ผมนี่หดเลย เมื่อ คอร์นเฟลกส์ ถูกสร้างมาเพื่อยับยั้งการ "ช่วยตัวเอง"
  1. ผมนี่หดเลย เมื่อ คอร์นเฟลกส์ ถูกสร้างมาเพื่อยับยั้งการ "ช่วยตัวเอง"

ผมนี่หดเลย เมื่อ คอร์นเฟลกส์ ถูกสร้างมาเพื่อยับยั้งการ "ช่วยตัวเอง"

คุณเคยกินคอร์นเฟลกส์ตอนเช้าไหมครับ? แผ่นข้าวโพดกรอบ ๆ สีทอง ราดนม ภาพลักษณ์ของมันช่างดูใสซื่อ บริสุทธิ์ และเป็นมิตรกับเด็กน้อยเหลือเกิน
writerProfile
11 ธ.ค. 2025 · โดย

แต่คุณรู้ไหมว่า "เจตนาที่แท้จริง" ของผู้คิดค้นมัน ไม่ได้ต้องการให้คุณอิ่มท้อง ไม่ได้ต้องการให้คุณได้รับสารอาหารครบ 5 หมู่ แต่เขาต้องการให้คุณ "หมดอารมณ์ทางเพศ" ต่างหาก!

ใช่ครับ คุณอ่านไม่ผิด อาหารเช้าที่บางคนเคี้ยวกรุบ ๆ อยู่ทุกวันนี้ มีจุดกำเนิดมาจากความพยายามของหมอคนหนึ่งที่จะหยุดไม่ให้มนุษยชาติ "ช่วยตัวเอง" วันนี้ Wongnai Story จะเล่าไปถึงต้นกำเนิดคอร์นเฟลกส์ ว่าแท้จริงแล้ว เจตนาของอาหารชนิดนี้คืออะไรกันแน่

1.Dr. Kellogg หมอผู้เกลียดเซ็กส์เข้าไส้

ขอแนะนำให้รู้จัก Dr. John Harvey Kellogg (นามสกุลเขาบนกล่องซีเรียลนั่นแหละ) ในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 หมอเคลล็อกคือซุปเปอร์สตาร์แห่งวงการสุขภาพ เขาเป็นผู้อำนวยการสถานพักฟื้น Battle Creek Sanitarium ในมิชิแกน ซึ่งเป็นเหมือน "สปาหรู" สำหรับคนรวยที่อยากรักษาสุขภาพ

แต่สิ่งที่หมอเคลล็อกหมกมุ่นที่สุดไม่ใช่เรื่องมะเร็งหรือเบาหวาน แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ "กามารมณ์" คือ เขาเชื่ออย่างฝังหัวว่า การช่วยตัวเอง คือต้นตอของความชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิด ตั้งแต่มะเร็ง สิว ยันความวิกลจริต! (ในหนังสือที่เขาเขียน เขาบรรยายความน่ากลัวของการช่วยตัวเองไว้ถึง 39 อาการ…

2.ทฤษฎี "อาหารจืด = จิตใจผ่องใส"

หมอเคลล็อกเชื่อว่า "อาหารมีผลต่อตัณหา" ถ้าคุณกินเนื้อสัตว์ เครื่องเทศเผ็ดร้อน หรือของหวานจัด ร่างกายคุณจะเกิดความ "รุ่มร้อน" เลือดลมสูบฉีด และกระตุ้นให้เกิดความต้องการทางเพศ

วิธีแก้? ต้องให้คนไข้กินอาหารที่ "น่าเบื่อที่สุดในโลก" ห้ามเนื้อสัตว์ ห้ามเผ็ด ห้ามหวาน ห้ามอร่อย! กินแต่ธัญพืชจืด ๆ เพื่อให้จิตใจสงบ และน้องชาย (หรือน้องสาว) จะได้ไม่ตื่นตัว และนั่นคือต้นกำเนิดของ "Corn Flakes" มันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้อร่อย แต่มันถูกออกแบบมาให้ "จืด" เพื่อชำระล้างจิตใจอันสกปรกโสมมของคุณ! ความหื่นจงออกไปจากตัวข้า!

3.ความผิดพลาดที่กลายเป็นตำนาน

วันหนึ่งในปี 1898 หมอเคลล็อกกับน้องชาย (Will Keith Kellogg) ต้มข้าวสาลีทิ้งไว้แล้วดันลืมมาดู จนมันแห้งกรัง แทนที่จะทิ้ง พวกเขาเสียดายของเลยเอามาลองรีดเป็นแผ่น ปรากฏว่ามันแตกตัวเป็น "เกล็ด" (Flakes) แล้วพอลองเอาไปอบ... เฮ้ย! มันกรอบว่ะ

พวกเขาเลยลองเปลี่ยนจากข้าวสาลีมาเป็น "ข้าวโพด" และนั่นคือวินาทีที่ Corn Flakes ถือกำเนิดขึ้นในฐานะ "ยาลดความหื่น" ประจำโต๊ะอาหาร

4.ศึกสายเลือด

เรื่องมันพีคตรงนี้... น้องชายของเขา Will Keith Kellogg (ซึ่งเป็นนักธุรกิจหัวใส) มองเห็นแววรวย เขาบอกพี่หมอว่า "พี่ครับ... ไอ้แผ่นนี่มันจืดชืดเหมือนกระดาษลัง ถ้าเราเติม น้ำตาล ลงไปหน่อย มันต้องขายดีระเบิดแน่ๆ"

หมอจอห์น (ผู้เกลียดกาม) ถึงกับกรีดร้อง! "แกจะบ้าเหรอ! น้ำตาลมันกระตุ้นกิเลส! มันจะทำให้เด็กๆ กลับมาช่วยตัวเองกันอีก!"

ผลคือ พี่น้องแตกหัก Will Keith Kellogg แยกตัวออกมาตั้งบริษัทเอง และสาดน้ำตาลลงไปในซีเรียลแบบไม่ยั้ง (กลายเป็น Kellogg's ที่เรารู้จักในปัจจุบัน) ส่วนหมอจอห์นก็นั่งกอดสูตรจืดชืดของเขาต่อไปจนเจ๊ง

5.ความพ่ายแพ้ของหมอเคลล็อก

ทุกวันนี้ เวลาคุณตักคอร์นเฟลกส์เข้าปาก คุณไม่ได้กำลังกินยาลดความใคร่แบบที่หมอจอห์นตั้งใจไว้ แต่คุณกำลังกินสัญลักษณ์แห่ง "ชัยชนะความอร่อย (และทุนนิยม)" ที่เอาชนะความกลัวเรื่องเพศอันคร่ำครึได้นั่นเอง

และตลกร้ายที่สุด? พลังงานมหาศาลจากแป้งและน้ำตาลที่คุณได้รับจากคอร์นเฟลกส์ในมื้อเช้า... เผลอ ๆ มันอาจจะทำให้คุณ "คึก" กว่าเดิมด้วยซ้ำ

ขอโทษนะหมอเคลล็อก คุณพยายามแล้ว... แต่มนุษย์เรามันชอบความแซ่บมากกว่าความจืด

Fact & Check สาระส่งท้าย

1. Dr. J.H. Kellogg เกลียดการช่วยตัวเองจริงไหม?

  • จริงแท้แน่นอน: ในหนังสือ Plain Facts for Old and Young (1877) เขาเขียนโจมตีการช่วยตัวเองไว้อย่างรุนแรงมาก ถึงขั้นเสนอวิธีรักษาที่สยองขวัญ เช่น การใช้กรดราดที่ปุ่มกระสัน (Clitoris) ในผู้หญิง หรือการขลิบหนังหุ้มปลายแบบไม่ใช้ยาสลบในเด็กผู้ชายเพื่อลงโทษ! (โหดระดับหนังสยองขวัญ)

2. Corn Flakes ถูกคิดค้นเพื่อลดกามจริงหรือ?

  • ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด: หมอเคลล็อกคิดค้น Corn Flakes (เดิมชื่อ Granose) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของ "อาหารสุขภาพ" ที่ย่อยง่ายและจืดชืด ซึ่งตามทฤษฎีของเขา อาหารจืดจะช่วยลดความต้องการทางเพศ (Sexual urge) ดังนั้น Corn Flakes จึงเป็น เครื่องมือ หนึ่งในกระบวนการนี้ แต่ไม่ใช่ว่ากินปุ๊บแล้วจะเสื่อมสมรรถภาพปั๊บ

3. พี่น้องทะเลาะกันเรื่องน้ำตาลจริงไหม?

  • จริง: Will Keith Kellogg ต้องการขยายตลาดสู่ผู้บริโภคทั่วไป จึงแอบเติมน้ำตาลลงไป ซึ่งทำให้หมอจอห์นโกรธมาก จนนำไปสู่การฟ้องร้องเรื่องสิทธิการใช้ชื่อ "Kellogg" และในที่สุดน้องชาย (Will) ก็ชนะ และสร้างอาณาจักรซีเรียลระดับโลกขึ้นมา

4. เกร็ดเสริม: หมอเคลล็อกยังเป็นผู้บุกเบิกการใช้ "โยเกิร์ต" ในการรักษาโรคด้วย แต่ไม่ใช่แค่กินนะครับ... เขาชอบจ่ายยาเป็น "การสวนทวารด้วยโยเกิร์ต" (Yogurt Enema) เพื่อล้างลำไส้... (โชคดีนะที่นวัตกรรมนี้ไม่ฮิตเท่าคอร์นเฟลกส์)

#Wongnai #WongnaiStory