'โต๊ะอาหารเปลี่ยนโลก'  เมื่อเรื่องบนโต๊ะ มีมากกว่าเรื่องอาหาร
  1. 'โต๊ะอาหารเปลี่ยนโลก' เมื่อเรื่องบนโต๊ะ มีมากกว่าเรื่องอาหาร

'โต๊ะอาหารเปลี่ยนโลก' เมื่อเรื่องบนโต๊ะ มีมากกว่าเรื่องอาหาร

คนเราทำอะไรกันบนโต๊ะกินข้าวบ้างนอกจากเรื่องกินข้าว? รู้ไหมว่าเรื่องบางเรื่องบนโต๊ะอาหารนี่ถึงขนาดฝ่าวิกฤตพลิกชะตาโลกเลยทีเดียว
writerProfile
24 ก.ค. 2024 · โดย

คนเราทำอะไรกันบนโต๊ะกินข้าวบ้างนอกจากเรื่องกินข้าว? คิดไปคิดมามันก็หลากหลายอยู่นะ ทั้งเรื่องดีเรื่องไม่ดี แต่รู้ไหมว่าเรื่องบางเรื่องบนโต๊ะอาหารนี่ถึงขนาดฝ่าวิกฤตพลิกชะตาโลกเลยทีเดียว Wongnai Story EP ที่ 127 จะพาผู้อ่านย้อนรอยประวัติศาสตร์เฟอร์นิเจอร์ที่เรียกว่าโต๊ะกินข้าว เฟอร์นิเจอร์ธรรมดาที่พลิกชะตาโลก

(1) โต๊ะตัวแรกที่มนุษยชาติรู้จัก

แม้จะไม่มีบันทึกว่าโต๊ะตัวแรกของโลกหน้าตาเป็นอย่างไรและใครคิดค้น แต่ก็มีข้อสันนิษฐานว่าการปรากฏตัวครั้งแรก ๆ ของโต๊ะน่าจะปักหมุดอยู่ที่ดินแดนริมฝั่งแม่น้ำไนล์อย่างอารยธรรมอิยิปต์

นอกจากชาวอิยิปต์โบราณจะให้กำเนิดระบบชลประทานและกระดาษแผ่นแรกแล้ว มันสมองอันสร้างสรรค์ของพวกเขายังให้กำเนิดเฟอร์นิเจอร์สี่ขาทำจากไม้ด้วย

ราว ๆ 2,500 ปีก่อนคริสศักราช ชาวอิยิปต์ประดิษฐ์โต๊ะขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์หลักที่ไม่ใช่แก้ปวดหลัง แต่เพื่อไว้อวดเบ่งฐานะ โต๊ะอาหารเป็นเครื่องใช้ของคนมีเงิน

มันจึงกลายเป็นสัญลักษณ์ให้ประจักษ์ถึงความรำ่รวย พวกเขายังตกแต่งโต๊ะด้วยลวดลายต่าง ๆ รวมถึงอักษรเฮียโรกลิฟิก (Hieroglyphic) อักษรภาพชื่อดังแห่งอารยธรรมยุคนี้ ติดแกลมไม่พอ ยังต้องดูดีมีความรู้ด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องราวเก่าแก่สุดในประวัติศาสตร์โต๊ะที่เราสามารถสืบสาวกลับไปได้

ส่วนในประเทศไทย การนั่งกินข้าวบนโต๊ะเพิ่งจะเริ่มแพร่หลายมากก็ในสมัยรัชกาลที่ 4 นี้เอง ก่อนหน้านี้สามัญชนคนไทยนั่งพื้น ปูเสื่อปูผ้า พร้อมหน้าพร้อมตากันเปิบอาหารบนพื้น

เมื่อเรือสำเภาชาวตะวันตกเทียบฝั่งน่านน้ำไทย ความนิยมนั่งโต๊ะก็เดินทางเข้ามาด้วย พร้อมกับส้อมมีดและอาหารหน้าตาแปลกใหม่ เกิดความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่การเมืองยันการกิน สำรับอาหารถูกยกจากเสื่อขึ้นมาบนโต๊ะตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา

โดยภาพรวม โต๊ะอาหารในยุคแรก ๆ ของมนุษยชาติผูกโยงกับเรื่องฐานะเป็นหลัก ก่อนที่มันจะแพร่หลายกลายเป็นสิ่งสามัญ เวลาผ่านไปเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนี้ยังพัฒนากลายเป็นพื้นที่พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ ศูนย์รวมนักปราชญ์นักคิด กระชับมิตรสร้างความสัมพันธ์ และเป็นที่เกิดเรื่องเด็ด ๆ หลายเรื่อง

(2) โต๊ะอาหารนำไปสู่สงครามโลกครั้งที่ 1

ถัดจากเรื่องราวยุคโบร่ำโบราณ เราจะพาทุกคนไปดูเรื่องราวพีค ๆ ของโต๊ะอาหารในศตวรรษที่ 20 กันบ้าง ใครเคยรู้สึกว่าโต๊ะอาหารเป็นพื้นที่ต้องมนต์บ้างไหม? บทสนทนายาก ๆ ปัญหาต้องเคลียร์ใจ หลายครั้งเราเลือกที่จะคุยกันบนโต๊ะอาหารนี่แหละ คงเพราะการได้กินอาหารและจิบเครื่องดื่มอร่อย ๆ ทำให้รู้สึกได้พักผ่อน แต่กลับมีเหตุการณ์หนึ่ง ที่โต๊ะอาหารสร้างความผ่อนคลายมากไปหน่อย ความสบายใจกลายเป็นหายนะ มีส่วนนำมาซึ่งสงครามโลกครั้งที่ 1

อย่างที่เรารู้กันว่า ชนวนของสงครามโลกครั้งที่ 1 คือการลอบสังหารฟรานซ์ เฟอร์ดินานด์ (Franz Ferdinand) อาร์ชดยุคแห่งออสเตรียที่กรุงซาราเยโว เรื่องนี้อาจไม่เกิดขึ้นเลย หากไม่มีมื้ออาหารค่ำมื้อนั้น

มีเรื่องเล่าว่า ท่านอาร์ชดยุคได้ฟังข่าวลือลับ ๆ จากวงในว่ามีคนวางแผนลอบสังหารตน ณ กรุงซาราเยโวซึ่งเป็นสถานที่ที่ต้องเขาต้องไปเยี่ยมเยียน เขาจึงเลื่อนแผนเยี่ยมเยียนกรุงซาราเยโวออกไป แต่เพราะมื้ออาหารต้นเรื่องมื้อหนึ่ง ดันทำให้เขาแผนเปลี่ยน

ณ มื้อค่ำที่โรงแรมแห่งหนึ่งในคืนวันที่ 27 มิถุนายน ค.ศ. 1914 อาหารหรูหราถึง 9 คอร์ส กับไวน์ 6 ชนิด ถูกจัดเรียงอย่างเพียบพร้อมบนโต๊ะอาหารสุดหรู เขาเพลิดเพลินไปกับมันและสิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย

เพราะบรรยากาศพาไปและกำลังได้ที่ ขณะนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเพื่อเพลิดเพลิน เขาถูกโน้มน้าวว่า ไม่ต้องเปลี่ยนแผนการไปเยือนกรุงซาราเยโวหรอกท่าน เขาจึงเปลี่ยนการตัดสินใจกระทันหัน เลือกที่จะเดินทางไปซาราเยโว แล้วก็อย่างว่า เขาโดนลอบสังหารในเช้าวันถัดมา เป็นชนวนให้เกิดสงครามยิ่งใหญ่ คนตายหลายสิบล้าน

เรื่องราวนี้เป็นเหตุการณ์สำคัญที่โต๊ะอาหารอาจเข้ามีบทบาทกับเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ส่งผลกระทบกับทั่วทั้งโลกเลยทีเดียว

(3) มื้อสุดท้ายของพระเยซู

อีกเหตุการณ์สำคัญบนโต๊ะอาหารที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ คงจะหนีไม่พ้นเรื่องพระกระยาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซู (The Last Supper)

ภาพโต๊ะอาหารที่มีพระเยซูนั่งอยู่ตรงกลาง ขนาบข้างด้วยสาวกทั้ง 12 คนที่โบสถ์ซานตามาเรีย (Santa Maria delle Grazie) เป็นเหตุการณ์สำคัญในไบเบิลที่นำไปสู่การรวมตัวกันของชาวคริสต์บนโต๊ะอาหารถึงทุกวันนี้

มื้ออาหารนี้เกิดขึ้นในคืนวันพฤหัสศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นคืนก่อนที่พระเยซูจะถูกตรึงบนไม้กางเขน พระองค์ได้ทำนายอนาคตไว้ว่า “หนึ่งในพวกท่าน (สาวกบนโต๊ะนี้) จะหักหลังเรา” ตามมาด้วยความฉงนสงสัย ความกังวลใจ และความสับสนบนสีหน้าของเหล่าสาวกทั้งหลาย และคำถามว่าใครคือบุคคลผู้นั้น

บนโต๊ะนี้พระเยซูหักขนมปังแจกให้สาวก พร้อมกล่าวว่านี่คือร่างกายของพระองค์ ส่วนเหล้าองุ่นก็คือโลหิต เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดพิธีสำคัญของชาวคริสอย่างศีลมหาสนิท ชาวคริสต์มารวมตัวกันกินขนมปังและเหล้าองุ่นเพื่อระลึกถึงความเมตตาของพระเยซูที่ยอมตายเพื่อไถ่บาปให้มวลมนุษย์

เหตุการณ์นี้ยังทำให้เกิดภาพวาดที่มีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ ของโลกอย่าง “The Last Supper” โดยเลโอนาร์โด ดาวินชี (Leonardo Dar Vinci) หลักการทางศิลปะอย่างอัตราส่วนทองคำ (Golden ratio) การตีความมากมายที่ทำให้นักวิชาการตีกัน และยังทำให้เลข 13 กลายเป็นเลขอาถรรพ์ที่แค่เห็นก็ผวากันทั่วโลกด้วย

(4) คิงอาร์เธอร์กับอัศวินโต๊ะกลม

“โต๊ะกลมเท่าเทียม โต๊ะเหลี่ยมบอกชั้นอำนาจ”

มาถึงเรื่องโต๊ะอาหารกับตำนานยุคกลางอย่างคิงอาเธอร์ (King Arthur) นอกจากตำนานดึงดาบออกจากหิน ก็ยังมีอีกตำนานที่โต๊ะอาหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย

“อัศวินโต๊ะกลม” (Knights of the Round Table) เกี่ยวอะไรกันกับโต๊ะ เรื่องมีอยู่ว่า กษัตริย์อาเธอร์ได้รับมรดกตกทอดเป็นโต๊ะกลมขนาดใหญ่ แต่ใช้คำว่าใหญ่ก็จะเป็นการกล่าวน้อยกว่าความจริง เพราะตำนานบอกว่าขาโต๊ะมีขนาดเท่าลำต้นไม้ ไม่ใช่โต๊ะ 4 ขา แต่มีมากถึง 20

โต๊ะกลมนี้ทำหน้าที่คล้ายสภาให้เหล่าอัศวินมาร่วมโต๊ะกินอาหารและเลี้ยงฉลองกัน รูปทรงนี้ไม่ใช่สิ่งปกติในยุโรปสมัยนั้น เพราะไม่มีตำแหน่งหัวโต๊ะ (มักเป็นตำแหน่งของกษัตริย์) มันจึงมีนัยยะว่าทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่มีใครใหญ่กว่าใคร

นี่แสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงทางแนวคิดที่ยิ่งใหญ่มาก ๆ อัศวินบนโต๊ะมีสิทธิออกความคิดเห็นได้เท่าเทียม ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบจะไม่เคยเกิดขึ้น สิ่งนี้ถูกนำไปต่อยอดทางแนวคิดการปกครองในหลากหลายรูปแบบซึ่งส่งผลกระทบมาจนถึงปัจจุบัน

งานวิจัยบอกว่า โต๊ะกลมให้ความรู้สึกเป็นกันเอง สถานะเท่าเทียม สานสัมพันธ์กระชับมิตร จากประสบการณ์ เราก็มักนั่งโต๊ะกลมในมื้ออาหารรวมญาติหรือแก๊งเพื่อนสนิท และนั่งโต๊ะเหลี่ยมในงานเลี้ยงทางการจริง ๆ

“ตำแหน่งอยู่ไม่นาน ตำนานอยู่ตลอดไป” ไม่ว่าใครจะนั่งตำแหน่งไหนบนโต๊ะก็ไม่สำคัญ เมื่ออัศวินทุกคนรู้สึกเท่าเทียมกัน แฝงจิตวิทยาอย่างลึกซึ้งขนาดนี้ จึงไม่น่าแปลกใจที่เรื่องราวของอัศวินโต๊ะกลมผ่านบททดสอบกาลเวลา เป็นตำนานเล่าขานมากว่าพันปี

(5) โต๊ะจีน

อารยธรรมจีนที่ยาวนานกว่าห้าพันปีกำหนดสัญลักษณ์ให้แผ่นดินเป็นสี่เหลี่ยมและท้องฟ้าเป็นทรงกลม เพราะแบบนี้เอง สิ่งก่อสร้างของจีนจึงมักจะเป็นทรงเหลี่ยม (เพราะมันตั้งอยู่บนพื้น) ทั้งวัดจีน แผนผังเมืองจีน รวมไปถึงโต๊ะจีน โต๊ะตามหลักที่ถูกต้องเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส ไม่ใช่ทรงกลม ๆ แบบที่เราติดภาพจำกัน

จะเสริมดวงก็ต้องเลข 8 เปิดศาสตร์เลขจีนตำราไหน ใด ๆ ล้วนเป็นเลข 8 เพราะหมายเลขนี้เป็นเลขแห่งความร่ำรวยและความรุ่งโรจน์ ดังนั้นโต๊ะอาหารมงคลในความเชื่อของคนจีนจึงจะต้องมี 4 ด้าน ด้านหนึ่งนั่ง 2 คน รวมแล้วเป็น 8 คน เรียกว่าโต๊ะ 8 เซียน

แล้วโต๊ะจีนกลายเป็นทรงกลมได้อย่างไร ? คำตอบคือเพราะเมื่อฝรั่งเข้าประเทศจีน ก็นำอิทธิพลโต๊ะทรงกลม ๆ เข้าไปด้วย

“เหมือนกันแต่ก็แตกต่าง” โต๊ะจีนสมัยก่อนนั้นไม่ใช่ว่าอยากนั่งตรงไหนก็เลือกได้ตามใจ โต๊ะจีนตามฮวงจุ้ยต้องหันทางใต้ ตำแหน่งหัวโต๊ะล็อกไว้ให้ประธาน เวลาผ่านไป แม้จะกลายเป็นโต๊ะกลม ๆ แล้ว ตำแหน่งที่ดีที่สุดที่หันทางใต้ ก็ยังคงเป็นของท่านประธานอยู่ดี ปัจจุบันโต๊ะจีนก็เป็นอย่างที่เราเห็นกัน

(6) มิติอำนาจที่ซับซ้อนบนโต๊ะ

โต๊ะเป็นมากกว่าพื้นที่กินดื่ม มันยังมีอีกหลายอย่างที่เกิดขึ้นบนโต๊ะ รวมไปถึงรอบโต๊ะ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น (ไม่ชัดเจนเท่าไหร่) ไม่ใช่เรื่องผีสางแต่อย่างใด มันคือระดับชั้นอำนาจ

ในยุคกรีกโบราณ โต๊ะอาหารเริ่มมีฟังก์ชันที่มากไปกว่าอวดรวยอย่างเห็นได้ชัด ห้องอาหารอย่างเป็นทางการยุคแรก ๆ ที่เรียกว่า “แอนดรอน” (Andron) เป็นพื้นที่กิน ดื่ม และแลกเปลี่ยนความรู้ของชายชาวกรีก

นอกจากเป็นพื้นที่รวมตัวนักคิด ยุคนี้ยังเป็นยุคแรก ๆ ที่ความไม่เท่าเทียมเกิดขึ้นรอบโต๊ะกินข้าว เพราะในขณะที่ผู้ชายเพลิดเพลินกับเมนูตรงหน้า ทาสและผู้หญิงถูกกดให้มีสิทธิเพียงเสิร์ฟอาหารและคอยรับใช้เท่านั้น

เรียกได้ว่าโต๊ะกลายมาเป็นอีกเครื่องมือกดขี่ชนชั้นที่ต่ำกว่า อีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจนคงเป็นในสมัยวิกตอเรียของอังกฤษ (ศตวรรษที่ 19) โต๊ะอาหารกลายมาเป็นพื้นที่จัดอีเว้นท์สำคัญที่แสนจะตระการตา

แต่ใต้ม่านความหรูหราฟุ่มเฟือยนี้ มันซ่อนไว้ซึ่งชนชั้น เป็นทาสรับใช้จะมานั่งโต๊ะเหมือนกันไม่ได้ อยู่ได้แค่บนพื้นหรือก้นครัวเท่านั้น และวิถีปฏิบัติแบบนี้ก็เกิดขึ้นในแทบทุกวัฒนธรรมทั่วโลก โต๊ะอาหารจึงเป็นพื้นที่แสดงความเหนือกว่าทางอำนาจของเหล่าชนชั้นสูง

ตัดภาพมาในยุคปัจจุบัน ถ้าสังเกตดี ๆ ความซับซ้อนบนโต๊ะอาหารยังไม่ได้หายไปไหน

ตรงข้ามกับโต๊ะกลมแห่งความเท่าเทียม โต๊ะเหลี่ยมกลับแฝงไว้ซึ่งอำนาจ ตั้งแต่ห้องประชุมยันห้องอาหารมื้อค่ำ เรามักจะเชิญให้ผู้ที่มีอายุมากสุดหรือตำแหน่งสูงสุดนั่งหัวโต๊ะ กับมุกสุดสามัญ กินเสร็จรวบช้อนแล้วต้องตะโกนว่า “หัวโต๊ะจ่ายตังค์”

ยิ่งไปกว่านั้น หากมองให้ลึกลงไปอีก นอกจากมันจะแสดงระดับชั้นและอำนาจที่ไม่เท่ากันแล้ว เราจะเห็นระบบอาวุโส (seniority system) ที่สะท้อนผ่านโต๊ะอาหารด้วย

(7) จิตวิทยาที่ซ่อนอยู่บนโต๊ะ

แม้เรื่องเหลี่ยม ๆ กลม ๆ ของโต๊ะอาจต่างไปในแต่ละวัฒนธรรมอยู่บ้าง แต่มุมมองแสนจะ universal ของโต๊ะอาหารคือ มันสะท้อนธรรมชาติที่อยู่เบื้องลึกในจิตใจที่มนุษย์เราทุกคน คือสิ่งที่โฮโมเซเปียนส์ (Homo Sapiens) แสนปีที่แล้วมีร่วมกันกับเราอย่าง “ความกระหายการเป็นส่วนหนึ่งของสังคม”

มนุษย์เป็นสัตว์สังคม การปฏิสัมพันธ์จำเป็นต่อการอยู่รอด สำหรับเซเปียนส์ในอดีตมันอาจเคยเป็นรอบกองไฟ หรือจริง ๆ มันแค่หน้าตาเปลี่ยนไป กลายมาเป็นโต๊ะกินข้าว ?

การกินข้าวคนเดียวหลายครั้งก็สร้างความเปลี่ยวใจให้มนุษย์ไม่น้อย “อยากกินแค่ไหน ถ้าต้องไปคนเดียว ขอไม่กินดีกว่า” กินกี่คนก็อิ่มเหมือนกัน แต่ทำไมคนจำนวนมากถึงกลัวการกินข้าวคนเดียวซะเหลือเกิน ?

ความกลัวนี้ คงมีต้นตอมาจากการที่เราให้ความสำคัญกับการมีสังคม ความกลัวการกินข้าวคนเดียว ถึงขั้นมีมีชื่อเรียกยาวเหยียดว่า “Solomangarephobia” แม้จะไม่ได้ถึงได้ขั้นเป็น phobia ร้ายแรงอะไร แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าการกินข้าวร่วมโต๊ะมีความสำคัญกับมนุษย์เรามากขนาดไหน

คงไม่เกินจริงเลยถ้าเราจะกล่าวว่า “โต๊ะอาหารเปลี่ยนโลก” ตั้งแต่มันถือกำเนิดขึ้นมา โต๊ะมีฟังก์ชันที่มากไปกว่าเป็นที่วางอาหารเพิ่มความสะดวกในการกิน แต่มันยังถูกใช้เป็นเครื่องแสดงความเหนือกว่าทางชนชั้นด้วย ลากยาวมาตั้งแต่ราว ๆ สองพันกว่าปีก่อนที่เราจะเริ่มนับปีคริสตศักราชกันซะอีก จนปัจจุบันความซับซ้อนก็ยังคงอยู่

บนโต๊ะกินข้าวมีเรื่องราวการเมืองและศาสนา รอบโต๊ะมีความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียม รูปทรงของโต๊ะกินข้าวก็ยังเป็นมากกว่าการออกแบบ เพราะมันซ่อนแง่มุมจิตวิทยาและความเชื่อไว้มากมาย เรียกได้ว่าเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่เหนือความคาดหมายจริง ๆ

(8.) โต๊ะอาหารและความสุข

เมื่อเราได้เห็นโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารหลากหลายชนิดและผู้คนที่รักมารวมตัวกัน เราจะรู้สึกถึงความอบอุ่นและความสุขที่แท้จริง แต่รู้หรือไม่ว่าความสุขแบบนี้สามารถสร้างได้ง่าย ๆ ด้วยการทำอาหารและรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นอาหารสด ผักผลไม้สดใหม่ เนื้อสัตว์คุณภาพ หรือขนมหวานที่ทุกคนโปรดปราน ทุกสิ่งที่คุณต้องการเพื่อสร้างมื้ออาหารที่พิเศษและน่าจดจำ ที่นี่โลตัสมีทุกอย่างครบจบในที่เดียว

ลองจินตนาการถึงการทำอาหารค่ำกับครอบครัว มีเนื้อสเต็กชุ่มฉ่ำ ผักสดกรอบ และซุปหอมกรุ่น ทุกอย่างที่คุณต้องการหาได้ง่ายที่โลตัส และไม่เพียงแค่อาหารเท่านั้น แต่ยังมีเครื่องครัวหลากหลายชนิดที่ทำให้การทำอาหารเป็นเรื่องง่ายและสนุกสนานมากขึ้นอีกด้วย

ไม่ว่าคุณจะเป็นเชฟมือโปรหรือเพิ่งเริ่มต้นหัดทำอาหาร โลตัสมีทุกอย่างที่คุณต้องการเพื่อให้คุณสร้างมื้ออาหารที่สมบูรณ์แบบ รู้สึกถึงความสุขที่แท้จริงเมื่อทุกคนมารวมตัวกันที่โต๊ะอาหาร แวะมาที่โลตัสและพบกับสินค้าคุณภาพที่ทำให้ทุกมื้ออาหารของคุณเป็นมื้อพิเศษ แล้วคุณจะรู้ว่าความสุขและความอร่อยไม่ต้องหาไกล ห้างโลตัสมีทุกอย่างเพื่อคุณ

โลตัส
โลตัสส่งฟรีไม่มีขั้นต่ำ สุดคุ้ม

( 8.5 ) โต๊ะที่สนุกที่สุด

โต๊ะ ตึก ๆ โต๊ะ ตึก ๆ โต๊ะ ตึก ๆ โต๊ะ ตึก ๆ โต๊ะ

Reference

“The most important meals in political history.” The Independent, 10 December 2020, https://www.independent.co.uk/.../brexit-boris-johnson.... Accessed 12 July 2024.

Fakuade, Melinda. “What is the dining table really for?” Vox, 26 March 2021, https://www.vox.com/.../dining-room-table-history-trend. Accessed 12 July 2024.

Pfeiffer, Lee. “King Arthur | Story, Legend, History, & Facts.” Britannica, 28 May 2024, https://www.britannica.com/topic/King-Arthur. Accessed 12 July 2024.

“Signs That You're Solomangarephobic.” Spoon University, 18 November 2014, https://spoonuniversity.com/.../solomangarephobic-signs.... Accessed 12 July 2024.

“Culinary Culture | Knights of the Round Table.” Knights of the Round Table, 1 August 2011, https://knightsofheroundtablefordham.wordpress.com/.... Accessed 12 July 2024.

“The History of the Dining Table: From Ancient Times to Modern Day.” Meubilair, 7 January 2023, https://meubilair.co.uk/blogs/news/history-of-dining-tables. Accessed 12 July 2024.

“The Psychology of Round Cafe TablesThe Psychology of Round Cafe Tables: How They Affect Customer Behavior.” Jason.l, May 2023, https://www.jasonl.com.au/.../the-psychology-of-round.... Accessed 12 July 2024.

ประเพณีการรับประทานอาหารของคนไทย - สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ.” มูลนิธิโครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ, https://saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=13.... Accessed 15 July 2024.

“68. The Last Supper (Luke 22:7-23).” Bible.org, 24 June 2004, https://bible.org/seriespage/last-supper-luke-227-23. Accessed 15 July 2024.

"โต๊ะจีน" ทำไมข้าวผัด ต้องมาตอนท้าย? | คุณพระช่วย | ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๗https://www.youtube.com/watch?v=80DHHqsKgG8

“วงกลมคือท้องฟ้า สี่เหลี่ยมคือแผ่นดิน.” posttoday, 28 October 2017, https://www.posttoday.com/lifestyle/522369. Accessed 16 July 2024.