ลืมบทเรียนวิชาสังคมสมัยประถมไปก่อน ที่ครูเคยสอนว่า "มนุษย์เลิกเป็นคนป่าเร่ร่อน > หันมาปลูกข้าว > ทำขนมปังกิน > แล้วค่อยสร้างเมือง" ฟังดูสมเหตุสมผลและดูเป็นคนดีมีความรับผิดชอบใช่ไหมครับ? แต่จะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมบอกว่าเราอาจจะโดน "แกง" มาทั้งชีวิต? Wongnai Story ขอเสนอ เรื่องราวของเบียร์ที่ว่ากันว่าเป็นผู้สร้างอารยธรรมให้กับมนุษย์ตัวจริงเสียงจริง
เรื่องราวมันเกิดขึ้นจากนักโบราณคดีและนักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่เริ่มมีหลักฐานหนาหูขึ้นเรื่อย ๆ ว่า แรงจูงใจที่ทำให้มนุษย์ยอมทิ้งชีวิตอิสระมาหลังขดหลังแข็งทำเกษตรกรรม ไม่ใช่เพราะพวกเขาอยากกินแป้งจืด ๆ อย่างเช่นขนมปัง แต่เป็นเพราะพวกเขาอยาก "หมักเบียร์" ต่างหาก!
และนี่ก็คือทฤษฎี "The Beer Before Bread Hypothesis" ทฤษฎีที่บอกว่า ความเมา คือรากฐานของอารยธรรมมนุษย์
1.ทำไมต้อง "ขนมปัง" ในเมื่อ "เบียร์" มันง่ายกว่า?
ลองจินตนาการว่าคุณเป็นมนุษย์ยุคหินนะครับ การจะทำ ขนมปัง ก้อนหนึ่ง คุณต้องเก็บเมล็ดข้าว ปอกเปลือก โม่ให้เป็นแป้ง นวด แล้วก็ต้องหาไฟแรง ๆ มาอบ ขั้นตอนเยอะแยะวุ่นวาย แถมถ้าทำผิดสูตรก็แข็งเป็นหินปาหัวหมาแตก
แต่ เบียร์ นี่ต่างกันลิบลับอย่างกับสวรรค์ประทานชัด ๆ ตามหลักวิทยาศาสตร์แล้ว แค่คุณเอาเมล็ดธัญพืชป่าไปแช่น้ำ แล้วทิ้งไว้ให้เจอกับ "ยีสต์ธรรมชาติ" ที่ลอยอยู่ในอากาศกระบวนการหมัก ก็จะเกิดขึ้นเองแบบอัตโนมัติ น้ำหวานจากข้าวจะเปลี่ยนเป็นแอลกอฮอล์ มีฟองฟู่ ๆ และพอดื่มเข้าไปก็วิ้ง ๆ เลยครับพี่น้อง
ในมุมของจิตวิทยามนุษย์เราชอบทางลัดเสมอ (Law of Least Effort) ระหว่าง "ขนมปังที่ทำยากแถมจืดชืด" กับ "น้ำวิเศษที่ทำง่ายแถมกินแล้วอารมณ์ดี" คุณคิดว่าบรรพบุรุษเราจะเลือกปลูกข้าวเพื่ออะไรก่อนกัน?
2."ปาร์ตี้" ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
อย่าเพิ่งหาว่าผมมั่ว เพราะเรื่องนี้มีหลักฐานทางโบราณคดีรองรับ ให้เราวาร์ปไปที่ Göbekli Tepe (โกเบกลี เทเป) ในประเทศตุรกี สถานที่นี้คือวิหารหินที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (เก่ากว่าพีระมิดอียิปต์ราวๆ 7,000 ปี!)
สิ่งที่นักโบราณคดีเจอที่นั่นคือ "อ่างหินขนาดยักษ์" ที่จุของเหลวได้เป็นร้อยลิตร และเมื่อเอาคราบในอ่างไปตรวจทางเคมี ก็เจอแจ็กพอต เพราะเราพบ แคลเซียมออกซาเลต ซึ่งเป็นสารตกค้างที่เกิดจากการหมักเบียร์!
ประเด็นที่ พีค คือ คนที่สร้างวิหารนี้ยังเป็น "พรานล่าสัตว์" พวกเขายังไม่มีบ้านเป็นหลักแหล่งด้วยซ้ำ แต่กลับลงทุนลงแรงมาสร้างวิหารเพื่อรวมตัวกัน "จัดงานเลี้ยง"
นั่นแปลว่า ปาร์ตี้มาก่อน เมืองมาทีหลัง พวกเขาไม่ได้ปลูกข้าวเพื่อเลี้ยงปากท้องในชีวิตประจำวัน แต่เริ่มเพาะปลูกเพราะต้องการวัตถุดิบจำนวนมากมาหมักเหล้าเพื่อบูชาเทพเจ้า (และดื่มกันเอง) ในงานเทศกาล พอต้องใช้ข้าวเยอะเข้า ๆ ก็เลยต้องเลิกเร่ร่อนแล้วมาทำนากันจริง ๆ จัง ๆ สักที
3.เบียร์: เครื่องมือสร้างสังคม (Social Lubricant)
ในทางจิตวิทยาสังคม แอลกอฮอล์ทำหน้าที่เป็น Social Lubricant หรือสารหล่อลื่นทางสังคมมาช้านาน มนุษย์ยุคหินมีความเครียดสูง (ตื่นมาอาจจะโดนเสือกัดตายเมื่อไหร่ก็ได้) การได้ดื่มเบียร์ช่วยลดความกังวล และละลายพฤติกรรม ทำให้คนแปลกหน้าจากต่างเผ่ากล้าที่จะคุยกัน แลกเปลี่ยนของกัน หรือจับคู่กันง่ายขึ้น
สังคมที่ซับซ้อนอย่าง "รัฐ" หรือ "เมือง" อาจเกิดขึ้นไม่ได้เลย ถ้าไม่มีเบียร์เป็นตัวเชื่อมประสานให้มนุษย์เปิดใจคุยกันในวงเหล้า
4.แด่บรรพบุรุษผู้กระหาย
แน่นอนว่าเบียร์ในยุคนั้นไม่ได้ใสปิ๊งเหมือน Lager ในเซเว่น ฯ แต่มันคือ "โจ๊กที่มีแอลกอฮอล์" อันข้นคลั่ก มีกากใยสูง และโปรตีนเพียบ (ถือเป็น Superfood ยุคแรกก็ได้นะ)
ดังนั้น ครั้งหน้าที่คุณยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม อย่ารู้สึกผิดว่ากำลังทำลายสุขภาพ แต่จงภูมิใจว่าคุณกำลัง "รำลึกถึงรากเหง้าแห่งอารยธรรม" เพราะถ้าบรรพบุรุษเราไม่กระหายความเมาในวันนั้น... เราอาจจะยังวิ่งไล่จับหมูป่าอยู่ในป่าจนถึงวันนี้ก็ได้
เอ้าชน!
สาระน่ารู้
1. ทฤษฎีนี้มีชื่อเรียกทางวิชาการว่า "The Beer Before Bread Hypothesis" เริ่มเป็นที่ถกเถียงจริงจังตั้งแต่ยุค 1950s โดย Robert Braidwood และได้รับแรงหนุนจากหลักฐานใหม่ ๆ โดยศาสตราจารย์ Solomon Katz (มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย)
2. หลักฐานที่ Göbekli Tepe: มีการค้นพบอ่างหินปูนและร่องรอยของ Oxalate จริง ซึ่งบ่งชี้ถึงการหมักธัญพืช แต่นักวิชาการบางส่วนก็ยังแย้งว่าอาจจะเป็นการหมักเพื่ออาหารเฉย ๆ ไม่ใช่แอลกอฮอล์เสมอไป (แต่ทฤษฎีเบียร์มีน้ำหนักมากในปัจจุบัน)
3. ลักษณะของเบียร์โบราณ เบียร์ยุคแรก (เช่น ของชาวสุเมเรียน) มีลักษณะข้นคล้ายซุปหรือโจ๊ก และต้องใช้ "หลอดดูด" (Straw) ที่ทำจากต้นอ้อ เพื่อดื่มน้ำจากด้านล่างและกรองกากที่ลอยอยู่ด้านบน ซึ่งภาพสลักคนดูดน้ำจากไหคือหลักฐานชิ้นสำคัญทางประวัติศาสตร์
4. ยีสต์ธรรมชาติ: ในยุคนั้นยังไม่มีการคัดสายพันธุ์ยีสต์ (Saccharomyces cerevisiae) เหมือนปัจจุบัน การหมักเกิดขึ้นจากการที่สปอร์ยีสต์ในธรรมชาติร่วงลงไปในถังหมักเอง (Spontaneous fermentation) ซึ่งปัจจุบันเบียร์ประเภท Lambic ในเบลเยียมยังคงใช้วิธีนี้อยู่
5. ถ้ำราเคเฟต (Raqefet Cave) ประเทศอิสราเอล (ปี 2018): นักโบราณคดีจากมหาวิทยาลัย Stanford ค้นพบร่องรอยของการ "หมักเบียร์" ในครกหิน อายุเก่าแก่ถึง 13,000 ปี ซึ่งเป็นยุคของชาวนาทูฟียน (Natufian)
ปล.แม้หลักฐานต่าง ๆ จะสนับสนุนทฤษฎี "Beer Before Bread" (ทำเกษตรเพื่อเอาเบียร์) แต่ในวงการก็ยังมีแย้งกันนิดหน่อย เพราะในปีเดียวกัน (2018) ก็มีการค้นพบ "เศษขนมปัง" ที่เก่าแก่ที่สุด (อายุ 14,400 ปี) ที่จอร์แดนเหมือนกัน
#Wongnai #WongnaiStory #เบียร์


