ทุน 5 แสนเปิดร้านเองหรือแฟรนไชส์ดี อยากเปิดร้านต้องอ่าน !
  1. ทุน 5 แสนเปิดร้านเองหรือแฟรนไชส์ดี อยากเปิดร้านต้องอ่าน !

ทุน 5 แสนเปิดร้านเองหรือแฟรนไชส์ดี อยากเปิดร้านต้องอ่าน !

อยากเปิดร้านอาหาร มีทุน 5 แสน จะเริ่มอย่างไรดี ? บทความนี้มีครบ วิเคราะห์การจัดสรรเงินทุนในการเปิดร้าน พร้อมแนะนำแฟรนไชส์เมนูฮิตที่มือใหม่ต้องรู้
writerProfile
15 ก.ค. 2025 · โดย
  • สร้างแบรนด์ตัวเองให้ปัง รสชาติต้องเด่น พลังโซเชียลต้องแรง
  • ซื้อแฟรนไชส์ ขายง่าย ขายดี คืนทุนเร็ว ตัวเลือกที่ดีสำหรับมือใหม่
  • มีทุน 500,000 อย่าลืมแบ่งเป็นเงินทุนหมุนเวียน 50% เท่ากับซื้อแฟรนไชส์จริงได้แค่ 250,000 เท่านั้น !
  • แนะนำแฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ยำ อาหารญี่ปุ่น และอาหารเกาหลีตามงบ !

ต้องยอมรับเลยครับว่าวิกฤติ COVID-19 นี้หนักหนาจริง ๆ นอกจากจะส่งผลต่อเศรษฐกิจทั่วโลกแล้ว ในวงการร้านอาหารอย่างเราๆ ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ร้านอาหารบางร้านต้องปิดตัวลงไป หรือบางร้านแม้ว่าจะกลับมาเปิด แต่ก็ต้องปรับตัว ให้ตอบรับวิถีชีวิตแบบใหม่หรือ New Normal

แต่ในขณะเดียวกันวิกฤตินี้ก็ทำให้หลาย ๆ คนเห็นโอกาส อยากลองก้าวเข้าสู่สังเวียนธุรกิจร้านอาหาร เพื่อท้าชิงส่วนแบ่งจากตลาดที่มีมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท! ซึ่งหากเพื่อน ๆ กำลังคิดอยากจะเริ่มต้นทำธุรกิจร้านอาหารในยุคนี้ มีเงินทุนสัก 500,000 บาท แต่ยังไม่แน่ใจว่าอยากจะเปิดร้านอะไรดีให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนยุคนี้ วันนี้เรามีคำแนะนำมาฝากครับ

ก่อนอื่นมาพูดถึงข้อดีและข้อเสียของการเปิดร้านเอง และซื้อแฟรนไชส์กันก่อนดีกว่า ลองมาดูกัน ว่าเพื่อน ๆ เหมาะกับอะไร

1. เปิดร้านเอง

ข้อดี

  • มีอิสระในการทำร้าน ตามไอเดียและความชอบของเราเอง
  • ไม่จำเป็นต้องมีเงินทุนเยอะ

ข้อเสีย

  • เริ่มต้นได้ช้า ต้องวางแผนการสร้างร้านด้วยตัวเองทั้งหมด
  • ต้องมีความรู้ในการบริหารธุรกิจ ทั้งการตลาด บัญชี การเงิน ฯลฯ
  • แบรนด์ยังไม่เป็นที่รู้จัก ต้องใช้เวลาในการสร้างแบรนด์

2. เปิดแฟรนไชส์

ข้อดี

  • เริ่มต้นได้เร็ว มีระบบจัดการเตรียมไว้ให้แล้ว
  • แบรนด์เป็นที่รู้จัก ไม่ต้องเสียเวลาสร้างแบรนด์เอง
  • มีแนวโน้มที่จะกู้เงินได้ง่ายกว่า หากเป็นแฟรนไชส์แบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ

ข้อเสีย

  • ใช้เงินเริ่มต้นสูงในการซื้อเฟรนไชส์
  • อาจบริหารร้านของตัวเองได้ไม่เต็มที่ 
ข้อดีและข้อเสียของการเปิดร้านเอง และซื้อแฟรนไชส์

สร้างแบรนด์ให้ปัง รสชาติต้องเด่น พลังโซเชียลต้องแรง

หากเพื่อน ๆ มีไอเดียเปิดร้านที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีแฟรนไชส์ใดโดนใจเท่ากับลงมือทำแบรนด์ของตัวเอง สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องมีก็คือ รสชาติต้องเด่น ทำเลต้องดี ยิ่งไปกว่านั้น ในยุคนี้ที่ผู้คนลดการพบปะทานข้าวนอกบ้าน “พลังของโซเชียล” ยิ่งสำคัญ ทั้งพลังที่เกิดจากการทำการตลาดและพลังจากการแชร์บอกต่อ นอกจากนี้ต้องมีระบบเดลิเวอรี ที่สั่งซื้อง่าย ชำระเงินปลอดภัย เมนูและการบรรจุจัดส่งสะดวก และโปรโมชันน่าดึงดูด เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้กว้างขึ้นด้วยครับ

ข้อดีของการสร้างแบรนด์เองคือมีอิสระคิดได้ตามใจ แถมยังใช้เงินลงทุนน้อยกว่าซื้อแฟรนไชส์ แต่ก็ต้องลงมือทำเองทั้งหมด แถมยังมีรายละเอียดยิบย่อยที่ไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะการจัดสรรเงิน 500,000 ให้ครอบคลุมต้นทุนทุกจุด และต้องเผื่อไว้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนในอนาคตอีกด้วย

1. เงินทุนร้าน 25% (125,000 บาท)

ใช้เป็นเงินทุนในการทำร้าน โดยสามารถแบ่งออกเป็นสัดส่วนดังนี้

  • 70% ของเงินทุน (87,500 บาท) : ใช้เป็นค่าออกแบบสร้างร้าน ตกแต่งร้าน ค่าเฟอร์นิเจอร์ เครื่องครัว ค่าทำระบบน้ำไฟ ฯลฯ
  • 30% ของเงินทุน (37,500 บาท): ใช้เป็นค่าดำเนินการปลีกย่อยอื่น ๆ เช่นค่าจ้างออกแบบโลโก้ ค่าทำความสะอาด ค่าดำเนินการเอกสาร ค่าเดินทาง ค่าถ่ายภาพหรือทำเอกสารโฆษณาการเปิดร้าน ฯลฯ

2. เงินทุนหมุนเวียน 75% (375,000 บาท)

ใช้เป็นเงินหมุนเวียนใช้จ่ายยิบย่อยในแต่ละเดือน ทั้งค่าวัตถุดิบ ค่าน้ำค่าไฟ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมทั้งควรแบ่งไว้สำหรับทำการตลาดออนไลน์สัก 10% ด้วยนะครับ

  • 80 % ของเงินหมุนเวียน (300,000 บาท) : ใช้เป็นค่าเช่าร้านซึ่งควรสำรองอย่างน้อย 6 เดือน ค่าจ้างพนักงาน ค่าน้ำค่าไฟและค่าวัตถุดิบ
  • 20 % ของเงินทุน (75,000 บาท) : ใช้เป็นค่าทำการตลาด
การจัดการเงินทุน กรณีเปิดร้านเอง

ซื้อแฟรนไชส์ ขายง่าย ขายดี คืนทุนเร็ว เหมาะกับมือใหม่

หากเพื่อน ๆ ไม่มีไอเดียหรือไม่มีประสบการณ์ทำธุรกิจร้านอาหารมาก่อน “แฟรนไชส์” เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีครับ แม้จะมีต้นทุนสูงกว่า แต่ก็แลกกับการได้ชื่อเสียงของแบรนด์ ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ ทำให้เราไม่ต้องมาสร้างแบรนด์ใหม่ สูตรเมนูก็ติดตลาดแล้ว

แถมยังมีระบบจัดการและฝึกอบรม ทีมงานช่วยทำการตลาด วิเคราะห์ทำเลที่ตั้ง และดูแลด้านการเงินอีกด้วย เรียกได้ว่า จ่ายทีเดียวจบ ไม่ต้องคิดเยอะ น่าลงทุน

แต่นอกจากเงินที่ใช้ซื้อแฟรนไชส์แล้ว เพื่อน ๆ ควรมีเงินสำรองอีกประมาณอย่างน้อย 50% เท่าของเงินลงทุนเพื่อใช้หมุนเวียนในช่วงแรก ดังนั้นหากมีงบ 500,000 บาท ก็ต้องจัดสรรส่วนแบ่งให้ครอบคลุมทั้งค่าซื้อแฟรนไชส์ ค่าตกแต่งร้าน และเงินทุนหมุนเวียน

1. เงินทุนซื้อแฟรนไชส์ 25-50% (125,000-250,000 บาท)

ค่าซื้อสิทธิ์ในการใช้แฟรนไชส์ ค่าวัตถุดิบรวมทั้งค่าอุปกรณ์และค่าตกแต่งร้าน ซึ่งบางแฟรนไชส์จะมีให้บางส่วน

2. เงินทุนหมุนเวียน 50-75% (250,000-375,000 บาท)

แบ่งออกเป็นเงินทุนสำหรับออกแบบตกแต่งร้านบางส่วนเพิ่มเติม เงินสำรองหมุนเวียนทั้งค่าเช่าพื้นที่ ค่าวัตถุดิบ ค่าจ้างพนักงาน และอื่นๆ

ดังนั้น ถ้าเพื่อน ๆ มีเงิน 500,000 บาท เงินที่ใช้ในการซื้อแฟรนไชส์จริง ๆ ไม่ควรเกิน 250,000 บาทนะครับ วันนี้เราจึงมีแฟรนไชส์ร้านอาหารที่มีเมนูยอดฮิตและใช้เงินทุนได้ตามงบที่จัดสรรไว้มาแนะนำ

การจัดการเงินทุน กรณีซื้อแฟรนไชส์

ส้มตำและยำ 2 เมนูรสแซ่บสุดฮิต กำไรดี!

ถือว่าเป็นเมนูรสแซ่บที่มีรสชาติโดนใจคนไทยส่วนใหญ่ ทำให้มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงกว่า 16,000 ล้านบาท เห็นได้ชัด ๆ จากกระแสความนิยมในโลกโซเชียลที่หลายคนแชร์ภาพ 2 เมนูนี้กันแบบรัว ๆ ใครที่อยากขายอาหารประเภทนี้ ลองดูแฟรนไชส์ตามนี้ได้เลย !

1VIP ส้มตำ Club ต้นตำรับขอนแก่น
ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 300,000 บาท 

ชูจุดเด่นด้วยรสชาติต้นตำรับกับเมนูส้มตำและยำหลากหลายประเภท ควบคุมรสชาติให้ได้มาตรฐานทุกสาขาด้วยการใช้น้ำปลาร้าและน้ำยำสูตรเฉพาะของทางร้านเท่านั้น กับค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 300,000 บาท ซึ่งจะได้รับอุปกรณ์ วัตถุดิบบางส่วน พร้อมสอนสูตรและการจัดการระบบภายในร้าน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เฟซบุ๊กแฟนเพจ VIP ส้มตำ Club ต้นตำรับขอนแก่น https://www.facebook.com/teedanun/ หรือ โทร. 095-6722576

แฟรนไชส์ VIP ส้มตำ Club ต้นตำรับขอนแก่น

2ตำปากเปิด
ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 280,000 บาท

เมนูไทยอีสานที่ขึ้นชื่อทั้งเรื่องส้มตำและยำนานาชนิด ชูจุดขายเรื่องรสชาติแซ่บๆ นัวๆ กับปลาร้าสูตรของทางร้านและวัตถุดิบขึ้นชื่ออย่างหมูยอ ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 280,000 บาท ซึ่งจะได้อุปกรณ์บางส่วนพร้อมสอนสูตร การซื้อวัตถุดิบ การตลาด ระบบภายในร้าน ฯลฯ โดยผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องซื้อน้ำปลาร้าและหมูยอเฉพาะของทางร้านเท่านั้น

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เฟซบุ๊กแฟนเพจ ตำปากเปิดแฟรนไชส์ ส้มตำเงินล้าน หรือ โทร. 085-2881313

แฟรนไชส์ตำปากเปิด

อาหารญี่ปุ่นและเกาหลี ยืนหนึ่งซุปตาร์แห่งวงการอาหารอาเซียน

เรียกได้ว่าเป็นอาหารสุดฮอตตลอดกาล กับอาหารญี่ปุ่นและเกาหลี เมนูเด็ด 2 สัญชาติที่มีมูลค่าในตลาดรวมกันกว่า 20,000 ล้านบาท ทั้งเมนูปิ้งย่าง ฮอตพอต อาหารจานเดียว และไก่ทอดเกาหลีอันโด่งดัง มาดูกันครับ ว่าในงบจำกัดแบบนี้ มีร้านไหนน่าลงทุนบ้าง

3Chichon ไก่กรอบเกาหลี
ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 169,000 บาท

แฟรนไชส์ Chichon ไก่กรอบเกาหลีที่ชูจุดเด่นด้วยซอสสูตรพิเศษสไตล์เกาหลี ผสมผสานความเป็นไทยให้ถูกปากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น โดยใช้เงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 169,000 บาท พร้อมอุปกรณ์สำหรับเริ่มต้นเปิดร้านขนาดเล็กที่สามารถนั่งทานภายในร้านและซื้อกลับบ้านได้ !

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เฟซบุ๊กแฟนเพจ Chichon ไก่กรอบเกาหลี หรือ โทร. 087-4745999

แฟรนไชส์ Chichon ไก่กรอบเกาหลี

4ร้านอาหารญี่ปุ่น ดงบุริ
ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 79,999 บาท

อาหารจานเดี่ยวสไตล์ญี่ปุ่นในราคาจับต้องได้ มีเมนูให้เลือกมากกว่า 20 เมนู เช่น ข้าวหน้าแกงกะหรี่ ข้าวหมูทอด ข้าวแซลมอน ราเมน และซูชิ กับค่าแฟรนไชส์ซื้อขาดเพียง 79,999 บาท ซึ่งจะได้คู่มือเฟรนไชส์บอกเทคนิค สูตร แบบก่อสร้างร้าน ไม่รวมค่าออกแบบตกแต่งร้านซึ่งมีให้เลือกหลายขนาดตั้งแต่ 100,000-300,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เฟซบุ๊กแฟนเพจ Donburith หรือ โทร. 083-8075545

แฟรนไชส์ร้านอาหารญี่ปุ่น ดงบุริ

แฟรนไชส์ก๋วยเตี๋ยว เมนูยอดฮิตของเมืองไทย กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อ !

เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูยอดนิยมของคนไทยเลยทีเดียว ซึ่งมีส่วนแบ่งในตลาดอาหารไทยที่มีมูลค่ากว่า 8,000 ล้านบาท แม้จะมีให้เลือกหลายร้าน แต่จะมีสักกี่ร้านที่รสชาติขึ้นชื่อเป็นที่นิยมจนต้องเปิดขายแฟรนไชส์! ใครที่อยากขายก๋วยเตี๋ยว เราขอแนะนำ 2 ร้านนี้

5เตี๋ยวเรือต่อชาม ลูกชิ้นต่อไม้
ค่าแฟรนไชส์เริ่มต้น 199,000 บาท

หัวใจสำคัญของความอร่อยอยู่ที่น้ำซุปอันกลมกล่อม และวัตถุดิบที่คัดสรรมาอย่างดี พร้อมอีกหนึ่งตัวช่วยเพิ่มรายได้กับ “ลูกชิ้นต่อไม้” กับเงินลงทุนเริ่มต้น 199,000 บาท ประกอบด้วยค่าแฟรนไชส์และอุปกรณ์ 35 รายการ วัตถุดิบสำหรับเริ่มต้นมูลค่า 5,000 บาท

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม เฟซบุ๊กแฟนเพจ แฟรนไชส์เตี๋ยวเรือต่อชาม หรือ โทร. 087-8069898

แฟรนไชส์ เตี๋ยวเรือต่อชาม ลูกชิ้นต่อไม้

6เกาเหลาเนื้อธัญรส
ค่าซื้อสูตร สูตรละ 20,000 บาท !

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อรสชาติขึ้นชื่อมานานกว่า 30 ปี การันตีด้วยรางวัลจานทองจากการประกวดอาหารประเภทรสชาติยอดเยี่ยม ณ สวนอัมพร กับเงินลงทุนค่าสิทธิ์ในการใช้แฟรนไชส์พร้อมสูตร สูตรละ 20,000 บาท โดยมีให้เลือก 2 สูตร คือ สูตรเนื้อและหมู มีวัตถุดิบขายเฉพาะซอสกับลูกชิ้น ส่วนอุปกรณ์และวัตถุดิบอื่น ๆ ผู้ซื้อแฟรนไชส์ต้องจัดหาและออกแบบเอง โดยทางแฟรนไชส์จะแนะนำสูตรพร้อมวิธีทำ

ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 089-4884490

แฟรนไชส์เกาเหลาเนื้อธัญรส

เพราะการลงทุนทำร้านอาหารให้อยู่รอดในยุคนี้ แค่รสชาติดีอาจไม่พอ แต่ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมาย ที่สำคัญการมีเงินทุนมากกว่าอาจจะเป็นเรื่องได้เปรียบ แต่การมีเงินทุนน้อยก็ไม่ใช่ว่าจะเสียเปรียบเสียโอกาสเสมอไป ไม่ว่าคุณจะสร้างแบรนด์เองหรือซื้อแฟรนไชส์ ก็อย่าลืมแบ่งสัดส่วนบริหารจัดการเงินทุนให้ลงตัวทั้งในวันนี้และเผื่อความเสี่ยงในอนาคตไว้ด้วยนะครับ

หากคุณกำลังมองหาระบบ POS ที่ครบจบในเครื่องเดียว Wongnai POS พร้อมช่วยให้การจัดการร้านของคุณง่ายขึ้น พร้อมเชื่อมต่อทุกช่องทางการชำระเงิน ใช้งานง่าย และเหมาะกับร้านอาหารทุกรูปแบบ

สนใจลงทะเบียน หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับผู้เชี่ยวชาญ 👉🏻 คลิกเลย! 

เปิดร้านอาหารอะไรดี Wongnai POS

ติดตามบทความเกี่ยวกับธุรกิจร้านอาหารเพิ่มเติม