"ไก่" คือสัญลักษณ์ของฝรั่งเศส
.
ในภาษาละติน คำว่า "Gallus" มีสองความหมาย คือแปลว่า "ชาวโกล" (Gauls) ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของชาวฝรั่งเศส และอีกความหมายหนึ่งแปลว่า "ไก่โต้ง" ด้วยเหตุนี้ ไก่โต้งจึงกลายเป็นสัญลักษณ์อย่างไม่เป็นทางการของฝรั่งเศสมาตั้งแต่ยุคกลาง เพราะเปรียบเสมือนความตื่นตัว ความกล้าหาญ และการต่อสู้
.
นโปเลียน "เกลียด" สัญลักษณ์ไก่โต้ง?
เมื่อนโปเลียนก้าวขึ้นสู่อำนาจและสถาปนาจักรวรรดิ เขาพยายามลบภาพลักษณ์เก่า ๆ ของฝรั่งเศสออกไป นโปเลียนมองว่า "ไก่" เป็นสัตว์ที่ "ดูไม่มีพลัง" และ "ต่ำต้อย" เกินกว่าจะเป็นตัวแทนของจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ่ของเขา และสิ่งที่นโปเลียนเลือกคือ เขาเลือก "นกอินทรี" (Imperial Eagle) ตามแบบอย่างของจักรวรรดิโรมัน เพื่อแสดงถึงความน่าเกรงขามและอำนาจการพิชิต และเขายังเคยกล่าวว่า "ไก่โต้งไม่มีกำลังพอ และไม่สามารถเป็นภาพลักษณ์ของจักรวรรดิอย่างฝรั่งเศสได้"
.
โฆษณาชวนเชื่อ
.
นักประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่มองว่า ข่าวลือเรื่องความกลัวแปลก ๆ ของนโปเลียนมีต้นตอมาจาก "การโฆษณาชวนเชื่อของอังกฤษ" ในศตวรรษที่ 19 นักวาดภาพล้อเลียนชาวอังกฤษชื่อดังอย่าง เจมส์ กิลเรย์ (James Gillray) มักจะวาดภาพนโปเลียนให้ดูขี้ขลาดเพื่อลดความน่าเกรงขามในสายตาชาวโลก หรือหลักฐานอื่น ๆ อย่างการแต่งเรื่องว่าเขาเปรียบเสมือนไก่ นั่นเป็นเครื่องมือชั้นดีในการสร้างภาพลักษณ์ "ผู้นำที่อ่อนแอ" ในเชิงจิตวิทยา
.
ในตอนที่นโปเลียนประกาศชัดว่าเขาคือ "นกอินทรี" James Gillray และคนอื่น ๆ ก็ได้ทีในการโจมตี พวกเขาใช้การเมืองเรื่องสัญลักษณ์มาจิกกัดนโปเลียนอย่างรุนแรง อย่างการ ลดทอนจากอินทรีเป็นไก่ ในภาพวาดล้อเลียนทางการเมือง นโปเลียนจะถูกวาดให้เป็นไก่โต้งตัวเล็ก ๆ ที่พยายามจะทำตัวกร่างเหมือนนกอินทรี หรือภาพไก่โต้งสวมหมวกทรงปีกนก (Bicorne) ที่ดูตลกขบขัน
.
ไก่งั้นเรอะ! ประชดด้วยการกินมันซะเลย
.
แม้เขาจะถูกล้อเลียนด้วยภาพไก่ แต่เขาก็มีวิธีสุดเท่ในการต่อกรคือการกลับเปลี่ยนเมนู Chicken Marengo ให้กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะส่วนตัวเสียเลย การที่นโปเลียนยืนยันจะกินเมนูไก่มะแร็งโกหลังรบชนะ จึงอาจเป็นการเย้ยหยันศัตรูในทีว่า "พวกเจ้าจะวาดภาพข้าเป็นไก่ก็ได้ แต่สุดท้ายข้าก็นำชัยชนะมาเสิร์ฟบนโต๊ะอาหารในรูปแบบของไก่ที่ถูกข้าเคี้ยวอยู่ดี ฮ่าฮ่า"
.
แต่จริง ๆ ก็หาใช่ว่าเรื่องสัญลักษณ์ซะทีเดียว หากแต่เป็นเรื่องกินจริงจังไปซะอย่างนั้น (อย่างว่า ก็คนฝรั่งเศสนี่นะ) เพราะหากย้อนดูบันทึกของ หลุยส์ อองตวน โฟวเลต์ เดอ บูเรียน (Louis Antoine Fauvelet de Bourrienne) เลขานุการส่วนตัวของนโปเลียน ในหนังสือ Memoirs of Napoleon Bonaparte เขาได้บรรยายถึงนิสัยการกินของเจ้านายไว้อย่างละเอียดว่า นโปเลียนเป็นคนกินอาหารเร็วมาก (มักจะเสร็จภายใน 10-15 นาที) และไม่ค่อยสนใจความสุนทรีย์ของรสชาติอาหารนัก
.
ในบทความจากนิตยสาร Gastronomica และงานเขียนของนักประวัติศาสตร์อาหารระบุว่า นโปเลียนมีช่วงที่ "เบื่อไก่" เพราะเชฟส่วนตัวมักจะทำเมนูไก่ให้เขาทานบ่อยเกินไป เนื่องจากไก่เป็นวัตถุดิบที่หาได้ง่ายในแคมป์ทหารและปรุงสุกเร็ว จนครั้งหนึ่งเขาเคยตำหนิเชฟว่าทำไมถึงมีแต่เมนูไก่บนโต๊ะอาหาร
.
Chicken Marengo เมื่อไก่กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ
.
จุดจบของข่าวลือเรื่องการเกลียดไก่ ถูกทำลายลงด้วยความโปรดปรานที่มีต่อเมนู "Chicken Marengo" (ไก่มะแร็งโก) เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 14 มิถุนายน ค.ศ. 1800 หลังยุทธการที่มะแร็งโกในอิตาลีสิ้นสุดลง
.
บันทึกในหนังสือ The Dictionary of Gastronomy บอกว่า หลังจากนโปเลียนได้รับชัยชนะเหนือออสเตรีย เขาหิวจัดแต่ขบวนเสบียงยังมาไม่ถึง เชฟดูน็องด์ (Chef Dunand) จึงต้องออกไปรวบรวมวัตถุดิบจากฟาร์มใกล้เคียง ซึ่งสิ่งที่หามาได้มีเพียง ไก่, ไข่, มะเขือเทศ, กระเทียม, กุ้งเครย์ฟิช และน้ำมันมะกอก เชฟจึงนำไก่ไปทอดกับน้ำมันมะกอกและส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน
.
นโปเลียนประทับใจในรสชาติมากและเชื่อว่าเมนูนี้คือ "ลางดี" ที่นำชัยชนะมาให้ เขาจึงสั่งให้เชฟปรุงเมนูนี้ให้ทานหลังการรบทุกครั้ง และห้ามเปลี่ยนสูตรโดยเด็ดขาด (แม้เชฟจะพยายามเปลี่ยนจากน้ำมันมะกอกเป็นเนย หรือตัดกุ้งเครย์ฟิชออกในภายหลัง แต่นโปเลียนก็สั่งให้เปลี่ยนกลับมาเป็นสูตรเดิม) เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เกลียดอะไรให้กินมันสินะ
.
#Wongnai #WongnaiStory #ไก่
อ้างอิงข้อมูลจาก:
Memoirs of Napoleon Bonaparte โดย Louis Antoine Fauvelet de Bourrienne
Napoleon: A Life โดย Andrew Roberts
The Dictionary of Gastronomy โดย André Simon
The British Library: History of Napoleonic Caricatures


