เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ
  1. เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ

เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ

กลิ่นเครื่องเทศที่เป็นเอกลักษณ์ของ “อาหารอินเดีย” ไม่ว่าใครก็ต้องเป็นอันหลงเสน่ห์นี้เมื่อได้ลิ้มรส แต่ไม่ได้มีแค่เครื่องเทศอย่างเดียวเราไปดูกันเลยว่ามีอะไรบ้าง
writerProfile
14 ต.ค. 2020 · โดย

เมื่อกล่าวถึง “อาหารอินเดีย” แล้ว สิ่งที่จะตามมานั้นก็คือกลิ่นเครื่องเทศอันโดดเด่นเป็นเสน่ห์ของ “อาหารอินเดีย” ที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนตกอยู่ในมนต์เสน่ห์นี้ เราไปดูกันดีกว่าว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังอย่างไรกันบ้างนะจ้ะนายจ๋า

ความเป็นมา

ถ้าจะให้กล่าวถึงความเป็นมาของอาหารชาติใดชาติหนึ่งแล้ว ก็คงต้องเริ่มสืบกันตั้งแต่การตั้งรกรากของกลุ่มคนในบริเวณนั้น ๆ จนถึงมาการผลัดเปลี่ยน หลอมรวมกันของวัฒนธรรมต่าง ๆ อาหารอินเดียก็เช่นเดียวกัน อาหารอินเดียก็มีการพัฒนาจากการติดต่อปฏิสัมพันธ์ทางวัฒนธรรมจากชาวมองโกลในภาคเหนือของอินเดีย และการแลกเปลี่ยนค้าขายสินค้าประเภทเครื่องเทศกับชาวยุโรป และต่อมาในยุคอาณานิคมจึงทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างอาหารยุโรปและอินเดียให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น และในปัจจุบันอาหารอินเดียก็ถือเป็นอาหารที่มีอิทธิพลติดอันดับโลกในระดับต้น ๆ

เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ

ลักษณะเด่นของอาหารอินเดียที่มีรวมกันก็คือ การใช้เครื่องเทศ หลากชนิดในการปรุงประกอบ อีกทั้งสภาพภูมิศาสตรที่เอื้อต่อการปลูกสมุนไพรและผักผลไม้ต่าง ๆ และด้วยความหลากหลายของประชากรในอินเดีย จึงมีกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาและความเชื่อ เช่น ชาวฮินดูที่มีบทบาทต่อการเปลี่ยนแปลงวิวัฒนาการของอาหารอินเดียอย่างมาก

อาหารฮินดู

เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการนับถือศาสนามีผลต่อการดำรงชีวิตรวมไปถึงอาหารการกินของมนุษย์อย่างเรา การนับถือเทพเจ้าต่าง ๆ ของชาวฮินดูทำให้มีความเชื่อที่ต่างแตกกันไป ยกตัวอย่างเช่น

1.นมวัวถือเป็นอาหารศักดิ์สิทธิ์ใช้ทั้งดื่มและประกอบพิธีทางศาสนา

2.ชาวฮินดูผู้นับถือคัมภีร์พระเวทเชื่อว่า อาหารจะ"บริสุทธิ์"ก็ต่อเมื่อปรุงด้วย ฆี/กี(เนยใส)

3.อาหารมังสวิรัติของคุชราตกับเบงกอลนั้นจะไม่ใส่กระเทียม ขิง หอม และเครื่องเทศที่เสริม"ความร้อน" เพื่อไม่ให้ขัดกับหลักศาสนา

4.ชาวฮินดู ถือว่าโค เป็นพาหนะของพระศิวะ ดังนั้นการฆ่าโค (วัว) ถือเป็นบาปหนัก จึงส่งผลให้ชาวฮินดูไม่กินเนื้อวัว

5.การกินในต่างวรรณะ เช่น คนวรรณะสูงกว่า ห้ามกินอาหารจากคนที่มีวรรณะต่ำกว่าเป็นผู้ปรุง

“การัม มาซาล่า” คืออะไร

เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ

เอกลักษณ์ของอาหารอินเดียก็คงไม่พ้นกลิ่นและรสชาติที่ร้อนแรงที่ได้มากจากบดและผสมเครื่องเทศหลากชนิดที่มีเรียกว่า “การัม มาซาล่า” ที่ประกอบด้วย

  • ลูกผักชี (coriander seeds)
  • กานพลู (cloves)
  • อบเชย (cinnamon)
  • ยี่หร่า (black cumin)
  • ใบอบเชย (bay leaves)
  • ดอกจันทน์เทศ (mace)
  • ลูกจันทน์ (nutmeg)
  • เม็ดพริกไทย (peppercorn) เป็นต้น

โดยการคั่ว หรืออบให้แห้ง และนำมาบดเพื่อใช้ในการปรุงรสอาหารและเพิ่มรสชาติให้เป็นเอกลักษณ์ถึงความเป็นอินเดีย ในทุกวันนี้สามารถหาซื้อ “การัม มัสซาลา” แบบสำเร็จรูปมีขายเป็นซองตามร้านค้าทั่วไป แต่ถ้าจะให้ได้รสชาติดีควรเอาเครื่องเทศดังกล่าวข้างต้นมาคั่วและบดเองเพื่อให้ได้“การัม มัสซาลา” ที่มีคุณภาพ ได้รสชาติและกลิ่นหอมตามต้องการ



ความต่างระหว่างภาคของอาหารอินเดีย

เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ

ด้วยความที่ประเทศอินเดียมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 7 ของโลก และความหลากหลายของภูมิศาสตร์จึงส่งผลให้มีวิถีชีวิตและการกินอาหารนั้นแตกต่างที่อาจจะมาจากวัฒนธรรมท้องถิ่นและภูมิศาสตร์ เช่น ทางภาคเหนือของอินเดียมีความหนาวเย็น การเลี้ยงแกะจึงเป็นที่นิยมและนำมาเป็นอาหาร ในส่วนของคาร์โบไฮเดรตนั่นนิยมกินเป็นโรตี หรือจาปาตี

  • อาหารอินเดียเหนือ : โรตีนาน เซคเคบับ (เนื้อสับบนเหล็กเสียบไม้), ไก่ Tikka (ชิ้นเล็ก ๆ ของไก่หมักและย่าง), เนยไก่, ไก่ทันดูรี aloo muttar (แกงทำจากมันฝรั่งและถั่ว) rajma (แกงทำด้วยถั่วไตแดง) Chana Masala (แกงทำด้วยถั่วชิกพี), ซาโมซ่า daal makhani (daal ทำด้วยเนย)
  • อาหารอินเดียใต้ : มีภูมิประเทศที่ทะเลจึงมากด้วยมะพร้าว อาหารของทางใต้ก็มีการนำมะพร้าวขูดมาทำอาหาร เนื้อสัตว์หลักจะเป็นพวกอาหารทะเล ส่วนของคาร์โบไฮเดรตก็เป็นข้าวบามาสติ ที่มีลักษณธเมล็ดเรียวยาวนั่นเอง
  • ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก : นั้นจะได้รับอิทธิพลที่แตกต่างกันไป ในภาคตะวันออกจะได้รับอิทธิพลจากอาหารของชาวมุสลิม แต่มีความพิเศษที่แตกต่างจากภาคอื่น ๆ คือจะมีมัสตาร์ดและโยเกิร์ตที่เป็นจุดเด่นของภาคนี้เลย อยากกระซิบว่าโยเกิร์ตของที่นี่เขาทำจากนมควายสายพันธุ์มูร์ราห์ด้วยเลยนะ
  • อาหารตะวันออก : momos (นึ่ง, เนื้อสัตว์หรือผักที่เต็มไปด้วย wontons) และ Thukpa (ซุปใส) มะเขือเทศ Achaar (มะเขือเทศดอง), Machcher Jhol (แกงปลา) และ Jhaal-Muri (ขนมขบเคี้ยวเผ็ดที่ทำด้วยข้าวพัฟและน้ำมันมัสตาร์ด)
  • ภาคตะวันตก : ก็จะมีความคล้ายอาหารตะวันตก เพราะมีคำว่าตะวันตกเหมือนกันก็ไม่น่าใช่(ล้อเล่นนะคะ) เพราะว่าได้นับอิทธิพลมาจากช่วงยุคล่าอาณานิคมของฝั่งตะวันตก นิยมรับประทานขนมปังที่ผ่ากลาง แล้วนำแกงมันฝรั่ง หรือแกงผัก ใส่ในขนมปัง คล้ายๆ แฮมเบอร์เกอร์ หรือจะทำเป็นโรล ตัดเป็นคำๆ แล้วหยิบรับประทานก็ได้
  • บางภูมิภาคมีการรับประทานอาหารคู่น้ำจิ้มต่าง ๆ ซึ่งน้ำจิ้มก็มีหลากหลาย เช่น น้ำจิ้มผักชี น้ำจิ้มสะระแหน่ หรือบางที่จะนำเป็นมะม่วง พริก หรือ กระเทียมมาทำเป็นน้ำจิ้ม 

Ref : https://www.posttoday.com/life/travel/431821

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2

มองแล้วรู้เลยว่า คือ อาหารอินเดีย!

เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ
Chicken Samosa
เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ
Idli Sambhar
เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ
Chicken tikka
เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ
Paneer
เบื้องลึก! เบื้องหลัง! “อาหารอินเดีย” ไม่ได้ดีแค่เครื่องเทศ
Aloo Tikki