สาว ๆ ที่ชอบทำสีผมต้องเจอกับปัญหาผมแห้งกรอบ ชี้ฟู จนรู้สึกยมกันแน่นอน จะบอกว่ายิ่งเป็นคนชอบทำสีผมยิ่งต้องหาวิธีการดูแลหรือว่าฟื้นฟูเส้นผมให้แตกปลาย ชี้ฟู หรือว่าผมขาดให้น้อยลงให้ได้ ไม่งั้นมันจะผมสวยแต่ไม่มีความมั่นใจได้เหมือนกันนะคะ วันนี้เรารวมทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมเสียจากการทำสีมาป้ายยาค่ะ เราไม่ได้มีแค่ทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมเสียจากการทำสียี่ห้อไหนดีนะคะ แต่ว่าเราเอาวิธีการเลือกที่ตอบโจทย์มาให้ด้วย!
ทริคการดูแลผมทำสีแบบกู้ชีพไม่ให้ผมพังไปมากกว่านี้!
- ให้เว้นการสระผมหลังทำสี : หลังจากที่เราทำสีผมมาแล้ว ไม่ว่าจะทำเองหรือว่าไปทำจากร้านมาควรเว้นอย่างน้อย 48 - 72 ชั่วโมง เพื่อให้เม็ดสีเซตตัวเข้ากับเส้นผมได้ดีที่สุดนะคะ
- สระด้วยน้ำอุณหภูมิปกติ : พยายามเลี่ยงการสระผมด้วยน้ำอุ่นจัด ๆ เพราะการสระผมด้วยน้ำอุ่นจะเปิดเกล็ดผมทำให้สีหลุดง่าย และผมแห้งเสียกว่าเดิมนั่นเอง
- ใช้แชมพูสำหรับผมทำสีโดยเฉพาะ (Color Sulfate-Free) : แชมพูทั่วไปอาจมีสารชะล้างที่รุนแรงเกินไปจนดึงเอาสีผมและน้ำมันธรรมชาติออกหมด เพราะงั้นถ้ามีแพลนทำสีผมก็ควรเลือกแชมพูที่ดูแลทั้งเส้นผมและสีผมด้วยพร้อม ๆ กัน
- ลดการใช้ความร้อน : ถ้าต้องใช้ไดร์เป่าผม หรือเครื่องหนีบควรลง Heat Protector ทุกครั้ง ไม่งั้นเส้นผมของเราจะยิ่งถูกทำร้ายแล้วทำให้ผมของเรากรอบกว่าเดิมได้ค่ะ
วิธีเลือกทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมเสียจากการทำสี ที่ช่วยดูแลเส้นผมได้จริงเลือกยังไง!
การเลือกทรีตเมนต์สำหรับผมทำสี ไม่ใช่แค่เลือกที่ "กลิ่นหอม" แต่ต้องดูที่ ส่วนผสม เป็นหลักเพราะถ้าเราเลือกทรีตเมนต์ไม่ดีหมักผมไปอาจจะได้แค่เคลือบผมด้านนอกแต่เส้นผมของเราไม่ได้การบำรุงถึงโคนผมจริง ๆ
สิ่งที่ควรมีในทรีตเมนต์ และเอาประโยชน์ที่เส้นผมจะได้รับ
- Keratin / Amino Acids : ช่วยซ่อมแซมโครงสร้างโปรตีนในเส้นผมที่ถูกทำลายจากสารเคมี
- Argan Oil / Jojoba Oil : เติมความชุ่มชื้นเข้มข้น และสร้างชั้นฟิล์มเคลือบผมให้เงางาม
- Panthenol (Vitamin B5) : ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ลดอาการผมเปราะขาดง่าย
- UV Filters : ป้องกันแสงแดดไม่ให้มาทำลายเม็ดสีผม (ช่วยให้สีไม่เฟดเขียว/ส้ม)
เคล็ดลับการลงทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมเสียจากการทำสีให้ได้ผลสูงสุด
- บีบน้ำออกจากผมให้หมาด : ถ้าผมเปียกโชก ทรีตเมนต์จะถูกน้ำเจือจาง และไหลทิ้งไปหมดไม่เกิดผลในการดูแลเส้นผม
- เน้นที่กึ่งกลางจนถึงปลายผม : หลีกเลี่ยงการลงที่หนังศีรษะเพราะจะทำให้ผมมันเร็วและลีบแบน
- นวดเบา ๆ หรือใช้หวีซี่ห่าง : เพื่อให้เนื้อครีมซึมเข้าสู่ทุกเส้นผมอย่างทั่วถึง
- ทิ้งไว้อย่างน้อย 5 - 10 นาที : หรือใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นคลุมทับ (ช่วยเปิดเกล็ดผมให้รับการบำรุงได้ลึกขึ้น)
10 ทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมเสียจากการทำสี ยี่ห้อไหนดี 2026 คืนความเงางาม
K18 Leave-In Molecular Repair Hair Mask

ก้าวข้ามการบำรุงแบบเดิม ๆ ด้วย K18Peptide™ ที่มีขนาดโมเลกุลเล็กพอที่จะแทรกซึมเข้าสู่แกนผมชั้นใน (Cortex) เพื่อเชื่อมสายโพลีเปปไทด์ที่ขาดออกจากกันจากการฟอกสีผม เขาจะช่วยซ่อมแซมลึกถึงระดับโมเลกุล ทั้งพันธะซัลเฟอร์และสายเคราติน
ส่วนผสม : K18Peptide™ (ลิขสิทธิ์เฉพาะ) ที่เลียนแบบโครงสร้างเคราตินธรรมชาติ
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมกึ่งเจล บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ
เหมาะกับใคร : คนที่ผมเปื่อยยุ่ยจากการฟอกหนักๆ ต้องการผลลัพธ์ด่วนภายใน 4 นาทีโดยไม่ต้องล้างออก
ปริมาณ : 50 ml.
ราคา : 441.24 บาท
พิกัด : ร้านพรีออเดอร์ทั่วไป และร้านค้าออนไลน์ที่นำเข้า
Source : 1
Olaplex No. 3 Hair Perfector

ใช้สารประกอบ Bis-Aminopropyl Diglycol Dimaleate ทำหน้าที่เป็น กาวเชื่อมพันธะไดซัลไฟด์ (Disulfide Bonds) ที่ถูกทำลายจากเคมีรุนแรง นอกจากนี้ยังได้มาตรฐานทองคำของวงการ Bond Builder ช่วยให้ผมไม่ขาดเปราะง่าย
ส่วนผสม : Bis-Aminopropyl Diglycol Dimaleate
เนื้อสัมผัส : ครีมสีขาวขุ่น เนื้อนุ่ม เกลี่ยง่าย
เหมาะกับใคร : ทุกสภาพผมที่ผ่านเคมี (ทำสี/ดัด/ยืด) เพื่อเชื่อมข้อต่อพันธะที่ขาดให้แข็งแรงขึ้น
ปริมาณ : 100 ml.
ราคา : 1,490 บาท
พิกัด : Sephora ทุกสาขา
Source : 1
Kérastase Resistance Masque Therapiste

มีเทคโนโลยี Fibra-Kap™ เข้าไปชดเชยสาร KAPs (Keratin Associated Proteins) ที่สูญเสียไปขณะทำเคมี พร้อมสารสกัดจาก Resurrection Sap (พืชที่ฟื้นคืนชีพได้แม้แห้งแล้ง) ช่วยคืนความยืดหยุ่นและเคลือบปิดเกล็ดผมให้เรียบลื่นทันที
ส่วนผสม : Fibra-Kap™ และสารสกัดจากพืชคืนชีพ (Resurrection Sap)
เนื้อสัมผัส : ครีมเข้มข้นระดับพรีเมียม กลิ่นหอมหรูหรา
เหมาะกับใคร : ผมเสียรุนแรง (Level 3-4) ที่ผมเริ่มแห้งกรอบและกระด้างเหมือนฟาง
ปริมาณ : 200 ml.
ราคา : 2,290 บาท
พิกัด : Sephora ทุกสาขา
Source : 1
FINO Premium Touch Hair Mask

ทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมเสียจากการทำสี สูตรนี้เน้นการบำรุง 6 ประการ ได้แก่ ความชุ่มชื้น, การควบคุมความมัน, การกระชับเกล็ดผม, การซ่อมแซมภายใน, การเคลือบผิวผม และการรักษาความเงางาม ต้องบอกว่าสิ่งที่ได้กับราคาที่จ่ายมันคุ้มมากก
ส่วนผสม : Royal Jelly EX, PCA, และ Lipidure EX
เนื้อสัมผัส : เนื้อเจลครีมเข้มข้น ยืดหยุ่นสูง
เหมาะกับใคร : คนที่ผมแห้งชี้ฟูจากการทำสีและโดนความร้อนบ่อยๆ ต้องการความนุ่มลื่น
ปริมาณ : 230 g.
ราคา : 399 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
Briogeo Don’t Despair, Repair!™

ต้องบอกว่าทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมเสียจากการทำสีใช้เทคโนโลยี NOVA Complex ที่รวบรวมสารอาหารจากธรรมชาติ 97% เพื่อคืนสมดุลความชุ่มชื้นและโปรตีนโดยไม่มีซิลิโคน (Silicone-free)
ส่วนผสม : Rosehip Oil, Algae Extract และ B-vitamins
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมเข้มข้นแต่ล้างออกง่าย ไม่หนักผม
เหมาะกับใคร : สาย Clean Beauty ที่ต้องการเลี่ยงซิลิโคน แต่ได้ผมที่ชุ่มชื้นและมีน้ำหนัก
ปริมาณ : 236 ml.
ราคา : 1,740 บาท
พิกัด : Sephora ทุกสาขา
Source : 1
Tsubaki Premium Repair Mask

ด้วยเทคโนโลยี Innovative Permeation ช่วยขยายช่องทางเดินสารอาหารในเส้นผม ทำให้ส่วนผสมซึมเข้าสู่แกนผมได้ลึกและเร็วเป็นพิเศษ คนที่อยากหมักผมแล้วเห็นผมหน่อยตอบโจทย์มาก
ส่วนผสม : Camellia Oil, Royal Jelly และโปรตีนไข่มุก
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมเนียนนุ่ม ซึมซาบไวมาก
เหมาะกับใคร : คนขี้เกียจรอ! ตัวนี้ใช้เทคโนโลยีซึมซาบทันที (0-second wait)
ปริมาณ : 180 g.
ราคา : 559 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
L’Oréal Professionnel Absolut Repair Golden Mask

ผสานพลังจาก Gold Quinoa และ Protein ช่วยซ่อมแซมเกล็ดผมที่เปิดอยู่ให้เรียบสนิท โดยไม่ทิ้งความมันส่วนเกิน ทำให้ผมนุ่มขึ้นทันที แต่ยังคงความพริ้วไหว ไม่เกาะกันเป็นก้อน
ส่วนผสม : Gold Quinoa และ Protein
เนื้อสัมผัส : เนื้อครีมสีทองระยิบระยับ เบาสบาย ไม่ทิ้งคราบมัน
เหมาะกับใคร : ผมเส้นเล็ก-ปานกลาง ที่เสียจากการทำสีแต่กลัวผมลีบแบน
ปริมาณ : 250 ml.
ราคา : 1,220 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
Lolane Intense Care Keratin Repair Mask (สูตรสีม่วง)

ทุกคนต้องเคยเห็นทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมเสียจากการทำสีสูตรนี้ เขาใช้เทคโนโลยี Pro-Keratin EX ที่มีเคราติน 3 ขนาดโมเลกุล ทำงานพร้อมกันทั้งชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นในของเส้นผม ซึ่งส่วนผสมที่เด่น ๆ ของเขาคือ Meadowfoam Seed Oil ช่วยเคลือบปิดเกล็ดผมและล็อคเม็ดสี
ส่วนผสม : Pro-Keratin EX (เคราติน 3 ขนาด)
เนื้อสัมผัส : ครีมเข้มข้นมาก เกาะเส้นผมได้ดี
เหมาะกับใคร : คนทำสีผมโทนหม่นหรือสีแฟชั่นที่ต้องการ ล็อกสี และซ่อมผมไปพร้อมกัน
ปริมาณ : 200 g.
ราคา : 125 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
BSC Hair Care Gloss Hair Treatment Wax

ถ้าอยากได้ทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมเสียจากการทำสี และเน้นการเคลือบชั้นนอกของเส้นผม (Cuticle) ด้วยแว็กซ์ธรรมชาติและน้ำมันสกัด เพื่อป้องกันความชื้นระเหยออก ต้องสูตรนี้เลยค่ะ จะบอกว่าหลังหมักแล้วผมจะลื่นมากเหมือนใส่เซรั่มเคลือบผมตลอดเวลา
ส่วนผสม : Tsubaki Oil และโปรตีนสกัด
เนื้อสัมผัส : เนื้อแว็กซ์ครีม ล้างออกแล้วผมจะลื่นปรื๊ด
เหมาะกับใคร : คนที่ต้องการความเงางามขั้นสุด (Glass Hair look) ในงบจำกัด
ปริมาณ : 400 g.
ราคา : 245 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
Carista Goat Milk Premium Keratin

นี่คือทรีตเมนต์ฟื้นฟูผมเสียจากการทำสีตัวดัง ที่นำโปรตีนจาก นมแพะ (Goat Milk) ที่มีโมเลกุลใกล้เคียงกับโปรตีนในผมมนุษย์ มาช่วยเติมเต็มรูพรุนของผมที่ถูกกัดทำลาย มีส่วนผสมของ Keratin และ Vitamin B5 ที่ช่วยให้ผมแข็งแรงและมีน้ำหนัก ทิ้งตัวสวย
ส่วนผสม : เคราตินนมแพะสูตรเข้มข้นนำเข้าจากออสเตรเลีย
เนื้อสัมผัส : ครีมสีขาวนวล กลิ่นหอมละมุนแบบนม
เหมาะกับใคร : ผมที่ผ่านการฟอกจนเปื่อย แตกปลาย หรือผมแห้งกรอบจากการย้อมบ่อย
ปริมาณ : 500 g.
ราคา : 389 บาท
พิกัด : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป
Source : 1
เพราะเส้นผมของแต่ละคนต้องการการดูแลที่ต่างกัน การเลือกทรีตเมนต์ที่ตอบโจทย์โครงสร้างผมของจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุด แล้วเพื่อน ๆ ล่ะคะ มีทรีตเมนต์ตัวไหนที่เป็นไอเทมลับกู้ผมเสียในดวงใจกันบ้าง? ลองคอมเมนต์แชร์เคล็ดลับกันได้เลยนะ พวกเรามีผมสวยสุขภาพดีไปพร้อมๆ กัน! อย่าหมกกนะสาวว
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


