รู้จัก “น้ำตาลอ้อย” เคล็ดลับความหอมหวาน คู่จานอาหารไทย
  1. รู้จัก “น้ำตาลอ้อย” เคล็ดลับความหอมหวาน คู่จานอาหารไทย

รู้จัก “น้ำตาลอ้อย” เคล็ดลับความหอมหวาน คู่จานอาหารไทย

พามารู้จัก “น้ำตาลอ้อย” ให้ลึกยิ่งขึ้น ต้นกำเนิดมาจากไหน นำมาใช้ในเมนูไหนถึงฟินแบบสุด ๆ บทความนี้มีคำตอบ!
writerProfile
21 มิ.ย. 2022 · โดย

1ประวัติศาสตร์ “น้ำตาล”

รู้หรือไม่ว่า “น้ำตาล” เครื่องปรุงให้รสหวานที่เป็นที่นิยมและขาดไม่ได้ในทุกครัวเรือนนั้น มีแหล่งกำเนิดที่ไกลจากประเทศไทย และชื่ออาจจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก นั่นก็คือ หมู่เกาะปาปัวนิวกินี มาจากพืชชนิดหนึ่งนั่นก็คือ “ต้นอ้อย หรือ ต้นน้ำตาล” โดยชาวโพลีนีเซียนเป็นคนกลุ่มแรกที่รู้จักรสหวานจากน้ำตาลอ้อยและเพาะปลูกต้นอ้อยเมื่อราวๆ 8,000 ปีก่อนคริสตกาล จากนั้นต้นอ้อย ก็ได้แพร่กระจายผ่านหมู่เกาะโซโลมอนไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไปจรดยังอินเดีย ซึ่งในช่วงแรกนั้นมนุษย์ได้ความหวานจากต้นอ้อยโดยการเคี้ยว ก่อนที่จะมีการค้นพบวิธีทำให้น้ำหวานของอ้อยตกผลึกเป็นน้ำตาลเกล็ด ซึ่งทำให้ง่ายต่อการขนส่งและการจัดเก็บมากยื่งขึ้น และคำว่า Sugar ที่เราคุ้นเคยกันนั้นก็ได้รากศัพท์มาจากคำว่า Sarkar ที่แปลว่าเกล็ด, เมล็ดเล็ก ๆ นั่นเอง

น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล
ช่วงแรกนั้นมนุษย์ได้ความหวานจากต้นอ้อยโดยการเคี้ยว ก่อนที่จะมีการค้นพบวิธีทำให้น้ำหวานของอ้อยตกผลึกเป็นน้ำตาลเกล็ด
น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล
Sugar ได้รากศัพท์มาจากคำว่า Sarkar ที่แปลว่าเกล็ด, เมล็ดเล็ก ๆ นั่นเอง

และวันนี้เราขอพามารู้จักน้ำตาลอีก 1 ชนิดที่กำลังได้รับความสนใจมากขึ้นจากเทรนด์การใส่ใจสุขภาพ โดยเฉพาะอาหารที่มาจากธรรมชาติ ผ่านการปรุงแต่งน้อย นั่นก้คือน้ำตาลอ้อยธรรมชาตินั่นเอง มาดูกันว่าน้ำตาลอ้อยธรรมชาติมีกระบวนการผลิตที่คงความเป็นธรรมชาติอย่างไร

2กระบวนผลิตน้ำตาล จากน้ำหวาน มาเป็น เกล็ดผลึก

โดยปกติแล้วกระบวนการผลิตน้ำตาลนั้นจะเริ่มจากการสกัดอ้อยสด จนได้ออกมาเป็นน้ำอ้อยเหมือนกัน ซึ่งกากอ้อยที่ผ่านการสกัดน้ำอ้อยออกแล้วจะถูกใช้เป็นเชื้อเพลิงในกระบวนการผลิตน้ำตาลทรายอีกด้วย อย่างมิตรผล น้ำตาลอ้อยธรรมชาติ เมื่อผ่านกระบวนการสกัดจนได้น้ำอ้อยแล้ว ก็จะเข้าสู่กระบวนการกรองจนได้น้ำอ้อยใสที่สะอาดไร้สิ่งเจือปน จากนั้นจะนำไปเข้ากระบวนการ ต้ม เคี่ยว ปั่น และอบแห้ง จนได้เป็นเป็นผลึกน้ำตาลที่คงความหอมหวาน คงสีสัน และยังคงคุณค่าจากอ้อยธรรมชาติไว้ 100%

กระบวนผลิตน้ำตาล จากน้ำหวาน มาเป็น เกล็ดผลึก
กระบวนผลิตน้ำตาล จากน้ำหวาน มาเป็น เกล็ดผลึก

3แล้วน้ำตาลอ้อยธรรมชาติใช้ได้ในเมนูไหนบ้างล่ะ

น้ำตาลอ้อย
น้ำตาลทำหน้าที่ช่วยทำให้รสชาติของอาหารจานนั้น ๆ กลมกล่อม เพิ่มสีสัน และกลิ่นหอมของอ้อยขาดน้ำตาลไปก็เหมือนขาดใจ

จริง ๆ แล้ว น้ำตาลอ้อยธรรมชาติให้ความหวานใกล้เคียงกับน้ำตาลทรายขาว แต่จะเพิ่มกลิ่นหอมและสีสันจากอ้อยธรรมชาติเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เรียกว่าใช้แทนกันได้หลากหลายเมนู และโดยปกติแล้วถ้าพูดถึงการใช้น้ำตาลนั้น คนเรามักจะนึกถึงเมนูที่เป็นขนมหวาน ไม่ก็จะเป็นเครื่องดื่มที่เย็นชื่นใจ แต่อาหารคาวนั้น คนเรามักจะหลงลืมการให้ความสำคัญของน้ำตาลที่ทำหน้าที่ช่วยทำให้รสชาติของอาหารจานนั้น ๆ กลมกล่อมขึ้น ถ้าเราลองไม่ใช้น้ำตาลให้การปรุงอาหาร ก็อาจจะไม่เกิดรสชาติที่สมบูรณ์เท่าที่ควรจะเป็น วันนี้ Wongnai เราขอเสนอเมนูที่เรียกได้ว่า ถ้าขาดน้ำตาลไปก็เหมือนขาดใจ และยิ่งถ้าได้เติมความกลมกล่อมด้วยน้ำตาลอ้อยธรรมชาติ ก็จะยิ่งเพิ่มสีสัน และความหอมจากอ้อยธรรมชาติ ชูความอร่อยให้ยิ่งสมบูรณ์ขึ้นไปอีก

  1. สามชั้นต้มซีอิ๊ว
  2. พะโล้ไข่ยางมะตูม
  3. กะเพราหมูสับพริกแห้ง
  4. บัวลอยไข่หวานกะทิ (ขอเปลี่ยนเมนูเป็นกล้วยบวชชีหรือบัวลอยค่า)
  5. ขนมปังเนยน้ำตาล 

สามชั้นต้มซีอิ๊ว

สามชั้นต้มซีอิ๊ว
สามชั้นต้มซีอิ๊ว

วัตถุดิบ

  1. หมูสามชั้น 300 กรัม
  2. น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล 3 ช้อนโต๊ะ
  3. กระเทียม 3-5 กลีบ
  4. รากผักชี 2 ราก
  5. พริกไทย 10 กรัม
  6. ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
  7. ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
  8. คะน้า ตามชอบ
  9. น้ำเปล่า 800 มิลลิลิตร 

วิธีทำ

1. โขลกพริกไทย รากผักชี และกระเทียมให้แหลก จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อย นำเครื่องที่โขลกลงไปผัดให้สุกหอม

2. ใส่ น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล ลงไปเคี่ยวให้เกิดเป็นคาราเมล จากนั้นเติมน้ำเปล่าลงไป ตามด้วยใส่หมูสามชั้นลงไปเคี่ยว

3. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วดำและซอสปรุงรส เคี่ยวไปเรื่อย ๆ จนหมูเปื่อยนุ่ม แล้วจัดเสิร์ฟเคียงคะน้าลวก

พะโล้ไข่ยางมะตูม

พะโล้ไข่ยางมะตูม
พะโล้ไข่ยางมะตูม

วัตถุดิบ

  1. หมูสามชั้น 300 กรัม
  2. น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล 3 ช้อนโต๊ะ
  3. เครื่องพะโล้ 1 ซอง
  4. เต้าหู้ 1 ก้อน
  5. ไข่ต้มยางมะตูม ตามชอบ
  6. ซอสปรุงรส 2 ช้อนโต๊ะ
  7. ซีอิ๊วดำ 1 ช้อนชา
  8. น้ำเปล่า 1 ลิตร
  9. เกลือ 1 ช้อนชา
  10. โปยกั๊ก ตามชอบ
  11. อบเชย ตามชอบ
  12. กระเทียม 5-7 กลีบ
  13. พริกไทย 15 กรัม
  14. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำ

1. โขลกพริกไทยและกระเทียม จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมัน นำเครื่องที่โขลกลงไปผัด ตามด้วยเครื่องพะโล้ โป๊ยกั๊ก และอบเชย ผัดจนหอม

2. ใส่ น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล ลงไปเคี่ยวให้ได้เป็นคาราเมล จากนั้นเติมน้ำสะอาดลงไป ตามด้วยหมูสามชั้น 

3. ปรุงรสด้วยเกลือ ซีอิ๊วดำ และซอสปรุงรส แล้วเคี่ยวจนหมูเปื่อย ตามด้วยเต้าหู้และไข่ต้มยางมะตูมเมื่อทุกอย่างเข้ากันดี จัดเสิร์ฟ  

กะเพราหมูสับพริกแห้ง 

กะเพราหมูสับพริกแห้ง
กะเพราหมูสับพริกแห้ง 

วัตถุดิบ

  1. หมูสับ 300 กรัม
  2. น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล 2 ช้อนโต๊ะ
  3. กระเทียมไทย 7-9 กลีบ
  4. พริกแห้ง 4-5 เม็ด
  5. พริกขี้ฟ้าแดง 2-3 เม็ด
  6. ซอสปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ
  7. ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  8. ซีอิ๊วดำ 1/2 ช้อนชา
  9. ใบกะเพรา ตามชอบ
  10. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำ

1. โขลกพริกแห้ง พริกชี้ฟ้าแดง และกระเทียมให้แหลก จากนั้นตั้งกระทะใส่น้ำมันนำเครื่องที่โขลกลงไปผัด

2. ใส่หมูสับลงไปผัดพอเริ่มสุก จากนั้นปรุงรสด้วยซอสปรุงรส ซีอิ๊วดำ ซอสหอยนางรม และ น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล

3. ผัดส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน จากนั้นใส่ใบกะเพราลงไปผัด เมื่อใบกะเพราสุกจึงจัดเสิร์ฟ

บัวลอยไข่หวานกะทิ

บัวลอยไข่หวานกะทิ
บัวลอยไข่หวานกะทิ

วัตถุดิบ

  1. แป้งข้าวเหนียว 3 ถ้วย
  2. น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล 15 ช้อนโต๊ะ
  3. แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
  4. น้ำเปล่า (ผสมแป้ง) 120 มิลลิลิตร
  5. สีผสมอาหาร (สีแดง,สีเหลือง,สีเขียว) สีละ 2 หยด
  6. กะทิ 500 มิลลิลิตร
  7. ไข่ไก่ 3 ฟอง
  8. เกลือ 1 ช้อนชา
  9. น้ำเปล่า (ผสมกะทิ) 250 มิลลิลิตร
  10. น้ำเปล่า (ต้มแป้งบัวลอย) 1,800 มิลลิลิตร

วิธีทำ

1. ผสมแป้งข้าวเหนียวกับแป้งมันให้เข้ากัน จากนั้นแบ่งเป็น 3 อ่างผสม ใส่สีผสมอาหารลงไปอ่างละ 1 สี ทยอยเติมน้ำสะอาดในแต่ละอ่าง แล้วนวดให้เข้ากันจนแป้งไม่ติดมือ แบ่งปั้นก้อนกลมเล็ก นำลงต้มในน้ำสะอาดจนสุกลอยแล้วตักขึ้น

2. ตั้งน้ำสะอาดให้เดือด ใส่ใบเตยลงไป ตามด้วย น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล จากนั้นวนน้ำเป็นวงกลม ใส่ไข่ไก่ลงไปลวกจนสุก แล้วตักขึ้น

3. ตั้งน้ำสะอาดให้เดือด ใส่ใบเตยลงไป จากนั้นใส่กะทิลงไป ปรุงรสด้วย น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล และเกลือ เมื่อกะทิได้ที่นำมาราดลงบนแป้งบัวลอยที่ลวกไว้ ตามด้วยไข่หวาน 

ขนมปังเนยน้ำตาล 

ขนมปังเนยน้ำตาล
ขนมปังเนยน้ำตาล 

วัตถุดิบ

  1. ขนมปังสไลด์ 1 แถว
  2. น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล 8 ช้อนโต๊ะ
  3. เนยสด 300 กรัม

วิธีทำ

1.  นำเนยสดปาดบนขนมปังสไลด์ จากนั้นย่างบนกระทะให้สุก

2. จากนั้นนำมาหั่นเป็นชิ้นตามต้องการ

3. โรยด้วย น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟ

มาใส่ใจสุขภาพ แบบไม่ต้องขาดน้ำตาล

ยิ่งในยุคนี้ที่เทรนด์การดูแลใส่ใจสุขภาพกำลังมา หนึ่งในวิธีที่นิยมใช้นั่นก็คือ การเปลี่ยนข้าวขาว เป็นข้าวกล้อง การลดเครื่องปรุง เน้นการปรุงที่น้อย เลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อย อย่างน้ำตาลอ้อยธรรมชาติ ตรามิตรผล ที่ผลิตจากวัตถุดิบธรรมชาติ 100 % ให้กลิ่นหอมจากอ้อยธรรมชาติ ช่วยเพิ่มสีสันให้กับจานอาหารอีกด้วย นอกจากที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ก็อย่าลืมกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยนะคะ

เมื่อพูดถึงน้ำตาล น้ำตาลที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน แบรนด์แรกที่จะคิดถึงนั้นก็จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก “มิตรผล” แบรนด์น้ำตาลคุณภาพที่เชื่อใจได้ทั้งในเรื่องคุณภาพ และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากธรรมชาติ 100 % เรียกได้ว่าปลอดภัยแบบไม่ต้องกลัวสารเจือปนกันเลย ถ้าใครสนใจก็ก็สามารถหาซื้อได้ง่ายได้ตามห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปได้เลย 

น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล
น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล
น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล
น้ำตาลทรายธรรมชาติ ตรามิตรผล