ใคร ๆ ก็รู้ว่ากันดีว่าการกินผักนั้นมีประโยชน์ต่อร่างกาย ทั้งวิตามิน และเกลือแร่ ที่ช่วยเสริมสร้างสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงปราศจากโลกต่าง ๆ มาวันนี้ Wongnai มีเคล็ดลับการเลือกกินผักมาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง โดยอาศัยฤดูกาลที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าจะร้อน ฝน หรือหนาว หากเลือกกินผักให้ตรงตามฤดูกาลแล้ว รับรองเลยว่าจะช่วยลดอัตราความเสี่ยงในการบริโภคผักปนเปื้อนสารเคมี ว่าแล้วก็เปิดปฏิทินแล้วตามมาดูกันเลย!
กินผักตามฤดูอย่างไรใน 12 เดือน
1ฤดูร้อน
(มีนาคม - พฤษภาคม)


1. ฤดูร้อน (มีนาคม - พฤษภาคม) ผักที่จะขึ้นได้ดีในฤดูนี้จะมีลักษณะที่ทนแล้งหรือชอบน้ำน้อย เช่น ฟักทอง, มะระ, บีทรูท, แตงกวา, คะน้า, ใบเหลียง, ผักหวาน, บวบ และมันมือเสือ เป็นต้น
เมนูจากผักตามฤดูกาลในฤดูร้อน : แกงฟักทอง, มันลืมกลืน เป็นต้น
2 ฤดูฝน
(มิถุนายน - กันยายน)


2. ฤดูฝน (มิถุนายน - กันยายน) ผักที่ขึ้นได้ดีในฤดูนี้จะเป็นผักที่มีน้ำมาก หรือผักที่เจริญเติบโตในน้ำอยู่แล้ว เช่น กระเจี๊ยบ, ผักกูด, ผักโขม, ชะอม, ถั่วฝักยาว, ตำลึง, ฟักเขียว, สายบัว และผักบุ้ง เป็นต้น
เมนูจากผักตามฤดูกาลในฤดูฝน : บะหมี่น้ำกระเจี๊ยบเขียว, ไข่ชะอมทอด, ยำผักกูดทรงเครื่อง
3 ฤดูหนาว
(ตุลาคม - กุมภาพันธ์)


3. ฤดูหนาว (ตุลาคม - กุมภาพันธ์) ผักในฤดูนี้มักเป็นผักที่กินใบเป็นส่วนใหญ่ และชอบอากาศหนาว ๆ เช่น กะหล่ำดอก, กะหล่ำปลี, บรอกโคลี, ปวยเล้ง, แครอท, ผักกาดขาว, ผักสลัด, และผักกาดหอม เป็นต้น
เมนูจากผักตามฤดูกาลในฤดูหนาว : ทอดมันกะหล่ำดอก, ต้มเลือดหมูตังโอ๋
ประโยชน์ของการกินผักตามฤดูกาล

- ประหยัดค่าใช้จ่าย เนื่องจากผักตามฤดูกาลจะมีปริมาณมากและมีคุณภาพดี เราจึงได้กินผักในราคาย่อมเยาและยังหาซื้อง่ายอีกด้วย
- ปลอดภัยต่อสุขภาพ ผักตามฤดูกาลจะเป็นการเก็บเกี่ยวตามธรรมชาติ ไม่พึ่งสารเคมี หรือสารเร่งให้ปัจจัยเหมาะสมกับการเจริญเติบโต จึงช่วยลดการเสี่ยงภัยจากสารเคมีในผัก ต่างจากการปลูกผักนอกฤดูกาลที่มีโอกาสใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงมากกว่า
- ไม่ฝืนธรรมชาติและระบบนิเวศ เช่น ฤดูหนาวผักใบต่าง ๆ จะโตได้ดีเพราะแมลงรบกวนน้อย ถ้านำมาปลูกในฤดูร้อนจะทำให้ผักไม่ทนต่อโรค
- เป็นการส่งเสริมเกษตรกรให้มีทางเลือกการปลูกผักที่มากขึ้น กระจายรายได้สู่ชุมชน สร้างการพัฒนาที่ยั่งยืน และยังสนับสนุนให้คนเรียนรู้ปลูกผักกินเองตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ปฏิทินผักตามฤดูกาล



