1. กินไม่ซ้ำรับสงกรานต์ กับ 10 ร้านดังเมืองเชียงใหม่

กินไม่ซ้ำรับสงกรานต์ กับ 10 ร้านดังเมืองเชียงใหม่

อัพเดทเมื่อ 9 ต.ค. 2562
กินไม่ซ้ำรับสงกรานต์ กับ  10 ร้านดังเมืองเชียงใหม่
ผมมีโอกาสเดินทางไปเชียงใหม่อยู่บ่อยครั้ง หนึ่งในภาระกิจที่ขาดไม่ได้ คือการตระเวนชิมอาหารขึ้นชื่อคงไม่พ้น ข้าวซอย อาหารพื้นเมือง อาหารมื้อดึกหลังดริ๊งแดร๊งดรั๊ง จนมาถึงร้านกาแฟ Bakery หวานๆ ลองมาตามดูว่าร้านมหานิยมของ “ไช้ชวนชิม” จะตรงใจท่านรึเปล่า

ร้านทั้งหมด


ร้านโจ๊กร้านนี้เป็นที่พูดถึงมากที่สุดแห่งหนึ่ง บ้างก็เรียกว่าโจ๊กในตำนานเพราะมีคนดังมาชิมมากมาย บ้างก็ว่าเฉยๆ นะ เอาเป็นว่าลองชิมดูละกันครับ อย่าลืมสั่งปาท่องโก๋กับเต้าหู้ทอดมากินด้วยแบบขำๆ ถ้ายังไม่ถูกใจล่ะก็ จะแวะไปชิมร้านข้างๆ ก็ได้นะ โจ๊กศรีพิงค์ ขายเมนูคล้ายๆ กัน มีเกาเหลา ต้มเลือดหมู ข้าวหมูแดง หมูกรอบด้วย (แต่เมนูนี้ไม่ขอเชียร์) แต่ถ้า 2 ร้านนี้ยังไม่โดย ลองข้ามไปอีกฟากนึง แวะไปกินที่ร้านนี้ครับ โจ๊ก เกาเหลา ต้มเลือดหมู จิงจูไฉ่ อยู่บนถนนสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี ร้านนี้ช่วงเช้าๆ คนแน่นไม่แพ้กันเลย
ถามคนเชียงใหม่ ไม่มีใครไม่รู้จักร้านนี้ เพราะจุดเด่นคือมันเปิดตอนดึกมาก ตั้งแต่ 23:30 จนถึง 3:30 น. เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักปาร์ตี้ทั้งหลายที่หิวโหยจากการทำลายสุขภาพด้วยการอัดน้ำข้าวเสียจนเต็มท้อง แนะนำไก่ทอด กับน้ำพริกหนุ่มจิ้มกับข้าวเหนียวร้อนๆ ส่วนใครที่ไม่ใช่นักเที่ยว และก็หิ้วท้องรอไม่ไหว แนะนำ “ไก่ทอด C.M.ยู” อยู่บนถนนสุเทพ ตรงข้ามกับคณะทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เมนูเด็ดคือ ไก่ทอด และหมูสามชั้นทอด
ร้านนี้เป็นร้านนอกสายตา จากปากซอย 4 ถนนสุเทพ เดินตรงเข้ามาเล็กน้อย จะเห็นร้านเล็กๆ เป็นเพิงอยู่ข้างๆ ร้านกาแฟ Cup D เรียกว่าเป็นร้านอาหารตามสั่งที่มีเมนูสารพัดนึกจริงๆ สมแล้วที่เป็นที่ฝากท้องของเด็ก มช. ที่สำคัญราคาอาหารก็ถูกมากๆ แถวอร่อยอีกต่างหาก วันนั้นกินคนเดียวสั่งไป 4 เมนู หมดเงินไปแค่ 120 บาทเอง เมนูแนะนำก็จะมีแกงฮังเล ยำผักบุ้งกรอบ ลาบหมูคั่ว แกงอ่อม หมูทอดแดดเดียว ฯลฯ
ม่อนแจ่มถือเป็นจุดชมวิวขึ้นชื่อแถบแม่ริมที่คนกรุงอย่างเราๆ ชอบตามไปเก็บภาพกัน ก็เพราะความสวยงามของนาขั้นบันได วิวภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยต้นไม้สีเขียว ถ้าพักอยู่แถวนั้นอาจตื่นขึ้นมาทันได้ชมเมฆหมอกยามเช้า ถ้าไปตอนเที่ยงหรือเย็นก็อาจได้ทานอาหารมื้อพิเศษที่มีวิวพาโนรามาสุดยอด อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ได้แก่ ต้มยำหมูกรอบ ขาหมู ยำมะเขือเผา ฯลฯ แต่ถ้าไม่สามารถเดินทางไปไกลขนาดนั้น ก็มาชวนชมวิวพระอาทิตย์ตกในห้องน้ำชายกันได้ที่ ผาลาดตะวันรอน
ร้านกาแฟในเชียงใหม่ถือว่ามีเยอะมาก มีแทบจะครบทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น Starbucks, 94 Coffee, Black Canyon, Doi Chang รวมถึง Wawee ด้วย ยิ่งบนถนนนิมมานเหมินทร์ ไม่ต้องพูดถึง มีถี่มากจนสงสัยว่ามันขายดิบขายดีขนาดนั้นเชียวหรือ ที่ไช้ชวนชิมชอบเป็นพิเศษเห็นจะเป็นวาวี ที่สาขาแม่ริม อยู่ติดกับ Tita Gallery ใกล้ๆ กับโรงแรม Four Seasons บรรยากาศที่นี่แปลกตากว่าที่อื่นตรงที่ตกแต่งร้านได้น่านั่งมาก จะมากินกาแฟถึงนี่ เดินมาไม่ถึง ต้องขับรถมา เพราะฉะนั้นคนที่ได้มาแวะร้านนี้ก็จะนั่งอยู่นานเป็นพิเศษ ที่จริงไม่ได้มากินกาแฟ แต่เสพอาหารตาซะมากกว่า อิอิ ใกล้ๆกับวาวี ก็ยังมีที่นั่งชิลล์อีกที่นึงที่คนพลุกพล่านน้อยกว่าคือ BAA BAA Black Cafe อยู่ในโครงการ Maerim Lagoon ส่วน Sala Cafe (ศาลากาแฟ) ก็อยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ แต่คนเนืองแน่นไม่แพ้กัน ในหมวดร้านกาแฟนี้คงต้องต้องยกธงให้กับร้านกาแฟน้องใหม่ในตัวเมืองที่กำลังโด่งดังอยู่ในขณะนี้ นั่นคือ Ristr8to (ร้านเล็กๆหน้าถนนนิมมานฯ ได้ข่าวว่า Barista หน้าตาดีแถมมีดีกรีติดตัวอีกต่างหาก) ส่วนอีกร้านที่เป็นทางเลือกใหม่ก็คือ Librarista (อยู่ในซอยนิมมานฯ 5 มีโซนห้องสมุดให้นั่งอ่านหนังสือได้ฟรี 2 ชม. พร้อมบริการ wifi ฟรี)
แม้ว่าเราจะไม่มีปัญญาพักอยู่ที่ รร.ดาราเทวี แต่เราสามารถมากินเค้ก จิบกาแฟ ถ่ายรูปอัพขึ้น Facebook กันได้ที่นี่ ถ้าพูดถึงคุณภาพเค้กของ Dhara Dhevi Cake Shop ต้องบอกว่าของเขาจัดเต็มจริงๆ โดยเฉพาะ Scone, Blueberry Cheese Cake, Apple Tart และ Chocolate Menu ต่างๆ คนนิยมมาทาน High Tea กันที่นี่ (ราคาโหดเหมือนกัน) แต่เขามักจะมีโปรโมชั่นสำหรับคนรสนิยมสูงแต่รายได้ต่ำ เป็นของหวานประจำสัปดาห์ + เมนูเครื่องดื่มอะไรก็ได้ ในราคาเพียง 130-160 บาท นับว่าเป็นราคาที่เราเอื้อมถึง เรียกว่าคุ้มมากครับ แต่ส่วนใหญ่พอเริ่มแล้วมันจะหยุดที่ชิ้นเดียวไม่ได้ เลยต้องยอมจ่ายชิ้นถัดไปในราคาปกติ และที่พลาดไม่ได้เป็นเด็ดขาดก็คือมาการอง อย่าลืมสั่งกลับบ้านด้วย ราคาไม่แพงเลย ถ้าเทียบกับรสชาติและคุณภาพที่หาทานได้ยาก ข่าวดีสำหรับคนกรุงเทพคือ ดาราเทวี ได้เปิดร้านขายมาการองแล้ว มีอยู่หลายสาขาเหมือนกัน เท่าที่เห็นก็คือที่ Central World, Central Chidlom และ Ladprao อร่อยอยู่หลายรสทีเดียว ตัวแพงคือ White & Black Truffle ส่วนอันที่แปลกคือรสข้าวเหนียวมะม่วง
Cuisine de Garden เป็นร้านนอกสายตาที่พัฒนาเมนูอาหารได้หน้าตาบรรเจิดสุดๆ ราวกับเป็นเมนูเชฟกระทะเหล็ก เมนูอาหาร (คลิ๊กได้ที่ลิงค์นี้) มีให้เลือกไม่เยอะเท่าไหร่ แต่ละอย่างเทคนิคการทำนั้นสุดอลังการงานสร้างดาวล้านดวง แนะนำ Terrarium (สลัดรมควัน),The Nest (ไข่ลวก 65 องศา), Code (ปลาจินดาระหมักมิโซะ), Hen (ไก่ป่าราดซอสทรัฟเฟิล) ของหวานเป็น Sphere (น้ำผลไม้ในรูปทรงกลม) อ่านรีวิวฉบับเต็มของร้าน Cuisine de Garden ได้ที่นี่ครับ