เชื่อว่าหลายคนอาจจะเคยยืนงงอยู่หน้า Seafood Bar มาแล้ว เพราะเจ้าหอยนางรมนี่หน้าตามันช่างเหมือนกัน แถมชื่อแต่ละตัวก็เรียกอย่างเสียจริงๆ แต่ถ้าได้อ่านคู่มือนี้แล้ว คุณจะกลายเป็นนักกินผู้ช่ำชองในการเลือกหอยนางรมได้ในพริบตาเดียว!
หอยนางรม (Oyster)

“หอยนางรม” หรือ “หอยตะโกรม” เป็นหอยสองฝา (bivalves) ที่เกาะอยู่กับที่โดยมีเปลือกข้างซ้ายเกาะอยู่กับวัสดุที่เป็นของแข็ง ดังนั้นหอยที่ลงยึดเกาะแล้วจึงไม่มีการเคลื่อนที่อีกตลอดชีวิตของมัน ด้วยเหตุนี้หอยนางรมจึงไม่มีเท้า (foot) ซี่งผิดกับหอยสองฝาส่วนมาก นอกจากนั้นหอยนางรมทุกชนิดยังมีกล้ามเนื้อยึดเปลือก (adductor muscle) เพียงอันเดียวเท่านั้น
หอยนางรมสายพันธุ์ต่างๆ

หอยนางรมที่สามารถทานได้มี 7 สายพันธุ์หลัก แต่แม้จะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน สถานที่ อุณหภูมิของน้ำ ฟาร์มที่เลี้ยงก็มีผลทำให้รสชาติ ขนาดและผิวสัมผัสของหอยนางรมแตกต่างกัน และส่วนใหญ่หอยนางรมที่วางขายเป็นหอยนางรมที่เพาะพันธุ์จากฟาร์ม และมักตั้งชื่อของหอยตามถิ่นกำเนิดของหอยนางรม
ทำความรู้จักกับหอยนางรมสายพันธุ์ต่างๆ ที่หากินได้ในไทย

1หอยนางรมไทย

ตะโกรมกรามขาว
เป็นหอยนางรมยอดนิยมที่นักชิมคนไทยต้องคุ้นเคย “หอยนางรมสุราษฎร์” และ “หอยนางรมภูเก็ต” ที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ เป็นที่เชิดหน้าชูตาของหอยนางรมไทยในเรื่องของขนาด ซึ่งหอยนางรมแต่ละท้องถิ่นมีรสชาติและกลิ่นที่แตกต่างกันไป เพราะขึ้นอยู่กับระดับความเค็ม อุณหภูมิ และคุณภาพของน้ำทะเล
จากร้าน : Oyster Bay
2หอยนางรมญี่ปุ่น

Miyagi Oyster (มิยางิ)
เป็นหอยนางรมขึ้นชื่อที่มาจากเมืองมิยางิ หอยนางรมสายพันธุ์นี้จะนิยมทานกันในช่วง ช่วงฤดูหนาวระหว่างเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ ซึ่งหอยนางรมที่มาจากอ่าวที่มีน้ำไหลผ่าน จึงทำให้น้ำทะเลสะอาดและเหมาะกับการทานแบบดิบๆ มีรสชาติแบบครีมมี่ๆ เข้มข้นเต็มคำ
จากร้าน : Kakigoya japanese
Hiroshima Oyster (ฮิโรชิมา)
หอยนางรมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสายพันธุ์ของญี่ปุ่น เนื่องจากในจังหวัดฮิโรชิม่ามีแม่น้ำสายใหญ่ไหลลง Setonaikai ซึ่งเป็นอ่าวภายใน ทำให้หอยนางรมสายพันธุ์นี้ตัวใหญ่เพราะได้สารอาหารจากแหล่งน้ำมากเป็นพิเศษ นักกินส่วนใหญ่มักจะทานแบบสุกมากกว่าแบบดิบๆ เพราะรสชาติไม่โดดเด่นเท่าสายพันธุ์อื่นๆ
จากร้าน : Kakigoya japanese
3หอยนางรมอเมริกา

Pickering passage Oyster (พิคเคอร์ริ่ง แพสเสจ)
หอยนางรมสายพันธุ์นี้เติบโตในน้ำ และยังอุดมไปด้วยสารอาหารมากมาย มีรสชาติเค็มอ่อนๆ ซึ่งไม่เค็มเหมือนหอยนางรมทั่วๆ ไป เนื้อหอยยังฉ่ำและหวานละมุนลิ้น คล้ายเวลาที่เราได้ทานผลไม้
จากร้าน : The Dock
Kumamoto Oyster (คูมาโมโต)
เป็นสายพันธุ์ที่เพาะเลี้ยงกันมานานกว่า 20 ปี ตามชายฝั่งทะเลแคลิฟอร์เนีย โอเรกอน และวอชิงตัน แต่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองคุมาโมโตะในเกาะคิวชู ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งหอยนางรมสายพันธุ์นี้มีกลิ่นและรสชาติที่เต็มปากเต็มคำ เมื่อทานจะได้กลิ่นและรสชาติที่คล้ายเนยและรสเค็มนิดๆ ปิดท้ายด้วยรสและกลิ่นหวานอ่อนๆ แบบผลไม้เจือแร่ธาตุ ทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักกิน และถูกจัดเป็น The Star of the Oyster อีกด้วย
จากร้าน : Crab & Claw
4หอยนางรมฝรั่งเศส

Belon Oyster (เบอลง)
จัดเป็นสุดยอดพันธุ์หอยนางรมที่มีต้นกำเนิดจากแม่น้ำ Belon ในประเทศฝรั่งเศส มีเปลือกลักษณะค่อนข้างกลมสมส่วน ซึ่งหอยนางรมสายพันธุ์นี้เป็นที่นิยมของกลุ่มนักกินหอยนางรม จึงไม่แปลกที่จะถูกจัดอันดับให้เป็น The Star of the Oyster ด้วยรสชาติที่หวานฉ่ำ ละมุนลิ้น เนื้อแน่น มีกลิ่นหอมคล้ายถั่ว
จากร้าน : The Dock
Fin de Claire Oyster (ฟิน ดิ แคลร์)
หอยนางรมสายพันธุ์นี้ใช้เวลาเพาะเลี้ยงอยู่หลายสัปดาห์ในบ่อน้ำตื้น ทำให้ได้เนื้อหอยนางรมที่มีคุณภาพดีกว่าหอยนางรมจากทะเล และยังเป็นหอยนางรมที่มีเนื้อบาง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบเนื้อหอยเยอะ ถึงแม้เนื้อจะบาง แต่ก็ยังได้ความฉ่ำและมีรสชาติกลมกล่อมทานง่าย
จากร้าน : Crab & Claw, The Dock
5หอยนางรมไอซ์แลนด์

Ostra Regal Oyster (ออสตร้ารีกัล)
หอยนางรมสายพันธุ์นี้ถูกจัดว่าเป็น หอยนางรมสุดพิเศษ ระดับ Gold Selection ถึง 5 ปี จากอ่าว Bannow Bay ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของไอซ์แลนด์ เป็นหอยนางรมที่มีรสชาติหวานและเค็มไปพร้อมกัน ทำให้ Ostra Regal เป็นหอยนางรมอีกสายพันธุ์ที่มีรสชาติโดดเด่นไม่แพ้สายพันธุ์อื่นๆ เลย
จากร้าน : Crab & Claw, The Dock
Gallagher Special Oyster (กัลลาเกอร์สเปเชียล)
จัดว่าเป็นสุดยอดหอยนางรมชนิดที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งค้นพบโดยครอบครัวกัลลาเกอร์ และหอยนางรมสายพันธุ์นี้ยังได้รับรางวัลในการประกวด Guinness Beer Quality Awards ในฐานะ “หอยนางรมสัญชาติไอริชที่ดีที่สุด” และได้รับการบันทึก Guinness World Record มาแล้ว 3 ปีซ้อน เวลาทานหอยนางรมสายพันธุ์นี้จะได้กลิ่นน้ำทะเลชัดเจน และมักจะถูกเรียกกันว่า “อูมามิบอมบ์ส”
จากร้าน : Crab & Claw, The Dock
6หอยนางรมออสเตรเลีย

Sydney Rock Oyster (ซิสนีย์ร็อค)
เป็นหอยประจำท้องถิ่นของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีรสชาติเข้มข้น และมักเป็นที่ดึงดูดใจจากบรรดานักกินอยู่ไม่น้อย และยังมีส่วนประกอบของแร่ธาตุที่สำคัญ ลักษณะเด่นคือมีขอบปากหอยสีดำไม่เหมือนใครและถูกจัดเป็น Sydney Opera ของหอยนางรมเลยทีเดียว
จากร้าน : Crab & Claw, The Dock
Tasmanian Oyster (แทสมาเนียน)
ถือเป็นหอยนางรมรสเลิศ ด้วยรสชาติที่เต็มคำรวมถึงสีและกลิ่นอันเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว เพราะมาจากทะเลแทสมาเนียนที่มีความอุดมณ์สมบูรณ์ และอากาศที่บริสุทธิ์ที่สุดในโลก จึงทำให้หอยนางรมสายพันธุ์นี้เป็นหอยนางรมที่บริสุทธิ์ที่สุด
จากร้าน : Crab & Claw, The Dock
เช็ครสชาติของหอยนางรมจาก 6 ประเทศทั่วโลก


หอยนางรมไทย vs. หอยนางรมนอก

หอยนางรมไทย มีลักษณะเด่นคือฝาหอยใหญ่ ด้านในมีเนื้อประมาณครึ่งนึงของฝา รสไม่จัดมาก เนื้อเยอะ หยุ่น มักทานกับกระถิน หอมเจียว พริกเผา น้ำจิ้มซีฟู้ดให้ออกรสชาติ
หอยนางรมต่างชาติ แม้จะมีขนาดและรสชาติแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ แต่ส่วนมากจะมีรสชาติที่เต็มและเข้มข้นกว่า และเนื้อที่เต็มกับฝา
นักกินหอยมือใหม่ควรรู้…

นักกินหอยมือใหม่ ควรเริ่มจากหอยนางรมที่มีรสชาติแบบครีมมี่ ทานง่าย หอยนางรมมักเสิร์ฟกับ Mignonette Sauce และเลมอนฝาน เหมาะกับการทานคู่กับไวน์หรือน้ำ Sparkling นักกินหอยนางรมมือใหม่อาจเริ่มต้นจากหอยนางรมที่มีรสชาติแบบครีมมี่ เพราะทานง่ายกว่า รสไม่แรงมากเช่นหอย Fin de Claire Oyster
ส่วน สายนักกินหอยนางรมส่วนใหญ่ มักจะเลือกทานหอยนางรมที่มีรสชาติเค็มเข้มข้น เนื่องจากจะได้สัมผัสรสชาติที่แท้จริง และสามารถทานได้เรื่อย ๆ ไม่เลี่ยนเท่ากับรสชาติหอยแบบครีมมี่เช่น หอย Kumamoto Oyster หรือ Sydney Rock Oyster โดยมักเสิร์ฟกับ Mignonette Sauce หรือน้ำส้มสายชูที่หมักจากไวน์แดงผสมกับหอมแดง และเลมอนฝาน เคียงไปกับเครื่องดื่มอย่างไวน์หรือน้ำ Sparkling

ประโยชน์ของหอยนางรม

1. หอยนางรมช่วยบำรุงประสาท กล้ามเนื้อ และหัวใจ
เนื่องจากในหอยนางรมมีธาตุเหล็ก วิตามิน บี 1 และ วิตามินบี 2 หากรับประทานหอยนางรมควบคู่กับการออกกำลังกาย ก็จะทำให้รูปร่างตึงกระชับได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
2. หอยนางรมช่วยผิวพรรณเปล่งปลั่ง
วิตามินซีในหอยนางรมเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ทำให้ผิวหน้าดูสดใสอ่อนวัย และยังมีส่วนช่วยในการลดรอยหรือจุดด่างดำได้ดีอีกด้วย
3. หอยนางรมช่วยป้องกันโรคเหน็บชา
เนื่องจากหอยนางรมอุดมไปด้วยวิตามินบี หากรับประทานเข้าไปวิตามินบีจะเข้าไปช่วยซ่อมแซมเส้นประสาทและทำหน้าที่เป็นสารสื่อประสาท ช่วยลดอาการชาตามนิ้วมือ นิ้วเท้าได้
4. หอยนางรมเป็นตัวช่วยในการขับปัสสาวะ
อีกหนึ่งภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ใช้เปลือกหอยนางรมมาต้มรับประทาน เนื่องจากหอยนางรมมีส่วนประกอบของวิตามินเค และแคลเซียมที่มีส่วนช่วยในการบำรุงเลือด แก้ไข้เสริมสร้างกระดูก บำรุงลำไส้ และยังมีคุณสมบัติขับปัสสาวะรวมไปถึงขับนิ่วได้อีกด้วย
6S วิธีการทานหอยนางรมแบบมือโปร!

1. See เริ่มจากการดูก่อนว่าฝาหอยต้องปิดสนิท ถ้าปากหอยแง้มเปิดแล้วสามารถปิดได้ หรือถ้าทางร้านเสิร์ฟหอยมาแล้วบนน้ำแข็ง เนื้อของหอยต้องไม่แห้ง ชั่งน้ำหนักดูบนมือแล้วต้องไม่กลวง เบาโหวง
2. Smell ดมกลิ่น ซึมซาบกลิ่นของน้ำทะเลจากแหล่งกำเนิดของหอย ที่สำคัญต้องให้แน่ใจว่าหอยกลิ่นดีไม่ตุ ไม่เหม็น
3. Sip จิบส่วนที่เป็นน้ำของหอย ส่วนน้ำและความสมบูรณ์ของน้ำในแต่ละที่ถือเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่ทำให้ oyster แต่ละตัวต่างกัน
4. Savor เริ่มทานได้ โดยสามารถยกเทจากปากหอยได้เลย เพราะเวลาเสิร์ฟส่วนใหญ่ที่ร้านจะแกะและตัดขอบปากหอยมาให้แล้ว
5. Slurp กัดที่ตัวเนื้อหอยสามถึงสี่ครั้งให้ได้รสชาติและสัมผัสของน้ำทะเลกับเนื้อหอยแล้วค่อยกลืนลงไป
6. Shell ดูลักษณะของฝาหอยประกอบไปด้วย เพื่อชื่นชมความงดงามของธรรมชาติและถิ่นที่อยู่ที่สะท้อนอยู่บนตัวหอย เช่นถ้าเปลือกหอยมีสีเข้มแสดงว่ามาจากทะเลลึกและน้ำทะเลมีสีเข้ม
Tip. การเก็บหอยนางรมให้สดและนานมากขึ้น

1. ควรแช่เย็นในอุณหภูมิ 3 องศา จะทำให้อยู่ได้นานถึง 7 วัน แล้ววางหอยให้ฝาหอยอยู่ด้านบนเพื่อให้น้ำที่อยู่ในตัวหอยไม่หายไป ทำให้หอยสดและอยู่ได้นานขึ้น
2. ถ้าแช่หอยในน้ำแข็งจะอยู่ได้แค่ 2 วัน
3. ไม่ควรแกะฝาหอยออกแล้วเก็บไว้นานๆ ถ้าแกะแล้วควรทานเลย
คุณรู้หรือไม่?? นอกจากหอยนางรมที่เรานำมาทานกันสดๆ แล้ว ยังทำเป็นเมนูอาหารได้อีกมากมาย และที่สำคัญหอยนางรมยังสามารถนำมาทำซอสปรุงรสสูตรเข้มข้นได้อีกด้วย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการเคี่ยวนานๆ แต่ถ้ามี “ซอสหอยนางรม ตรา Maggi” ที่มีส่วนผสมของหอยนางรมสายพันธ์ุ Hiroshima ที่มาจากแหล่งน้ำที่เหมาะกับการเลี้ยงหอย เพราะได้สารอาหารจากแม่น้ำที่ไหลผ่านภูเขา Chugoku ทำให้หอยนางรมญี่ปุ่นพันธ์ุนี้ มีขนาดใหญ่กว่าหอยนางรมไทยถึง 2 เท่า ซึ่งพอเอามาทำซอสหอยนางรม ทำให้ได้รสชาติความ ครีมมี่ เข้มข้น กลมกล่อมมากกว่า จึงทำให้ “ซอสหอยนางรม ตรา Maggi” มีรสชาติความหวานและความเค็มของซอสกำลังพอดี ซึ่งแตกต่างจากซอสหอยนางรมทั่วๆ ไป และที่สำคัญ “ซอสหอยนางรม ตรา Maggi” แค่ขวดเดียว คุณก็สามารถทำเมนูต้ม ผัด หมัก ทอด ได้แบบสบายๆ








ใครที่อยากลองสัมผัสรสชาติของหอยนางรมจากทั่วโลก สามารถมาทานได้ที่ร้าน The dock ที่ The Maze Thonglor ร้านอาหารทะเลที่นำเข้าซีฟู้ดสดใหม่จากธรรมชาติซีฟู้ด