1. Hong Kong Vibes 22 สถานที่ในฮ่องกงที่ Wongnai Vibes แนะนำ

Hong Kong Vibes 22 สถานที่ในฮ่องกงที่ Wongnai Vibes แนะนำ

อัพเดทเมื่อ 30 ก.ค. 2566
Hong Kong Vibes 22 สถานที่ในฮ่องกงที่ Wongnai Vibes แนะนำ

ทริปนี้เราไปงาน Asia’s 50 Best Bars 2023 เราก็เลยแวะไปบาร์เยอะหน่อย แต่เราก็แวะไปร้านอาหารที่น่าสนใจมาด้วย หลายร้านการันตีรางวัล หลายร้านเป็นสตรีทฟู้ด แถมด้วยพิพิธภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่ต้องบอกว่าฮ่องกงกำลังมาเลย เพราะเค้าจริงจังเรื่องที่จะทำให้ West Kowloon กลายเป็น Cultural District 

.

เชื่อเถอะว่า Wongnai Vibes รวบตึงมาให้แล้ว เซฟเก็บในลิสต์ได้เลย 

ร้านทั้งหมด


เลี่อนลงเพื่อดูอีก 13 สถานที่
ร้านอยู่ไหน? ไปที่นี่ยังไง?
เราปักหมุดสถานที่ไว้ให้แล้ว แค่เปิดแผนที่ก็เจอทันที
สแกนเพื่อเปิด บนแอป Wongnai
Tell Camellia บาร์ค็อกเทลแบบ Teatail ที่นำเอาใบชามาใช้ ไม่ดื่มเหล้าก็มาดื่มชาได้ . นี่คือบาร์ระดับท็อปของฮ่องกงที่เคยขึ้นไปถึงอันดับ 23 ของ Asia’s 50 Best Bars 2021 แม้ว่าปีล่าสุดจะมาตกอยู่ที่อันดับ 97 ของ Asia’s 50 Best Bars 2023 แต่นั่นก็คือช่วงเวลาที่ยังไม่ได้มีการท่องเที่ยว ต้องจับตาดูว่าปีหน้า Tell Camellia จะกลับมาที่อันดับที่เท่าไหร่ เพราะนักท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมาเที่ยงฮ่องกงกัน และบาร์ฮ่องกงก็ถือครองอันดับ 1 ในปีนี้ด้วย . สำหรับร้านนี้ Wongnai Vibes ค่อนข้างชอบคอนเซปต์กับการนำเอา “ใบชา” มาใช้ในค็อกเทล เมื่อเข้าไปดูในเพจเฟซบุ๊คของร้านก็จะเห็นว่าทีมบาร์ตระเวนไปตามไร่ชาต่าง ๆ เพื่อทำความเข้าใจกับชาอย่างจริงจัง เรียกว่านำเอาศาสตร์ของชาและค็อกเทลมาผสมผสานเป็น Teatail อย่างลึกซึ้ง . แน่นอนว่าการนำเอาชามาใช้ในวงการค็อกเทลอาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ ย้อนกลับไปหลายปีก่อน ชินโกะ โกคัง ก็เคยนำเอามัทฉะมาใช้ทำค็อกเทลและไปไกลในระดับโลกมาแล้ว
4.6
2 รีวิว฿฿฿฿
Wing ร้านอาหารจีนที่เชฟ Vicky Cheng ก้าวข้ามคอมฟอร์ตโซนจากอาหารฝรั่งเศสสู่รากเหง้าของตัวเอง . นี่คือหนึ่งในร้านที่เราผ่าไต้ฝุ่นระดับ 8 มาเพื่อกินเลย Wing ร้านอาหารจีนของเชฟ Vicky Cheng ร้านอันดับที่ 37 จาก Asia’s 50 Best Restaurants 2023 และอันดับ 90 จาก The World 50 Best Restaurants 2023 ที่ก่อนจะมาได้มาก็ใช้กำลังภายใน ให้เชฟต้น LeDu ช่วงจองมาให้เพราะหน้าเว็บเต็ม แถมวันที่มาฝนก็ตกแบบไม่มีทีท่าจะหยุด แม้ว่าพายุจะผ่านไปแล้ว แต่ฝนหยุดเรื่องกินไม่ได้ . ด้วยความที่เชฟวิคกี้สนิทกับเชฟต้น เราเลยเหมือนได้สัมภาษณ์เชฟไปเลยกลาย ๆ เชฟเล่าว่าเขาทำอาชีพเชฟมานานกว่า 22 ปี แต่ทั้งชีวิตก็ทำแต่อาหารฝรั่งเศสมาโดยตลอด เพียงแต่นำเอาความเป็นเอเชียนใส่ลงไปบ้างเท่านั้น เชฟบอกว่าเขาทำแบบนั้นมาตลอดทั้งในนิวยอร์ก หรือแคนนาดา จนกระทั่งกลับมาฮ่องกง แม้ว่าตัวเขาจะทำอาหารฝรั่งเศส แต่ก็มีความหลงใหลในวัตถุดิบเอเชียและจีนมาก เขาเคยใช้น้ำปลาไทย และกิมจิในอาหารฝรั่งเศสของเขา ตั้งแต่ 8 ปีก่อน ที่เปิดร้านอาหาร VEA ร้านอาหารแห่งแรกของเขาในฮ่องกง (อันดับ 100 ใน Asia’s 50 Best Restaurants 2023 แต่เคยได้อันดับที่ 16 ในปี 2021) เป็นอาหารฝรั่งเศสที่แทรกเอารสชาติแบบจีนเอาไว้ . จนก่อนที่จะเปิด Wing เมื่อ 2 ปีก่อน เชฟวิคกี้ก็ได้ทบทวนตัวเองว่าอยากทำร้านอาหารจีน เพราะอยู่บ้านก็ทำให้ภรรยาและเพื่อน ๆ กินอยู่เป็นประจำ “ผมตระหนักว่าอาหารจีนมีขั้นตอนเยอะมาก ทุกอย่างที่คุณกินวันนี้เป็นอาหารจีนครับ แต่ผมไม่มีกรอบ ผมเรียนกับเชฟอาหารจีนดั้งเดิมระดับมาสเตอร์ เพื่อเรียนรู้ ผมว่ามันยากที่จะส่งต่อให้รุ่นต่อไปได้ทั้งหมด แต่ผมพยายามหาหนทางแบบของผมมากกว่า รสแบบของผม ถ้าให้เชฟจีนเห็นเค้าจะบอกไม่ใช่ แต่ผมมองว่าถ้ารสชาติดี ก็ไม่ต้องแคร์ว่ามันผ่านกระบวนการแบบไหนมา เราทำให้ยูนีคแบบของเรา”
5.0
3 รีวิว
Hong Kong Palace Museum เปิดกรุสมบัติพระราชวังต้องห้ามในฮ่องกง . พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ของฮ่องกงที่สร้างความแปลกใจให้กับผู้คน เพราะนี่อาจจะเป็นครั้งแรก ๆ ที่จีนแผ่นดินใหญ่เปิดกรุสมบัติของ Palace Museum in Beijing พระราชวังต้องห้าม มาจัดแสดงนอกจีนแผ่นดินใหญ่ในชื่อของ “พิพิธภัณฑ์พระราชวังฮ่องกง” . แน่นอนว่าด้วยความที่จัดแสดงสมบัติล้ำค่าของประเทศจีน ทำให้ดีไซน์ภายนอกก็ดูแกรนด์มากมีส่วนผสมของสมัยใหม่และเก่า ผ่านสีทองและแดงอันเป็นสีมงคลของจีน ที่สำคัญมีกลิ่นอายเหมือนเราเดินเที่ยวในพระราชวังผสมกับหอศิลป์สมัยใหม่ . ที่นี่นำเอาสมบัติที่ไม่สามารถประเมินราคาได้จากพระราชวังต้องห้ามมาแสดงมากกว่า 900 ชิ้น แน่นอนว่าส่วนใหญ่นำมาแสดงที่ฮ่องกงเป็นครั้งแรก หลายชิ้นไม่เคยถูกนำมาจัดแสดงให้สาธารณชนได้ดูมาก่อน ว่ากันว่านี่คือการเปิดเผยสมบัติทางวัฒนธรรมที่ทางจีนหยิบยื่นออกมาสู่โลกภายนอกผ่านทางฮ่องกง ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นอาจจะต้องไปคิดต่อกันเอง
PENICILLIN บาร์อันดับ 26 ของเอเชีย กับคอนเซปต์ “Closed-loop sustainable bar” บาร์รักษ์โลกแห่งแรกของฮ่องกง . เราเจอกับ Agung Prabowo ตั้งแต่สมัยที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง The Old Man แน่นอนว่าเราเคยไปและชอบถึงขั้นต้องไปต่อที่ The Sea ในเครือเดียวกัน แน่นอนว่าตอนที่เขาเดินทางมาเปิดป๊อปอัพของ The Old Man ที่โรงแรม Mandarin Oriental Bangkok เราก็ได้ไปเช่นกัน เรียกว่า PENICILLIN คือเป้าหมายแรก ๆ ของเราในการมาฮ่องกงครั้งนี้ . เราก็ตั้งใจไปหลังจากดินเนอร์ ซึ่งปัญหาใหญ่ก็คือ ไม่รับจอง เลยต้องมีการใช้กำลังภายในนิดหน่อย 555 แต่อย่างน้อยก็ได้ยืนหน้าบาร์แหละ . ที่ PENICILLIN อากุงตั้งใจเปิดบาร์ในคอนเซปต์ “Closed-loop sustainable bar” ให้เป็นบาร์รักษ์โลกแห่งแรกของฮ่องกง โดยใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นด้วยการ Foraged รวมถึงสั่งซื้อสปิริตต่าง ๆ ผ่าน Ecospirits ที่เมื่อใช้หมดแล้วสามารถเติมได้ เพื่อลดการแพ็คเกจจิง นอกจากนี้ยังนำเอาวัตถุดิบบางอย่างมา Upcycled ใหม่ในฐานะของตกแต่ง
Soho House Hong Kong ชุมชนคนอาร์ตย่านเชิงวานที่อินสปายจากหนังหว่องกาไว . ใครอยากจะกระทำ “การหว่อง” ที่นี่ อาจจะต้องลงทุนกันหน่อย ด้วยการสมัครเป็นสมาชิกของ Soho House เพราะที่นี่คือ Private Member Club หรือเลือกคบเพื่อนที่มีสมาชิกก็จะพาเราเข้าได้ แน่นอนว่าตอนนี้เราเลือกคนเพื่อนที่เป็นสมาชิกก็จะเข้ามาใช้บริการที่นี่ได้ . ต้องบอกว่า Soho House Hong Kong ทำให้เรารู้สึกว่าเราอยากเป็นสมาชิก เพราะที่นี่ใหญ่กว่า Soho House Bangkok เยอะมาก แถมสิ่งอำนวยความสะดวกแบบร้อง “ว้าว” ในทุก ๆ พื้นที่ที่เดินไป . Soho House Hong Kong ตั้งอยู่ในย่านเชิงวาน บนตึกสูง โดย Soho กินพื้นที่ไป 6 ชั้น พร้อมวิวพาโนราม่าของอ่าววิคตอเรีย และวิวป่าคอนโดของฮ่องกง พูดกันโดยภาพรวม Soho House Hong Kong กินขาดทุกอย่าง ยกเว้นสระว่ายน้ำที่ Soho House Bangkok เด่นกว่ามาก . ที่นี่ยังเก๋เรื่องการดีไซน์ที่จำลองเอาบรรยากาศภาพยนตร์ของหว่องกาไวมาใช้ในการตกแต่ง ใครอยากกระทำ “การหว่อง” ต้องมา อีกจุดเด่นของที่นี่คือ Soho Health Club ยิมขนาดใหญ่พร้อมสนามมวยให้ลงนวมซ้อมได้ พร้อมคลาสออื่นแบบจริงจัง หลายคนว่ามาใช้ยิมก็คุ้มแล้ว
4.6
5 รีวิว
M+ Museum พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกง พร้อมงานไฮไลต์จาก Yayoi Kusama คุณป้าลายจุด . พูดกันตามตรง M+ Museum เป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วเพราะงานของ Yayoi Kusama ศิลปินลายจุดที่กลายเป็นงานไอคอนนิกไปทั่วโลก เรียกว่ามาดูงานของคุณป้าก็คุ้มแล้ว . แต่เมื่อลงลึกไปกว่านั้นที่นี่คือ พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยที่ใหญ่ที่สุดของฮ่องกง หนึ่งในแม่เหล็กที่จะสร้างพื้นที่ทางศิลปะให้กับ West Kowloon Cultural District ที่รัฐบาลฮ่องกงอยากสร้างให้พื้นที่ตรงนี้กลายเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ร่วมกับ Hong Kong Palace Museum ที่เราจะพาไปทัวร์ในวันพรุ่งนี้ . ที่นี่ออกแบบอาคารให้เป็นตัว “T” กลับหัว และทำฟาซาดเป็น LED ให้ฝั่งของฮ่องกงมองเห็นในยามค่ำคืน รวมเอาผลงานศิลปะร่วมสมัยเอาไว้ในชื่อของ M+ Collection ทั้งงานดีไซน์และอาร์ต ทั้งภาพวาด ภาพถ่าย งานสถาปัตยกรรม หรือแม้แต่ภาพยนตร์เอาไว้ในคราวเดียว งานส่วนใหญ่มาจากทั้งศิลปินฮ่องกง จีนแผ่นดินใหญ่ และเอเชียบ้างบางส่วน
5.0
2 รีวิว฿฿฿฿฿
OZONE รูฟท็อปบาร์ชั้น 118 บาร์ที่สูงสุดในฮ่องกง กินเบอร์เกอร์ล็อบสเตอร์ชมการแสดง A Symphony of Lights . นี่คือรูฟท็อปบาร์ของโรงแรม The Ritz-Carlton, Hong Kong บนชั้น 118 สูงที่สุดในฮ่องกง โดยทางโรงแรมได้ไปชวน Burger & Lobster แบรนด์ดังมาดูแลส่วนของอาหาร ในขณะที่เครื่องดื่มเป็นทางโรงแรมครีเอตภายใต้คอนเซปต์ของธาตุทั้ง 5 . ที่นี่ได้รับความนิยมจากทั้งคนฮ่องกงและนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวที่อยากชมวิวอ่าววิคตอเรียในมุมสูงเพื่อชม A Symphony of Lights แบบไม่ต้องเบียดผู้คน แน่นอนว่าบาร์นี้วิวดีกว่า Sky 100 เพราะนอกจากนั่งชมวิวที่สูงกว่าแล้วยังมีอาหารและเครื่องดื่มกินไปแบบยาว ๆ . เราว่าวิวที่นี่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยวที่เคยมาชม A Symphony of Lights ริมอ่าวมาก่อนนี้ และอยากได้มุมที่แปลกตา หรือคู่รักที่ต้องการบรรยากาศที่โรแมนติกของแสงสีเมืองฮ่องกงในยามค่ำคืน แน่นอนว่าอาหารการันตีโดยแบรนด์ดัง ส่วนค็อกเทลก็คอนเซปต์เก๋
K11 MUSEA ห้างสรรพสินค้าใหม่ริมอ่าววิคตอเรียที่รวมเอางานอาร์ต มิวเซียม ผสมเข้ากับแบรนด์เนม . นี่คือแหล่งช็อปปิงใหม่ล่าสุดย่านจิมซาจุ่ยที่เป็นส่วนผสมของห้างสรรพสินค้าแบบมิกซ์ยูสที่มีทั้งงานอาร์ต มิวเซียม แบรนด์เนม ร้านอาหาร สำนักงาน และโรงแรมไว้ในตึกเดียว . แน่นอนว่า K11 Group มีธุรกิจมากมายในฮ่องกง แต่ที่สร้างสีสันมากที่สุดในปีนี้ก็คือที่นี่ K11 MUSEA ริมอ่าววิคตอเรีย ที่เปลี่ยนแม้กระทั่ง Avenue of Stars ที่รวมลายปั๊มมือดาราใหม่หมด . นี่นี่เป็นห้างสรรพสินค้าแบบมิกซ์ยูสที่มีแกลเลอรี แหล่งช็อปปิง ร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ มิวเซียม โรงแรมเอาไว้ในคราวเดียว เช่นเดียวกับร้านอาหาร Niras ของเชฟต้น Ledu ก็มาอยู่ที่นี่ . เราอ่านเจอบทความหนึ่งในฮ่องกงพูดว่า K11 MUSEA คือ "Silicon Valley of Culture" ซึ่งคิดว่ามาจาก Press Release แหละ แต่ก็มีกลิ่นอายที่เป็นไปได้แบบนั้น เพราะมีทั้ง ‘K11 Kollection’ ศิลปะมาสเตอร์พีซ 13 ชิ้น มูลค่ากว่า 20 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง ที่ผลงานทุกชิ้นล้วนคัดสรรโดย Adrian Cheng ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารของ K11 รวมถึงการชวน % Arabica ให้มาอยู่ในกล่องสีทองริมอ่าวทั้ง ๆ ที่ CI ปกติคือ ขาวและไม้ เพื่อคุมโทนของ K11 . พื้นที่แสดงงานศิลปะอย่าง K11 Art Karnival หรือ MoMA Design Store ก็ล้วนสื่อความเป็น Art Community ที่น่าสนใจ เพราะ MoMA ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ระดับโลกที่มีกระจายตัวอยู่ทั่วโลก .
Australian Dairy Company ร้านชาชานเตงเก้าอี้ดนตรีที่คิวยาวมาก แต่คนก็กินเร็วมากเช่นกัน . ออกตัวก่อนว่าเรามาที่ Australian Dairy Company เป็นครั้งแรก เพราะร้านสไตล์ชาชานเตงมีเยอะมาก และส่วนมากก็มักจะคิวยาว ใช้เวลาพอสมควร ทำให้เราต้องข้ามหลายร้านไป ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านที่คนไทยชอบไปกัน ส่วนตัวเราว่าดีกว่า Mido Cafe ที่มีดีแค่ความหว่อง ถ่ายรูปสวย แต่เท่าที่สังเกตสิ่งที่ทุกคนซื้อกลับและดิสเพลย์หน้าร้านเมนูยอดฮิตคือ “นมตุ๋น” . ที่นี่อาจจะคิวยาว แต่การบริหารจัดการคือดีมาก มาคอยถามจำนวนคนแล้วมองหาโต๊ะที่ใกล้เสร็จแล้วก็พาเราเข้าไป ช่วงเวลารอไม่กดดัน แต่เมื่อได้ที่นั่งเท่านั้นแหละ คุณจะถูกจับจ้องโดยคุณลุงคุณป้าพนักงานที่พร้อมเทิร์นโต๊ะของคุณไปสู่อ้อมอกของลูกค้าคนถัดไปตลอดเวลาแม้ว่าคุณจะยังไม่ได้อาหาร และแน่นอนว่าพื้นที่ของเราแต่ละคนมีจำกัดแบบไม่ถึงเมตรคูณเมตรด้วยซ้ำ แต่อาหารเสิร์ฟเร็วมาก .
The Savory Project บาร์แห่งใหม่เครือ COA อันดับ 1 ของเอเชีย 3 ปีซ้อน ในคอนเซปต์ค็อกเทล Savory . เชื่อว่าสายค็อกเทลน่าจะคุ้นเคยกับชื่อของ COA บาร์ค็อกเทลที่หาญกล้านำเอา “เตกีล่า และเมสคาว” มาต่อยอดทำเป็นค็อกเทล และประสบความสำเร็จมาก จนกลายเป็นร้านคิวยาวระดับรอ 3 ชั่วโมง พ่วงด้วยอันดับที่ 1 ของ Asia’s 50 Best Bars ถึง 3 ปีซ้อน รวมถึงปีล่าสุด แน่นอนว่า Jay Khan และ Ajit Gurung ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ COA ไม่ได้หยุดความสำเร็จเพียงเท่านั้น แต่ขยายสู่โปรเจกต์ใหม่ The Savory Project ในย่าน Central ฝั่ง Soho . แน่นอนว่าที่นี่ชูคอนเซปต์ใหม่ขึ้นมากับ “Savory Cocktail” ที่มีไอเดียมาจากคลาสสิกค็อกเทลอย่าง Dirty Martini ที่ใช้น้ำดองมะกอกมาใช้ หรือ Bloody Mary ที่ใช้ทาบาสโก้ แต่ที่นี่ครีเอตใหม่โดยนำเอาไอเดียของการทำอาหารมาใช้ กลายเป็นอาหารในรูปแบบของค็อกเทล เท่โคตร น่าเสียดายที่ตอนนี้ยังมีเมนูไม่มาก ค็อกเทลเพียง 6 เมนู และม็อกเทล 5 เมนู ในสายอาหารคาว
4.8
3 รีวิว฿฿฿฿฿
Yardbird ร้านอาหารสเปเชียลลิสต์เรื่อง “ไก่” กินหัวจรดหาง การันตี 1 ดาว พร้อมคุ๊กบุ๊กของตัวเอง . บอกเลยว่านี่คือร้านดังของฮ่องกงที่ย้ายโลเกชั่นใหม่ เป็นหนึ่งในร้านคิวยาวที่คนมารอคิวตั้งแต่ร้านเปิด แต่เราจองมาแล้ว เพราะเราไม่อยากมารอเหมือนสมัยร้านเดิม แน่นอนว่าการจองการันตีว่าเรามีที่นั่งแน่นอน แต่ก็ต้องรอคนที่มารอคิวทยอยเข้าร้าน และมันเต็มภายในเวลาไม่ถึง 10 นาทีที่ร้านเปิด โคตรเดือด . เราเคยมา Yardbird เมื่อหลายปีก่อนด้วยคำบอกเล่าของเซียนฮ่องกง จำได้ว่าคราวก่อนกินที่นี่เสร็จก็จองไปเชฟเทเบิล Ronin ร้านในเครือต่อเลย แต่ยังไงเราก็ชอบความสเปเชียลลิสต์ของ Yardbird มากกว่าด้วยกลิ่นอายของยากิโทริที่นำเอา “ไก่” มาบอกเล่าตั้งแต่หัวจรดหาง ถ้าไม่รู้กินส่วนไหนดี ทางร้านแนะนำว่ามีโอมากาเสะด้วยนะ แต่เรากินเครื่องในได้บางอย่างเลยขอผ่าน
The Ritz-Carlton Hong Kong โรงแรมที่สูงที่สุดในฮ่องกง กินอาหารเช้าเหนือเมฆ จิบชาเหนืออ่าววิคตอเรีย . นี่คือโรงแรมที่สูงที่สุดในโลกตามที่เว็บไซต์ของ The Ritz-Carlton Hong Kong การันตี ไม่ใช่เพียงเฉพาะฮ่องกงเหมือนอย่างที่เราบอกไป ทำให้ที่นี่กลายเป็นปลายทางของนักท่องเที่ยวที่อยากมาเข้าพัก เช่นเดียวกับเรา . แน่นอนว่าความที่เป็นแบรนด์ Luxury ทำให้ที่นี่รวมความที่สุดของทุกอย่างเอาไว้ ตั้งแต่ชั้นที่ 102 ถึง 118 ซึ่งอยู่สูงกว่า Sky 100 จุดชมวิวฮ่องกงภายในตึกเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สปา สระว่ายน้ำ ห้องอาหาร และบาร์ที่ล้วนสูงที่สูงในฮ่องกง . บอกเลยว่าห้องพักแบบ Deluxe Victoria Hbr Suite คือที่สุดแล้วเพราะนี่คือห้องพักหัวมุมที่ใครก็ต่างจับจองมาเข้าพักเพื่อชมวิวอ่าววิคตอเรียในมุมที่สูงที่สุด พร้อมการเข้าใช้ Club Lounge ได้ตลอดวัน เริ่มตั้งแต่เชคอิน อาหารเช้า มื้อกลางวันเบา ๆ ชายามบ่าย ดื่มแชมเปญช่วงเย็น และของหวานก่อนนอน เหมือนมีอาหาร 5 มื้อ เรายังได้ลีมูซีนไปส่งได้ 1 ครั้งในฝั่งเกาลูนด้วย . แต่หยุดอย่าจบมื้ออาหารที่คลับเล้านจ์ เพราะเรามาถึงโรงแรมที่รวมห้องอาหารที่วิวดีที่สุดของฮ่องกงเอาไว้แล้ว แถมยังการันตีด้วยดาว ไม่ว่าจะเป็นห้องอาหารจีน Tin Lung Heen ที่ได้ 2 ดาว เช่นเดียวกับ Tosca Di Angelo ห้องอาหารอิตาเลียนระดับ 1 ดาว ที่รักษาคุณภาพ ครองดาวมายาวนานกว่า 10 ปี รวมถึง Cafe 103 ห้องอาหารบุฟเฟ่ต์ The Lounge & Bar จิบชายามบ่าย Almas Caviar Bar บาร์คาเวียร์ และรูฟท็อปบาร์ Ozone ที่จับมือกับ Burger & Lobster นั่งกินดื่มชม Symphony of Lights ของฮ่องกงในมุมสูง
Darkside บาร์อันดับ 9 จากลิสต์ Asia’s 50 Best Bars 2023 ที่เด่นเรื่องคอนเซปต์ไพ่นกกระจอก . นี่คือบาร์ของโรงแรม Rosewood Hong Kong ที่นำเอาเรื่องราวความ Dark ความดำของสิ่งต่าง ๆ มาเล่าทั้งสปิริต ซิการ์ และช็อกโกแลต ที่สื่อไปในทาง Gentelman Club อยู่หน่อย ๆ เมื่อเราเข้าไปจะได้เจอกับคอลเลคชั่นของคอนยัคและวิสกี้พิเศษ รวมถึงการเอจจิงวิสกี้ และช็อกโกแลตที่ว่ากันว่ากินเข้ากับคอนยัคและวิสกี้ . อีกมุมของบาร์เป็นค็อกเทลบาร์ที่นำเสนอเมนูล่าสุด The Art of Mahjong การพนันสุดคลาสสิกระดับไอคอนของคนฮ่องกงที่ให้เราสนุกกับการทอยเต๋าเพื่อเลือกไพ่นกกระจอกที่เราชอบ ซึ่งตัวเลขกำหนดค็อกเทลเอาไว้แล้ว เชื่อมโยงกับต้นไม้บนหน้าไพ่ที่เบสตามรสชาติของ Plum, Orchid, Bamboo, Chrysanthemum, Spring, Summer, Autumn และ Winter . จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของ The Art of Mahjong ยังอยู่ที่ภาชนะพิเศษแบบจีนที่สั่งทำมาเพื่อใส่ค็อกเทลเมนูนั้น ๆ ออกแบบโดย Tung Yao Ceramics โลคอลแบรนด์ที่ผลิตเครื่องเคลือบจีนมาอย่างยาวนาน ส่วนเมนูมี Ricky Cheung และ Karen Aruba ออกแบบหน้าไพ่นกกระจอกให้ใหม่
Tosca di Angelo ห้องอาหารอิตาเลียนที่อยู่สูงที่สุดในฮ่องกง บนชั้น 102 ของ The Ritz-Carlton . ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าตอนนี้เราอยู่ที่ The Ritz-Carlton Hong Kong ฝั่งเกาลูน โรงแรมที่สร้างสถิติที่สุดของทุกอย่างทั้งความสูงของโรงแรม สปาที่สูงที่สุด บาร์ที่สูงที่สุด และร้านอาหารที่สูงที่สุด ซึ่ง Tosca di Angelo ห้องอาหารอิตาเลียนดีกรี 1 ดาว ก็อยู่บนชั้น 102 ซึ่งสูงกว่าจุดชมวิวอย่าง Sky 100 ด้วยซ้ำ . น่าเสียดายที่เราต้องใช้เวลาช่วงค่ำไปงาน Asia’s 50 Best Bars 2023 เราเลยมีโอกาสได้กินเพียงมื้อกลางวันแบบ 4 คอร์ส แต่ก็ต้องบอกว่าวิวกลางวันก็ดีไม่แพ้กัน ห้องอาหารของที่นี่แบ่งตามเอเลเมนต์ของธาตุ สำหรับที่ Tosca di Angelo มาในธาตุน้ำ จึงไม่แปลกที่จะมีน้ำพุประดับอยู่ในร้านด้วย ที่สำคัญวิวอ่าววิคตอเรียช่วงกลางวันก็สวยงามอยู่ . ที่นี่นำเสนออาหารอิตาเลียนแบบซิซิเลียน เกาะทางใต้ของอิตาลี ที่ทำอาหารสไตล์นี้ก็เป็นเพราะว่าเชฟเป็นชาวซิซิเลียนที่เด่นเรื่องอาหารทะเล สำหรับ 4 คอร์ส มีอาหารเรียกน้ำย่อย พาสต้า อาหารจานหลัก และของหวาน
฿฿฿฿฿
Niras ร้านอาหารไทยดีเอ็นเอใหม่ในฮ่องกงโดย Le Du ร้านอาหารอันดับ 1 ของเอเชีย . อย่างที่ทราบกันว่า Le Du เพิ่งจะได้รางวัลร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชียจาก Asia’s 50 Best Restuarants 2023 พ่วงอันดับ 15 ของโลกจาก The World 50 Best Restuarants 2023 มาพร้อมกับข่าวดีเรื่องการเปิดร้านอาหารแห่งใหม่ของเชฟต้น - ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร และเต๋า - รุ่งโรจน์ อิงคุทานนท์ ในชื่อ Niras ภายในเกาะฮ่องกง ซึ่งพูดง่าย ๆ ว่าเป็น DNA เดียวกันกับ Le Du นั่นเอง . เท่าที่คุยกับคุณเต๋ามา Niras จะเป็นชื่อของ Le Du ที่เปิดในต่างประเทศ สื่อถึงความไกลบ้านผ่านคำว่า นิราศ แบบที่เราเห็นในกลอนต่าง ๆ นั่นเอง Niras เปิดอยู่บนชั้น 7 ของ K11 MUSEA ในย่านจิมซาจุ่ย ฮ่องกง มาในโทนสีเขียว ทอง และไม้ . ช่วงแรกเมนูอาหารของ Niras แทบจะไม่แตกต่างจาก Le Du เลย ยังคงเป็นเมนูไอคอนนิกของร้าน ไม่ว่าจะเป็นข้าวคลุกกะปิ หรือกุ้งเต้น แต่ความน่าสนใจอยู่ที่การนำเอาวัตถุดิบตามฤดูกาลในฮ่องกงมาใช้แทน แน่นอนว่ามีข้อจำกัดบางอย่างเรื่องวัตถุดิบที่ไม่สามารถนำเข้ามาใช้ที่ฮ่องกงได้ แต่เชื่อว่าก็ไม่ใช่เรื่องยากของเชฟบัว และเชฟใหม่ 2 หัวหน้าเชฟที่จะปรับใช้วัตถุดิบใหม่ ๆ ที่หาได้ในฮ่องกงแทน ล่าสุดก็นำเอาปลาอามาไดของฮ่องกง หรือการค้นพบแหล่งของกระเป๊ก พื้นน้ำที่มีในภูเก็ตบ้านเรา
4.0
1 รีวิว฿฿
Cupping Room โรงคั่วกาแฟฮ่องกงกับโลเกชั่นโซน Hong Kong Palace Museum . เชื่อว่าใครที่เคยมาฮ่องกงต้องเคยดื่มกาแฟของ Cupping Room มาก่อน แม้ว่าจะมีแบรนด์ท้องถิ่นเจ้าใหม่อย่าง Halfway Coffee ร้านกาแฟแก้วสวยที่เปรียบได้กับคู่แข่ง หรือแม้แต่ร้านกาแฟโกลบอลแบรนด์อย่าง Blue Bottle Coffee หรือ % Arabica แต่ Cupping Room ก็ยังคงอยู่แถวหน้าในฐานะร้านกาแฟและโรงคั่วท้องถิ่น . Cupping Room การันตีรางวัลมากมาย อาทิ Hong Kong Barista Championships, Hong Kong Brewers Cup Championships และ Hong Kong Coffee in Good Spirits Championships เป็นตัวแทนไปแข่งในระดับโลก . แบรนด์ Cupping Room เกิดขึ้นในปี 2011 ใน Stanley เพื่อให้คนฮ่องกงได้ดื่มกาแฟยุคใหม่ในสมัยนั้น ก่อนจะขยายสาขาเรื่อยมา จนปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 9 แห่งในฮ่องกง และ 1 แห่งในสิงคโปร์ โดยเฉพาะสาขาใหม่ล่าสุดที่ Hong Kong Palace Museum และ Habour City ซึ่งอยู่ริมทะเล และเป็นจุดถ่ายรูป
4.5
4 รีวิว฿฿฿฿฿
The Chairman ร้านอาหารจีนแห่งเดียวที่อยู่ในท็อป 50 โลก พ่วงอดีตอันดับ 1 ของเอเชีย ปี 2021 . Wongnai Vibes บอกเลยว่านี่คือ ร้านอาหารจีนที่ดีที่สุดในฮ่องกงจริง ๆ ก่อนหน้านี้ว่าจองยากแล้ว สมัยที่ The Chairman ได้อันดับที่ 1 ของ Asia’s 50 Best Restaurant 2021 แต่ว่าตอนนี้จองยากกว่าเดิมอีก หลังจากที่ติดอันดับที่ 50 ของ The World 50 Best Restaurant 2023 น่าสนใจตรงที่คือร้านอาหารจีนเพียงร้านเดียวในท็อป 50 แล้วทำไมเราถึงจองได้ก็เราใช้เส้นสายล้วน ๆ . แน่นอนว่าเราเกือบอดกินเนื่องจากพายุไต้ฝุ่นระดับ 8 ในวันที่เราจองเอาไว้ จนวินาทีสุดท้ายที่สถานการณ์ดีขึ้นเพียง 1 ชั่วโมงก่อนร้านเปิด เมื่อเราไปถึงได้เจอคุณ Danny Yip เจ้าของร้านที่รอต้อนรับอยู่ พร้อมกับยืนยันว่ายังไงเขาก็เปิดรอรับลูกค้าในวันนี้แน่นอน คุณแดนนีบอกว่าเขาเคยทำร้านอาหารจีนในออสเตรเลียมาก่อนที่จะย้ายกลับมาเปิด The Chairman ในฮ่องกงเมื่อปี 2009 ซึ่งล่าสุดอยู่ในโลเกชันใหม่แล้วที่ชั้น 3 ของตึก The Wellington ย่าน Central . มองผิวเผินที่นี่ก็ไม่ต่างจากร้านอาหารจีนกวางตุ้งทั่วไป แต่ถ้าสังเกตระหว่างมื้อที่นี่ใส่ใจทุกรายละเอียด โดยเฉพาะบริกรรุ่นใหญ่ที่อยู่กับร้านมานานจนรู้ว่าจะรับมือกับลูกค้าอย่างไร ช่วงไหนต้องเตรียมอะไรมาให้ลูกค้า ซึ่งเราว่ามันเนี๊ยบเกินกว่าร้านจีนทั่วไป หรือดีกว่าห้องอาหารจีนในโรงแรมเสียอีก
Vital Signs นิทรรศการไฟนีออน งานอาร์ตระดับไอคอนนิกที่เล่าเรื่องคนและศิลปะแห่งแสงไฟยามค่ำคืน . นี่คือนิทรรศการล่าสุด Vital Signs ที่จัดขึ้นใน Tai Kwun ใจกลางย่าน Central ฮ่องกง ซึ่งจะจัดไปถึงวันที่ 3 กันยายนนี้ Wongnai Vibes เชื่อว่าใครเคยมาฮ่องกงต้องชื่นชอบแสงไฟนีออนสุดหว่องที่เป็นภาพจำของเกาะแห่งนี้อย่างแน่นอน . แสงไฟนีออนไม่ได้เป็นเพียงแสงไฟส่องสว่างยามค่ำคืนเท่านั้น แต่มันคือวิถีชีวิตของคนฮ่องกง รวมถึงเป็นงานฝีมือของชาวฮ่องกงที่เกิดขึ้นมาในย่าน Wan Chai, Tsim Sha Tsui และ Causeway Bay ในยุค 80 และ 90 ที่เล่าผ่านตัวอักษรจีน . งานนี้จะเล่าถึงการเกิดขึ้นของแสงนีออนที่เกิดจากตารางธาตุ ขั้นตอนงานศิลปะป้ายไฟนีออน ตลอดจนการเกิดขึ้นของป้ายไฟโรงรับจำนำที่กลายเป็นภาพจำถึงรูปทรงและตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ของโรงรับจำนำในฮ่องกง ซึ่งล้วนสะท้อนถึงอุตสาหกรรมไฟนีออนในฮ่องกงได้ดี . โดยตั้งใจให้เกิด Neon Connection ชวนศิลปิน ดีไซน์เนอร์ และสถาปนิกมาร่วมกันสร้างงานไฟนีออนขนาดยักษ์ ทั้งพื้นที่ของ Parade Ground, Prison Yard และ Tai Kwun Lane นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม Neon Metropolis เวิร์กชอปสร้างเมืองแสงไฟนีออนที่จัดขึ้นทุกวันอังคารและอาทิตย์ และ Neon Walk เดินเที่ยวชมไฟนีออนทุกวันช่วงหัวค่ำ
For Kee ร้านสไตล์ชาชานเตงที่เน้นขายหมูทอดย่านเชิงวาน . นี่คือร้านในระดับตำนานที่คนไทยชอบมากินกัน สารภาพว่ายังไม่เคยมาร้านนี้มาก่อน เพราะร้านสไตล์นี้มีเยอะมาในฮ่องกง แต่แตกต่างกันที่จุดเด่นของเมนูหลัก บางร้านเน้นอาหารเช้ากับชานม สำหรับ For Kee เน้นหมูทอด . ร้านนี้อยู่ในย่านเชิงวาน Sheung Wan ใกล้ Central ร้านจิ๋วขนาด 1 ห้อง จุคนได้ประมาณ 20 คน หลายคนว่าคิวยาว แต่เราไปช่วงเช้าหลังพายุสงบทำให้ไม่มีคิว แต่ช่วงพักเที่ยงที่นี่จะเต็มไปด้วยพนักงานออฟฟิศ . แน่นอนว่าที่นี่สเปเชียลลิสต์เรื่อง ข้าวหน้าหมูทอด ที่ใช้เนื้อหมูส่วนของ Pork Chop ทอด แล้วราดด้วยซอส เราว่ามันนุ่ม ไม่มัน และมีรสมีชาติ มาบนข้าว สามารถแอดออนไข่ดาว แฮม สแปม ได้ตามชอบ แถมยังเลือกได้ว่าอย่างได้เซตไหมมาพร้อมเครื่องดื่มร้อนเย็น . อีกหนึ่งเมนูที่คนสั่งเยอะก็คือ Pork Chop Bun เบอร์เกอร์หมูที่ใช้ส่วนเดียวกันแต่เอากระดูกออกมีมะเขือเทศด้วย เมนูนี้รอนานกว่าข้าว มาในเบอร์เกอร์บันที่พอกินแล้วนึกถึงเบอร์เกอร์หมูของ Big Mark ที่เชฟกิ๊กทำแฮะ ความจีนนี้ แถมเราว่าหมูทอดที่เอามาใส่เบอร์เกอร์ก็ไม่มันดูแห้งกว่าที่มาในข้าว
4.0
2 รีวิว฿฿
Blue Bottle Coffee สาขา Central 1 ใน 3 สาขาของร้านกาแฟดังที่ปักหมุดในฮ่องกง☕️ . ก่อนอื่นต้องบอกว่า Wongnai Vibes อยู่ในฮ่องกง ไม่ต้องแปลกใจว่า ทำไมมีแต่คอนเทนต์ในฮ่องกง ด้วยความวุ่นวายนิดหน่อยที่ทำให้เราติดอยู่ในพายุระดับ 8 แต่พอเราออกมาเที่ยวเล่นได้ Blue Bottle Coffee สาขา Central ก็คือร้านแรกที่เราแวะมา ความจริงเราอยากไปสาขาล่าสุดที่ Wanchai แต่โปรแกรมรวนไปหมด แต่ตอนนี้อากาศดีแล้ว . ก่อนอื่นเล่าย้อนว่าเรารู้จัก Blue Bottle Coffee ครั้งแรกที่ญี่ปุ่นในย่าน Aoyama แล้วหลังจากนั้นเราก็กลายเป็นแฟนของแบรนด์นี่ไปเลย ตามหาสาขาอื่นของแบรนด์ในญี่ปุ่น ประหนึ่งเป็นแบรนด์ญี่ปุ่น แต่แท้จริงแล้วไม่ใช่ แบรนด์นี้เกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของกาแฟ Third Wave ในฐานะโรงคั่วภายในเมือง Oakland สหรัฐอเมริกา ก่อนที่จะเติบโตมีสาขาเกือบ 100 แห่งทั่วโลก ในเอเชียตอนนี้มีที่โซล เกาหลีใต้, ในญี่ปุ่นมีเกียวโต โกเบ โตเกียว และโยโกฮาม่า ส่วนฮ่องกงน่าจะมาหลังสุด แน่นอนว่าแบรนด์นี้เราเชียร์ให้มาเปิดที่กรุงเทพฯ ซึ่งก็เป็นไปได้เพราะ Nestle เข้ามาซื้อหุ้นพักใหญ่แล้ว