เบื้องหลังมาตรฐานคุณภาพและความอร่อยที่ครองใจคนไทยจากรุ่นสู่รุ่น จากบริษัทระดับโลกอย่างเนสท์เล่ เริ่มต้นจากความ “ใส่ใจ” ก่อน “ใส่กล่อง” ในทุกขั้นตอนการผลิต
เปิดตู้เย็นบ้านคนไทย หลายบ้านต้องเจอนมยูเอชที และน่าจะต้องมีผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่อยู่ด้วย ไม่ว่าจะเป็นไมโลยูเอชที เอส 26 ยูเอชที คาร์เนชั่น ยูเอชที และนมตราหมียูเอชที ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์นมที่อยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย เคยสงสัยมั้ยว่าเบื้องหลังรสชาติและคุณภาพที่เราคุ้นเคยกันมานานนั้นผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง ครั้งนี้ Wongnai Story พาไปดูโรงงานของเนสท์เล่ที่นวนคร สถานที่ผลิตนมยูเอชทีที่หลายคนคุ้นเคย เราไปหาคำตอบกันว่ารสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของนมยูเอชทีจากเนสท์เล่ และคุณภาพที่คนไทยไว้วางใจเกิดขึ้นได้อย่างไร
เพราะคุณภาพเริ่มต้นจากการ “ใส่ใจ” ก่อน “ใส่กล่อง”


นวัตกรรมสุดล้ำ ตอกย้ำความใส่ใจคุณภาพ
หัวใจของสายการผลิตคือเครื่องบรรจุแบบปลอดเชื้อ (aseptic filler) ที่สามารถผลิตได้ประมาณ 25,500 กล่องต่อชั่วโมง หรือ 2.8 ล้านกล่องต่อวัน ผสานการทำงานของระบบ AI ที่ใช้กล้อง AI ถึง 30 ตัวมาตรวจสอบคุณภาพแบบเรียลไทม์อย่างละเอียด ทั้งตัวบรรจุภัณฑ์ ความถูกต้องของฉลาก และมาตรฐานในทุกขั้นตอน เพื่อส่งมอบนมที่มีคุณภาพและความปลอดภัยสูงสุด ให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ในทุกกล่องที่ออกจากโรงงานแห่งนี้



ห้อง Tasting ผู้คุมความอร่อยอยู่ที่นี่
เมื่อบรรจุภัณฑ์ทุกกล่องออกจากสายการผลิต ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการควบคุมคุณภาพ เพราะผู้เชี่ยวชาญของเนสท์เล่จะทำหน้าที่เสมือนตัวแทนผู้บริโภค ทดลองใช้งานจริงตั้งแต่การเจาะหลอด เช็คความแข็งแรงของกล่อง ไปจนถึงจำลองการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ในทุกช่วงอายุ เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ยังคงคุณภาพและความอร่อย ไม่ว่าจะบริโภคเมื่อใด

หน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญในห้องนี้ก็คือทำการชิมรสชาติ ตรวจสอบรส สี กลิ่น และเนื้อสัมผัสของผลิตภัณฑ์ เพื่อคอนเฟิร์มคุณภาพในทุกกล่อง ก่อนจะไฟเขียวให้ผลิตภัณฑ์ในล็อตนั้นส่งต่อถึงมือผู้บริโภคได้อย่างมั่นใจ

ห้องแล็บระดับสากล หัวใจของการคุมคุณภาพ
อีกหนึ่งพื้นที่สำคัญของโรงงานคือ ห้องปฏิบัติการ NQAC (Nestlé Quality Assurance Center) ศูนย์ตรวจสอบคุณภาพของเนสท์เล่ ซึ่งทำหน้าที่ดูแลมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของเนสท์เล่ทั้งในประเทศไทยและในระดับนานาชาติ
ศูนย์แห่งนี้เป็นหัวใจของการประกันคุณภาพ โดยทำการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อย่างรอบด้าน ตั้งแต่การวิเคราะห์คุณค่าทางโภชนาการ ไปจนถึงความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ในทุกด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ทุกกล่องมีคุณค่าทางโภชนาการตรงตามที่ระบุบนบรรจุภัณฑ์ และดีต่อผู้บริโภคในทุกครั้งที่เลือกดื่มนมยูเอชทีของเนสท์เล่

ดีต่อคุณ ดีต่อโลก
นอกจากการให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์แล้ว เนสท์เล่ยังมุ่งมั่นขับเคลื่อนการผลิตอย่างยั่งยืนควบคู่กันไปด้วย โดยโรงงานแห่งนี้ได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร ทั้งการนำไอน้ำจากกระบวนการผลิตกลับมาใช้หมุนเวียน เพื่อลดการสูญเสียพลังงาน พร้อมการใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ แนวทางเหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจของเนสท์เล่ในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนการดำเนินงานตามเป้าหมายด้านความยั่งยืนในระยะยาว

พิสูจน์ความ “ใส่ใจ” ก่อน “ใส่กล่อง”
การมาชมโรงงานเนสท์เล่ในครั้งนี้ ทำให้เห็นอย่างชัดเจนว่า กว่านมยูเอชทีหนึ่งกล่องที่เราดื่มกันเป็นประจำจะมาถึงมือผู้บริโภค ต้องผ่านกระบวนการแห่งความใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบคุณภาพ การควบคุมสายการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI ไปจนถึงการตรวจสอบคุณภาพอย่างพิถีพิถันในห้องปฏิบัติการระดับโลก
และนี่คือเหตุผลที่นมยูเอชทีอย่าง นมตราหมี ไมโล คาร์เนชั่น และเอส 26 ยังคงอยู่คู่ครอบครัวไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยคุณภาพที่วางใจได้ คุณค่าทางโภชนาการที่ดี และความคุ้มค่าที่ทุกคนเข้าถึงได้
#Wongnai #WongnaiStory #เนสท์เล่ #นมยูเอชที #บอยธงชัย


