เปิดตำรา “โลกของพริกไทย” ราชาแห่งเครื่องเทศ สุดยอดเครื่องปรุงระดับโลก
  1. เปิดตำรา “โลกของพริกไทย” ราชาแห่งเครื่องเทศ สุดยอดเครื่องปรุงระดับโลก

เปิดตำรา “โลกของพริกไทย” ราชาแห่งเครื่องเทศ สุดยอดเครื่องปรุงระดับโลก

ใครว่าพริกไทยมีแค่ขาวกับดำ ? มาเปิดตำราแบบรู้ลึกรู้จริงไปพร้อม ๆ กันกับ “โลกของพริกไทย” ราชาแห่งเครื่องเทศ สุดยอดแห่งเครื่องปรุงรสเผ็ดร้อนที่คนทั่วโลกต่างหลงใหล
writerProfile
27 มี.ค. 2020 · โดย
Mccormick


เครื่องเทศที่ผู้คนทั่วโลกต่างมีไว้ติดครัวและยกให้เป็นราชาแห่งเครื่องเทศ คงจะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลยนอกจาก “พริกไทย” ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อนและกลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเติมลงในอาหารประเภทใด ก็สามารถชูรสชาติของอาหารจานนั้น ๆ ให้กลายเป็นอาหารเลิศรสขึ้นมาทันที เช่น สเต๊ก ข้าวผัด ข้าวต้ม หรือแม้กระทั่งแกงแบบไทย ๆ ของบ้านเราบางประเภทก็ใช้พริกไทยเป็นส่วนผสมเช่นกัน นอกจากจะช่วยทำให้อาหารมีรสชาติที่ดีขึ้นแล้ว พริกไทยยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย อาทิเช่น ช่วยเรื่องขับลม บรรเทาอาการหวัด ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และอื่น ๆ อีกมากมาย เชื่อว่าเราทุกคนต่างพอจะรู้เรื่องพวกนี้โดยสังเขปกันอยู่แล้วใช่ไหมล่ะครับ ? แต่รู้หรือไหมครับว่าเครื่องเทศใกล้ตัวอย่าง “พริกไทย” นั้นมีที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ? และมีทั้งหมดกี่ประเภท ? วันนี้เราจะมาเปิดตำรา “โลกของพริกไทย” ให้รู้ชัดรู้จริงกันไปเลย ตามผมมาได้เลยครับ

ต้นกำเนิดของพริกไทย

พริกไทยเป็นพืชพื้นเมืองในแถบตอนใต้ของเทือกเขากาตของรัฐเกรละในประเทศอินเดีย โดยพบว่าเป็นเครื่องปรุงอาหารของอินเดียเมื่อราว 3,000 ปีก่อน ต่อมาเมื่อชาวอาหรับได้พบกับพริกไทย ก็รู้สึกประทับใจในกลิ่นที่ฉุนและรสชาติที่เผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงได้นำกลับไปและขายต่อให้กับชาวอียิปต์ โดยไม่ได้บอกถึงแหล่งที่มาจริง ๆ ของมัน เพื่อเป็นการผูกขาดการค้าแต่เพียงผู้เดียว ทำให้พริกไทยในยุคสมัยนั้นมีราคาแพงมากจนถูกขนานนามว่าเป็น “ทองคำสีดำ” ซึ่งมักจะมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่ได้ครอบครองเพื่อเป็นเครื่องแสดงสถานะความร่ำรวย

ในยุโรป “พริกไทย” เริ่มเป็นที่รู้จักหลังจากพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชยกทัพมาบุกเข้าสู่เอเชียกลางจนมาถึงอินเดีย แล้วได้นำพริกไทยกลับไปยังยุโรปด้วย เพียงไม่นานชาวยุโรปต่างก็ต้องการพริกไทยมากขึ้น พ่อค้าชาวอาหรับจึงขยายเส้นทางการค้าเครื่องเทศผ่านประเทศอียิปต์ไปจนถึงกรุงโรม และร่วมมือกับพ่อค้าชาวโรมันผูกขาดการค้า ทำให้โรมกลายเป็นศูนย์กลางการค้าพริกไทยในยุโรปไปในที่สุด

ปัจจุบัน พริกไทยถูกปลูกกันมากขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย บราซิล จีน และเวียดนามที่เป็นแหล่งผลิตและส่งออกพริกไทยอันดับต้น ๆ ของโลก สำหรับประเทศไทยก็มีการปลูกพริกไทยเช่นกันในบริเวณจังหวัดจันทบุรี ตราด และระยอง

เปิดตำราโลกของพริกไทย
"พริกไทย" เป็นเครื่องปรุงของชาวอินเดียเมื่อราว 3,000 ปีก่อน

ทำไมถึงเรียกว่าพริกไทย ?

พริกไทยถูกนำเข้ามาในประเทศไทยช่วงสมัยอยุธยา ซึ่งเป็นช่วงที่มีการค้าขายกับชาวต่างชาติ เดิมทีนั้น “พริกไทย” ถูกเรียกว่า “พริก” แต่เมื่อมีพริกเม็ดสีแดงเข้ามา จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “พริกไทย” แต่ก็จะมีชื่อเรียกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น ภาคเหนือเรียกพริกไทยว่า "พริกน้อย" ภาคใต้เรียกว่า "พริก" ส่วนภาคกลางเรียก "พริกไทยดำ" "พริกไทยล่อน" หรือ "พริกขี้นก เป็นต้น

เปิดตำราโลกของพริกไทย
เดิมทีเรียกว่า "พริก" แต่เมื่อมีพริกเม็ดแดงเข้ามาจึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น "พริกไทย"

ประเภทของพริกไทย

หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นหูหรือเคยเห็นเพียงแค่พริกไทยขาว และพริกไทยดำ ทำให้เข้าใจกันไปว่าพริกไทยมีอยู่แค่สองชนิดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชนิดของพริกไทยมีมากกว่านั้น ซึ่งจะมีสี กลิ่น และการนำไปใช้ที่แตกต่างกันออกไป ได้แก่

เปิดตำราโลกของพริกไทย
ประเภทของพริกไทย

1พริกไทยเขียว

คือ พริกไทยอ่อนที่นำมาผ่านกระบวนการทำให้แห้งโดยใช้ความเย็น สีของเปลือกจึงยังคงเป็นสีเขียวอยู่นั่นเอง
ลักษณะ: เม็ดกลมขนาดเล็ก ผิวขรุขระ มีเปลือกหุ้ม สีเขียวอมน้ำตาล 
กลิ่น/รสชาติ: รสชาติเผ็ดร้อนเล็กน้อย มีกลิ่นหอมสดกว่าพริกไทยชนิดอื่น ๆ 

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทยเขียว

2พริกไทยขาว

คือ ผลพริกไทยที่แก่จัดหรือสุกจนเป็นสีแดงหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วจะนำไปแช่ในน้ำ จากนั้นจะนำมานวดเพื่อให้เปลือกลอกออก แล้วจึงนำไปตากแดดจนกระทั่งแห้งสนิท มีราคาแพงกว่าพริกไทยดำเพราะต้องผ่านกรรมวิธีหลายขั้นตอน มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า "พริกไทยล่อน"
ลักษณะ: เม็ดกลมขนาดเล็ก สีขาวอมเทา ผิวเรียบ ไม่มีเปลือกหุ้ม 
กลิ่น/รสชาติ: รสชาติเผ็ดร้อน ความหอมน้อยกว่าพริกไทยดำ 

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทยขาว

3พริกไทยดำ

คือ ผลพริกไทยแก่เต็มที่แต่ยังไม่ถึงขั้นสุก หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วนำไปตากจนพอแห้ง แล้วจึงนำมานวดเพื่อให้ผลหลุดออกจากก้าน นำเม็ดที่ได้ไปตากแดดต่อประมาณ 5 - 6 วัน จนได้เม็ดพริกไทยสีดำแห้งสนิท
ลักษณะ: เม็ดกลมขนาดเล็ก ผิวด้านนอกขรุขระ มีเปลือกหุ้ม สีดำอมน้ำตาล
กลิ่น/รสชาติ: รสชาติเผ็ดร้อน และมีกลิ่นฉุน

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทยดำ

4พริกไทยชมพู

เป็นผลเบอร์รีตากแห้งชนิดหนึ่งของไม้ยืนต้นที่มีชื่อว่า Schinus Terebinthifolius หรือ บ้านเราเรียกกันว่า “มะตูมแขก”
ลักษณะ : เม็ดกลมขนาดเล็ก ผิวเรียบ มีเปลือกหุ้ม สีแดงอมชมพู
กลิ่น/รสชาติ : รสชาติไม่เผ็ดมาก มีกลิ่นฉุนอ่อน ๆ 

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทยชมพู

5พริกไทยแดง

คือผลพริกไทยที่สุกแดงแล้ว นำไปผ่านกระบวนการทำให้แห้งโดยใช้ความเย็น ทำให้สีของเปลือกด้านนอกจะยังคงสีแดงอยู่ นิยมใช้ประดับจานอาหารเพื่อความสวยงาม
ลักษณะ: เม็ดกลมขนาดเล็ก ผิวด้านขรุขระ มีเปลือกหุ้ม สีแดงอมน้ำตาล
กลิ่น/รสชาติ: รสชาติเผ็ดร้อนเล็กน้อยคล้ายกับพริกไทยเขียว มีกลิ่นหอมสดกว่าพริกไทยชนิดอื่น ๆ

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทยแดง

พริกไทย กับ การปรุงอาหาร

พริกไทยแต่ละประเภทจะมีกลิ่นและรสชาติที่ต่างกันซึ่งส่งผลกลิ่นและรสชาติของอาหารแต่ละชนิดด้วย ดังนั้นการเลือกประเภทของพริกไทยให้เข้ากับอาหารแต่ละเมนูนั้น ถือเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการปรุงรสของเมนูอาหาร

พริกไทยเขียว: เหมาะกับอาหารที่ต้องการกลิ่นหอมสด และรสไม่เผ็ดร้อน เช่น ซุป

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทยเขียว

พริกไทยขาว: เหมาะสำหรับอาหารที่ไม่ต้องการสีจากพริกไทย เช่น ครีมซอส มันฝรั่งบด

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทยขาว

พริกไทยดำ: เหมาะสำหรับสัตว์เนื้อแดง และอาหารที่ต้องการรสเผ็ดร้อน และกลิ่นหอมฉุน เช่น สเต๊กเนื้อ

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทยดำ

พริกไทยชมพู: เหมาะสำหรับอาหารที่ต้องการรสเผ็ดอ่อน ๆ กลิ่นไม่ฉุน เช่น อาหารทะเลต่าง ๆ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มสีสันในจานอาหารได้อีกด้วย

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทยชมพู

พริกไทยแดง: เหมาะสำหรับอาหารประเภทซอสราดเนื้อต่าง ๆ ช่วยเพิ่มสีสันให้กับซอสต่าง ๆ

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทยแดง

“พริกไทย” กับ “เกลือ” รสชาติความต่างที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

เคยสงสัยกันไหมครับ ? ว่าทำไมบนโต๊ะอาหาร ขวดพริกไทยต้องตั้งคู่กับขวดเกลือเสมอ โดยจุดเริ่มต้นของการใช้พริกไทยและเกลือเป็นเครื่องปรุงประจำโต๊ะอาหารที่แยกจากกันแทบไม่ได้นั้น เริ่มมาจากยุคสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งประเทศฝรั่งเศส ที่ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องของรสชาติอาหารเป็นอย่างมาก พระองค์จึงมักจะใส่เครื่องปรุงลงไปเพิ่มอย่างละนิดอย่างละหน่อยในมื้ออาหารแทบทุกมื้อ ซึ่งเครื่องปรุงที่พระองค์มักจะใส่ลงไปเพิ่ม นั่นก็คือพริกไทยและเกลือนั่นเอง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาการใช้พริกไทยคู่กับเกลือก็กลายเป็นธรรมเนียมสากล ที่ปฏิบัติกันเป็นปกติบนโต๊ะอาหารของชาวยุโรปไปโดยปริยาย เรียกได้ว่ามีพริกไทยที่ไหน ก็ต้องมีเกลือวางคู่กันด้วยอยู่เสมอ ตัวอย่างที่เห็นได้เห็นชัดเจนคือการใช้พริกไทยและเกลือในการปรุงอาหารยอดนิยมของคนทั่วโลกอย่างสเต๊ก 

เปิดตำราโลกของพริกไทย
พริกไทย กับ เกลือ รสชาติความต่างที่เข้ากันอย่างลงตัว

ไหน ๆ ก็พูดถึงเกลือแล้ว ขอแทรกความรู้เล็กน้อยเกี่ยวกับเครื่องปรุงเพื่อนซี้กับพริกไทยกันซะหน่อย โดยเกลือนั้นสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก ๆ ตามแหล่งกำเนิด ได้แก่ เกลือทะล และเกลือภูเขา

เกลือทะเล: คือเกลือที่เกิดจากการนำน้ำทะเลมากักไว้ในนาเกลือ แล้วปล่อยให้น้ำระเหยจนแห้งโดยแสงอาทิตย์ เกิดการตกผลึกจนกลายเป็นผลึกเกลือ ก่อนจะนำเข้าสู่กระบวนการผลิตขั้นต่อไป เกลือทะเลจะมีความแตกต่างกันไปตามน้ำทะเลที่นำมาผลิต เช่น เกลือเมดิเตอร์เรเนียนเกิดจากทะเลในเขตน้ำเย็น ในขณะที่เกลือทะเลบ้านเราเกิดจากทะเลในเขตน้ำอุ่น รสชาติของเกลือทะเลในเขตน้ำเย็นจะให้รสชาติที่เค็มน้อยกว่า และมีความกลมกล่อมมากกว่าเกลือจากทะเลในเขตน้ำอุ่น

เปิดตำราโลกของพริกไทย
เกลือทะเล

เกลือภูเขา: เป็นเกลือที่มาจากการชั้นหินและดิน โดยเราจะได้เกลือประเภทนี้ได้โดยการใช้น้ำไหลผ่านชั้นหินใต้ดินเพื่อละลายแร่ธาตุของเกลือไปกับน้ำ ก่อนจะสูบขึ้นมาแล้วนำมาเข้ากระบวนการผลิตขั้นต่อไปให้ได้เป็นเกลือบริสุทธิ์ ตัวอย่างเกลือภูเขาชนิดหนึ่งที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบันนั้นคือ เกลือหิมาลายัน นั่นเอง เป็นเกลือบริสุทธิ์ที่มีประโยชน์ สะอาด และ มีแร่ธาตุต่าง ๆ มากมาย

เปิดตำราโลกของพริกไทย
เกลือภูเขา

เปิดตำรา “โลกของพริกไทย” กันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เห็นไหมละครับว่าแท้จริงแล้ว “พริกไทย” นั้นมีอยู่ด้วยกันหลากหลายประเภท โดยแต่ละประเภทนั้นจะมีกลิ่นและรสชาติเผ็ดร้อนที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นเราจึงควรเลือกใช้พริกไทยแต่ละประเภทให้เหมาะสมกับอาหาร เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่ดีที่สุด โดย McCormick มีมาให้เลือกกันถึง 4 แบบด้วยกัน นั่นคือ

  • พริกไทยหลากสี กลิ่นหอมพิเศษจากพริกไทยหลากชนิดที่รวมไว้ในขวดเดียว (PEPPERCORN MEDLEY)
  • พริกไทยดำ กลิ่นหอมเด่นชัด รสชาติเผ็ดร้อน (BLACK PEPPERCORN)
  • พริกไทยเขียว กลิ่นหอมสดชื่น รสเผ็ดเบา ๆ (GREEN PEPPERCORN)
  • พริกไทยดำผสมพริกไทยขาว กลิ่นหอมของพริกไทยดำและพริกไทยขาว ผสมกันอย่างลงตัว (BLACK & WHITE PEPPERCORN)

ซื้อออนไลน์ง่าย ๆ  🛒 คลิก https://bit.ly/3aaczkY

เปิดตำราโลกของพริกไทย
McCormick

ใส่มาในภาชนะฝาบดอันเป็นเอกลักษณ์ของ McCormick ที่สามารถเลือกความละเอียดในการบดได้ถึง 3 ระดับด้วยกัน ได้แก่ บดละเอียด บดปานกลาง และบดหยาบ ไม่ว่าจะเป็นอาหารประเภทไหน คุณก็สามารถประทับใจได้ในทุก ๆ มื้อ สามารถหาซื้อผลิตภัณฑ์ McCormick ได้ที่ห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป

เปิดตำราโลกของพริกไทย
ใช้สะดวก เลือกความละเอียดได้ถึง 3 ระดับ ได้แก่ บดละเอียด บดปานกลาง และบดหยาบ