Mixology ของบาร์เทนเดอร์มาปรับใช้ ผ่านกรรมวิธีกลั่นพิถีพิถันนานกว่า 1 วัน เพื่อกรองเอาความขมและฝาดออก จนได้กาแฟแฟนซีที่นุ่ม เบา กลมกล่อม ดื่มง่าย รู้สึกผ่อนคลาย

เมนูต่อมาคือ “Midnight Cloud” กาแฟผสมน้ำแอปเปิล เติมโซดาให้มีความซ่า แล้วท็อปด้วยโฟมยูซุนุ่ม ๆ


สำหรับคนรักมัตจะ ต้องลอง “Matcha Coconut” เมนูที่เน้นความสดชื่น ความหอมหวานของน้ำมะพร้าว ผสานกับมัตจะได้อย่างลงตัว ถ้าใครไม่ดื่มกาแฟก็มีเมนู “Sour Passion” มีส่วนผสมของสับปะรดกับเสาวรส ใช้เทคนิคแบบ Mixology รสจะชัด แต่ยังดื่มง่าย

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวานเอาใจสายเฮลธีอย่าง “Acai Bowl” ที่อัดแน่นไปด้วยผลไม้สดและธัญพืช หวานกำลังดี
ทำไมเลือกใช้ “ผลิตภัณฑ์ของ TOA”
จริง ๆ แล้วผมมีแผนจะรีโนเวทร้าน “dash.space” ในปีหน้าอยู่แล้วครับ โดยตั้งใจจะปรับบรรยากาศและฟังก์ชันของร้านทั้งภายในและภายนอกให้ดียิ่งขึ้น

พอเริ่มวางแผน สิ่งที่ผมให้ความสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของคนที่เข้ามาใช้พื้นที่ เพราะ “dash.space” เป็นพื้นที่เปิดกว้างสำหรับคนทุกวัย ตั้งแต่เด็กเล็กไปจนถึงวัยทำงาน และหลายคนก็เลือกที่จะใช้เวลาอยู่ที่ร้านนาน ๆ การดูแลสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการใช้งานและเป็นมิตรต่อสุขภาพลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่ผมให้ความสำคัญมาก
ด้วยเหตุนี้หลักในการเลือกใช้สีของผม จึงต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และความเหมาะสมกับการใช้งานจริงในระยะยาว ผมจึงเลือกใช้ “ผลิตภัณฑ์ของ TOA” เพราะเชื่อมั่นในคุณภาพที่ช่วยให้สีสวยสดใส ทนทานต่อการใช้งาน และคงสภาพความใหม่ได้ ยาวนานหลายปี ทำให้ไม่ต้องรีโนเวทบ่อย ๆ ตอบโจทย์การใช้งานจริงในระยะยาวครับ

สำหรับงานภายใน ผมเลือกใช้ “TOA Organic Care” เพราะเป็นสีน้ำอะคริลิกที่มีส่วนผสมจากพืช มีกลิ่นอ่อน มั่นใจได้ว่าปลอดภัยและเป็นมิตรกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในร้าน

ส่วนงานภายนอกผมใช้ “TOA SuperShield” เพื่อให้ร้านทนต่อสภาพแวดล้อมอากาศบ้านเรา ช่วยให้ผนังดูใหม่และทำความสะอาดง่ายอยู่เสมอ และที่สำคัญคือเป็นสูตรสีน้ำที่แห้งไว ไร้กลิ่นฉุน
ถึงแม้ตอนนี้ร้านจะยังไม่ได้เริ่มทาสีใหม่ แต่สำหรับผมการวางแผนล่วงหน้าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะผมอยากมั่นใจว่าทุกรายละเอียด ตั้งแต่คุณภาพของสีที่เลือกไปจนถึงบรรยากาศโดยรวมจะปลอดภัยต่อทุกคน ทนทานในระยะยาว และสามารถสะท้อนตัวตนของ “dash.space” ออกมาให้ชัดเจนที่สุดเพื่อลูกค้าของเราครับ

ไม่ว่าคุณจะมองหาสถานที่จัดงานอิเวนต์ แฟชั่นโชว์ สตูดิโอถ่ายรูป หรือเพียงแค่ต้องการพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ “dash.space” พร้อมต้อนรับเสมอครับ ที่นี่เรามีทั้งคาเฟ่ บาร์ สตูดิโอ รับจัดงานอิเวนต์ และยังเป็น Pet Friendly สามารถพาน้องหมาและน้องแมวมาเที่ยวเล่นได้อีกด้วย
สามารถติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ของ TOA ได้ที่ Facebook : TOA
และอย่าลืมติดตามข้อมูลข่าวสารดี ๆ สำหรับเจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการได้ที่ Facebook : Wongnai for Business




