1. ฟินทะลุพิกัด! เปิดตี้มื้อใหญ่หลังเลิกงานกับ 12 ร้านอาหารรอบกรุง

ฟินทะลุพิกัด! เปิดตี้มื้อใหญ่หลังเลิกงานกับ 12 ร้านอาหารรอบกรุง

ฟินทะลุพิกัด! เปิดตี้มื้อใหญ่หลังเลิกงานกับ 12 ร้านอาหารรอบกรุง
เลิกงานปุ๊บ ความหิวมาปั๊บ! อยากชวนแก๊งไปเปิดตี้มื้อใหญ่ให้หายเหนื่อยใช่ไหมคะ? “กาวิสคอน” ชวนสายกินออกไปล่าความฟินแบบจัดเต็ม กับลายแทง 12 ร้านอาหารรอบกรุง ที่เหมาะสุดสำหรับมื้อหลังเลิกงาน ไม่ว่าจะเป็นมื้อฉลองเล็ก ๆ กับเพื่อนร่วมทีม หรือมื้อใหญ่ยกแก๊งให้หายคิดถึง เราคัดมาให้ครบทั้งร้านรสชาติดี บรรยากาศน่านั่ง และโลเคชันเดินทางสะดวก ตั้งแต่อาหารไทย อาหารนานาชาติ ไปจนถึงร้านนั่งยาวเมาท์มอยได้เพลิน ๆ แต่ก็อย่าลืมว่า การเปิดตี้มื้อใหญ่หรือกินมื้อดึกบ่อย ๆ อาจเป็นหนึ่งในพฤติกรรมเสี่ยงที่กระตุ้นอาการกรดไหลย้อน ไม่ว่าจะเป็นท้องอืด อาหารไม่ย่อย จุกแน่นลิ้นปี่ แสบร้อนกลางอก หรือเรอเปรี้ยว ใครอยากกินต่อเนื่องแบบไม่สะดุด ก็ต้องมีตัวช่วยดี ๆ อย่างยาลดกรดและบรรเทากรดไหลย้อนจากประเทศอังกฤษติดแก๊งไว้ด้วย พร้อมแล้วก็แท็กเพื่อน แล้วออกไปเปิดตี้มื้อใหญ่กันได้เลย!

ร้านทั้งหมด


เลี่อนลงเพื่อดูอีก 5 สถานที่
ร้านอยู่ไหน? ไปที่นี่ยังไง?
เราปักหมุดสถานที่ไว้ให้แล้ว แค่เปิดแผนที่ก็เจอทันที
สแกนเพื่อเปิด บนแอป Wongnai
4.1
35 รีวิว฿฿฿฿฿
ร้านบุฟเฟ่ต์นานาชาติระดับพรีเมียมที่เหมาะกับการชวนแก๊งมาเปิดมื้อใหญ่แบบจริงจัง บรรยากาศร้านโปร่ง นั่งสบาย เหมาะทั้งมื้อสังสรรค์หลังเลิกงานและโอกาสพิเศษ จุดเด่นคือไลน์อาหารที่จัดเต็มกว่า 100 เมนู คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากทั้งญี่ปุ่น ยุโรป และแหล่งชั้นดีอีกมากมาย เสิร์ฟร้อนถึงโต๊ะตามสไตล์บุฟเฟ่ต์พรีเมียม ใครเป็นสายปลาดิบต้องไม่พลาด “ซาซิมิแกรนด์” ชุดปลาดิบ 6 อย่าง ที่รวมฮามาจิ ทูน่า แซลมอน หอยเชลล์ และกุ้งหวาน สดใหม่ทุกคำ อีกเมนูที่มาแล้วต้องสั่งคือ “กุ้งแม่น้ำเผา” ตัวโต เนื้อเด้ง กินคู่กับน้ำจิ้มรสจัด แค่คิดก็ฟิน เป็นร้านที่เหมาะกับการมากินแบบไม่ต้องรีบ อิ่มครบ จบในที่เดียว
อาม่ง หม่าล่า ร้านหม้อไฟฝีมือคนไทยที่โดดเด่นด้วยซุปและน้ำจิ้มสูตรคิดเอง ใครเป็นสายหม่าล่าจะต้องถูกใจความเข้มข้น เผ็ดชา และกลิ่นเครื่องเทศที่ชัดเจน ปัจจุบันมีสาขาลาดพร้าว ซอย 12 ร้านใหญ่ บรรยากาศดี มีที่จอดรถ จุดเด่นคือ “ซุปหม่าล่าน้ำมันวัว” ที่พนักงานผัดเครื่องหน้าเตา หอมฟุ้งตั้งแต่ยังไม่เริ่มกิน เซ็ตโปร 990 บาทได้ซุป 3 แบบ พร้อมเนื้อคุณภาพหลายชนิด วัตถุดิบสด สะอาด น้ำจิ้มครบรส กินกับเนื้อแล้วลงตัว เป็นร้านหม่าล่าที่กินกี่ครั้งก็ติดใจไม่เปลี่ยน
มิตรปลาจุ่ม ร้านจุ่มเจ้าดังที่สายซดน้ำซุปต้องถูกใจ ด้วยน้ำซุปใสรสกลมกล่อม หอมสมุนไพร กินเพลินแบบไม่เลี่ยน จุดเด่นอยู่ที่วัตถุดิบปลาเนื้อสด ไม่คาว อย่าง “มิตรเนื้อปลากะพง” และ “มิตรเนื้อปลาทับทิม” ที่หั่นชิ้นพอดีคำ เนื้อแน่นหวาน จุ่มแค่พอสุกก็พร้อมกินทันที หรือใครอยากลองหลายแบบ แนะนำ “เซตรวมปลา” ที่รวมความฟินของปลาสด ๆ มาพร้อมผักสดและเครื่องเคียงที่ช่วยดึงรสซุปให้นัวขึ้น บรรยากาศร้านสบาย ๆ เป็นกันเอง เหมาะทั้งมื้อหลังเลิกงานและมื้ออบอุ่นกับครอบครัว ใครชอบอาหารร้อน ๆ ซดคล่องคอ ร้านนี้ตอบโจทย์เลย
4.6
47 รีวิว฿฿฿
ร้านอาหารเกาหลีระดับตำนานย่านสุขุมวิทที่เปิดมายาวนานกว่า 40 ปี และยังคงรักษารสชาติแบบโฮมเมดสูตรต้นตำรับจากเกาหลีได้อย่างเหนียวแน่น บรรยากาศเรียบง่าย อบอุ่น ให้ฟีลเหมือนมากินข้าวบ้านคนเกาหลีจริง ๆ จุดเด่นที่หลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันคือเครื่องเคียงที่จัดมาแน่น ทั้งกิมจิ รากบัว ผักสด และกระเทียม กินคู่กับเมนูปิ้งย่างยิ่งเข้ากัน ไม่ว่าจะเป็น “หมูสามชั้น” “เนื้อสไลซ์หมักเกาหลี” หรือ “ซี่โครงหมู” แถมยังมีพนักงานช่วยย่างให้แบบพอดี ๆ เนื้อสุกสวย อีกเมนูที่ห้ามพลาดคือ “หมูสามชั้นต้มกิมจิ” หมูนุ่ม เคี่ยวกิมจิเข้มข้นเข้าเนื้อ กินเปล่า ๆ ก็เลิศ หรือจะกินกับข้าวร้อน ๆ ยิ่งฟิน เป็นร้านที่เหมาะทั้งสายหมูและคนที่อยากสัมผัสอาหารเกาหลีต้นตำรับแบบไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ
ร้านปิ้งย่างเกาหลีสไตล์บุฟเฟ่ต์ที่เหมาะกับการชวนแก๊งมาเปิดมื้อใหญ่ ตัวร้านเป็นห้องแอร์ นั่งสบาย มีเวลาให้กินแบบเต็มอิ่ม 2 ชั่วโมง ไลน์อาหารเน้นหมูหมักและเนื้อหมักรสชาติดี ย่างแล้วหอม กินคู่กับผักสดและน้ำจิ้มสไตล์เกาหลียิ่งเข้ากัน ระหว่างรอปิ้งย่างก็มีเครื่องเคียงให้สั่งมากินเพลิน ทั้งต๊อกป๊อกกี จับแช และจอนกิมจิ ที่หยิบมากินได้ไม่รู้เบื่อ เมนูที่แนะนำคือ “หมูสามชั้นซอสน้ำมันงา” เนื้อหมูนุ่ม ติดมันกำลังดี ย่างร้อน ๆ ห่อผักใส่พริก กระเทียม แล้วจิ้มน้ำจิ้ม บอกเลยว่าเข้ากันสุด ๆ ปิดท้ายด้วย “ข้าวยำบิบิมบับ” รสกลมกล่อม กินพร้อมชาข้าวบาร์เลย์รีฟีลบอกเลยว่าเด็ด
4.3
13 รีวิว฿฿฿฿
ร้านอาหารย่านวิภาวดีที่เรียกได้เต็มปากว่าเด็ดครบทุกเมนู ตัวร้านดูเรียบง่ายแต่ซ่อนความตั้งใจในทุกจาน โดยมีเชฟจอม เจ้าของร้านที่จบจาก CIA และผ่านประสบการณ์ทำงานในยุโรปมากว่า 7 ปี ก่อนกลับมาเปิดร้านในบ้านของตัวเอง เมนูของที่นี่มีให้เลือกหลากหลาย สำหรับสายพาสต้าแนะนำ “Scallop Pesto Risotto” หอยเชลล์ย่างกำลังดี เสิร์ฟคู่ริซอตโตซอสเพสโต้โฮมเมดหอม ๆ และ “Duck & Chili Pasta” เส้นแองเจิลแฮร์คลุกซอสเผ็ดนิด ๆ ใส่เป็ดย่างอบแห้ง กินเพลินแบบไม่เลี่ยน อีกจานที่ประทับใจคือ “Crispy Tou” หมั่นโถทอดกรอบนอกนุ่มใน ท็อปด้วยซอสครีมซีฟู้ดเลมอนพอนสึใส่เนื้อปูจากสุราษฎร์ธานี รสเข้มข้นแต่สดชื่น
4.1
79 รีวิว฿฿฿
ร้านอาหารไทยพื้นบ้าน ย่านเพลินจิต บรรยากาศเรียบง่าย เป็นกันเอง เน้นวัตถุดิบคุณภาพจากเกษตรกรท้องถิ่น เมนูที่ห้ามพลาดคือ “แกงเหลืองปลากะพงหน่อไม้ดอง” รสเข้มข้น เผ็ดเปรี้ยวถึงใจ ปลากะพงชิ้นใหญ่เนื้อแน่น ต่อด้วย “ออร์เดิร์ฟเมือง” รวมของดีสไตล์เหนือ ทั้งน้ำพริก ไส้อั่ว แคปหมู กินเพลินแบบได้ฟีลเหนือแท้ ๆ และปิดท้ายด้วย “ผัดสามฉุน” กลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว รสจัดจ้าน เผ็ดร้อน นัวนวล กินกับข้าวสวยร้อน ๆ คือฟินแบบอาหารไทยแท้
298 (NIKU-YA) Yakiniku ร้านปิ้งย่างที่สายเนื้อยกให้เป็นร้านโปรด เตาไฟแรงย่างแล้วหอมสะใจ เนื้อคุณภาพดีทั้งวัว หมู และไก่ แนะนำ “Supreme Buffet” 90 นาที ที่รวมของเด็ดไว้ครบ ทั้ง “เนื้อสันนอกพรีเมียม” “เนื้อสันในเนื้อนุ่มฉ่ำ” “ยุกเกะ” คุณภาพเยียมรสกลมกล่อม และ “แก้มวัว” ที่เคี้ยวเพลินหอมมัน ย่างร้อน ๆ กินแล้วฟินแบบแทบไม่ต้องจิ้มน้ำจิ้ม เสริมด้วยเครื่องเคียงอย่าง “เต้าหู้เย็น” “สลัดผัก” และ “ซุป” ร้อน ๆ ช่วยบาลานซ์รส เป็นมื้อปิ้งย่างที่กินเพลิน อิ่มจริง และเหมาะกับสายเนื้อที่อยากจัดหนักแบบไม่ผิดหวัง
4.5
21 รีวิว฿฿฿฿
ร้านปิ้งย่างสายเนื้อขนาดกะทัดรัดที่ให้ฟีลกึ่งบาร์แบบญี่ปุ่นแท้ ๆ แนะนำให้จองล่วงหน้า เพราะเป็นร้านฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวและคนรักเนื้อ จุดเด่นคือการคัดสรรเนื้อวัวคุณภาพจากญี่ปุ่นโดยเจ้าของร้านเอง พร้อมเทคนิคการย่างแบบด้านเดียวที่ช่วยดึงรสชาติและความฉ่ำของเนื้อออกมาได้ดี เมนูแนะนำอย่าง “โกเบคาบุริ”, “ไทยคารูบิ”, “ริปอาย” และ “ไทยชัคอายพรีเมียม” ย่างแล้วหอม มันกำลังดี เนื้อแน่นเต็มคำ บรรยากาศร้านอบอุ่นเป็นกันเองเหมือนไปนั่งกินที่บ้านเพื่อนชาวญี่ปุ่น เจ้าของร้านดูแลใส่ใจและแนะนำการย่างอย่างเป็นกันเอง
อิ่มจุกสุดฟิน! ร้านอิซากายะย่านอารีย์ร้านนี้น่าสนใจตรงเมนู Wara Yaki (ย่างฟาง) ที่ให้กลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ ผสานกับไลน์เมนูอิซากายะครบ ๆ ทั้งซูชิ ซาชิมิ สลัด ข้าวด้ง และของทอด ร้านเปิดสองช่วงเวลา โดยช่วงกลางวันมี Lunch Set เสิร์ฟเฉพาะ 11.00–14.00 น. ราคาดีและคุ้มค่า เมนูที่แนะนำคือ “Salmon Warayaki” แซลมอนย่างฟางที่พอเคี้ยวแล้วได้กลิ่นฟางหอมละมุน ช่วยดึงรสปลาให้เด่นขึ้น ต่อด้วย “ชิราชิซูชิ” ปลาดิบสด รสบาลานซ์ กินคู่ข้าวและไข่แล้วลงตัวแบบอบอุ่นสไตล์โฮมเมด และอีกจานที่พลาดไม่ได้คือ “Hambagu” แฮมเบิร์กสเต๊กเนื้อแน่นฉ่ำหอม และรสชาติดีเกินราคา
คนรักชาบูสไตล์ญี่ปุ่นต้องมาเช็กอิน! ตัวร้านคุมบรรยากาศเรียบง่ายมีมุมโต๊ะหม้อเดี่ยวให้เลือกจุ่มได้ตามใจ และมีให้บริการสองช่วงเวลาเหมาะทั้งกลางวันและเย็น บุฟเฟ่ต์ของที่นี่มีหลายระดับราคาให้เลือก ตั้งแต่หมูล้วนไปจนถึงชุดเนื้อและซีฟู้ดสดใหม่ ซึ่งวัตถุดิบแต่ละอย่างถูกคัดมาอย่างดี ทั้งหมูสไลซ์นุ่ม ๆ เบคอน และตัวเลือกซีฟู้ดต่าง ๆ ให้จุ่มในน้ำซุปใสหรือซุปดำตามชอบ พอวัตถุดิบลงหม้อแล้ว ความสดและความหวานของเนื้อกับผักก็โดดเด่น กินได้เพลิน ๆ แบบไม่รีบเร่ง บรรยากาศภายในร้านช่วยให้ฟีลชาบูญี่ปุ่นจริงจังขึ้น โดยเฉพาะช่วงเย็นที่เหมาะจะมานั่งจุ่มรอบโต๊ะกับเพื่อน ๆ หรือครอบครัวในวันสบาย ๆ
Counting Sheep Corner เสิร์ฟบรรยากาศเงียบสงบที่ชวนให้ค่อย ๆ ปล่อยใจไปกับช่วงเวลาดี ๆ ท่ามกลางการตกแต่งไม้สีเข้มและไฟสลัวให้ฟีลวินเทจนิด ๆ ห้ามพลาดเมนูอย่าง “Nacho Cheese” เคี้ยวเพลิน หรือจะเป็น “Zen Garden Salad” ที่รวมทุกความสดชื่นไว้ในจานเดียว ทั้งเต้าหู้ทอดอะโกะดาชิ อะโวคาโด ผักย่าง เส้นโซบะ และน้ำสลัดงาคั่วหอม ๆ ส่วนสายพาสต้าไม่ควรพลาด “Salmon Pink Sauce” เพนเน่ซอสครีมมะเขือเทศพริกกระเทียม เข้มข้นกำลังดี ท็อปด้วยแซลมอน ไข่กุ้ง และกลิ่นเลมอนเบา ๆ เป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะกับการมานั่งชิล ใช้เวลากับตัวเอง หรือเติมพลังใจในวันสบาย ๆ อย่างแท้จริง
จบไปแล้วกับ 12 ร้านอาหารรอบกรุง ที่ Gaviscon คัดมาให้สำหรับมื้อหลังเลิกงาน ใครเล็งร้านไหนไว้แล้วก็อย่าลืมชวนแก๊งไปเช็กอินกันให้ครบ ส่วนบทความหน้าเรายังมีลายแทงร้านเด็ดมาอัปเดตให้ตามไปล่าความฟินกันต่อ ฝากติดตามกันด้วยนะคะ!

สนับสนุนโดย “กาวิสคอน” เพื่อนซี้ทุกตี้อร่อย