1. ชี้เป้าจุดห้ามพลาด! 10 ที่เที่ยวดูไบ.. ต้องลองไปดู

ชี้เป้าจุดห้ามพลาด! 10 ที่เที่ยวดูไบ.. ต้องลองไปดู

อัพเดทเมื่อ 1 ก.พ. 2562
ชี้เป้าจุดห้ามพลาด! 10 ที่เที่ยวดูไบ.. ต้องลองไปดู
พูดถึงมหานครดูไบ ใคร ๆ คงจะนึกถึงอากาศร้อนตับระเบิด! ขนาดตัวฉันซึ่งมาจากเมืองไทยที่ขึ้นชื่อว่าทนความร้อนได้เลเวลสูงพอสมควร ตอนที่ไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น แค่เดินจากบ้านไปขึ้นรถไฟฟ้ายังต้องขอโบกแท็กซี่ แต่รู้รึเปล่าว่า จริง ๆ แล้วดูไบมีหน้าหนาวด้วยนะ! แถมไม่ใช่หนาวขำ ๆ แบบบ้านเรานะจ๊ะ หน้าหนาวของที่นี่บางทีอากาศก็เย็นเหลือสิบกว่าองศาเอง ต้องใส่เสื้อหนาวกันเลยทีเดียว น่าแปลกใจใช่ไหมล่ะ และข่าวดีคือ ช่วงนี้แหละ เป็นหน้าหนาวของดูไบเขาล่ะ ถ้าเผื่อคุณสนใจอยากไปดูไบ เรามี 10 สถานที่เที่ยวดูไบน่าไป ที่อยากให้คุณลองไปดู

ร้านทั้งหมด


ร้านอยู่ไหน? ไปที่นี่ยังไง?
เราปักหมุดสถานที่ไว้ให้แล้ว แค่เปิดแผนที่ก็เจอทันที
สแกนเพื่อเปิด บนแอป Wongnai
ขึ้นชื่อว่าเมืองแห่งการช็อปปิงและความหรูหราอลังการ มาที่ดูไบแล้วไม่เหยียบห้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็คงเหมือนไปปารีสไม่เห็นหอไอเฟล (จะยอมได้หรือ) แถมนอกเหนือจากเรื่องช็อปปิง สถานที่ที่ดูเหมือนจะเป็นไฟล์ทบังคับ ห้าง "Dubai Mall" แห่งนี้ก็ยังมีไฮไลต์ที่น่าสนใจต่างๆมากมาย ขอให้คุณจงตามลายแทงเหล่านี้ไป...
แต่ก็นะ...ห้างที่ดูไบมีแต่อะไรสนุก ๆ ทั้งนั้นเลยนี่นา ไม่ว่าคุณจะไปตอนหน้าร้อน หรือหน้าหนาว ก็สามารถเล่นสกีได้ถือเป็นที่เที่ยวดูไบยอดฮิตอีกที่นึงเลย “Mall of the Emirates” กับลานสกีในร่ม Ski Dubai ไปช่วงนี้สามารถ Meet and กรี๊ด! กับเจ้านกเพนกวิ้นตัวเป็น ๆ ด้วยนะ แล้วถ้าเกิดคุณเบื่ออาหารแขก คิดถึงอาหารไทยละก็ กะเพรารสแซ่บ ที่ร้านอาหาร “บ้านคุณแม่” ชั้น Food Court มีเปิดไว้รอบริการคุณ
พื้นที่ที่เกิดจากการถมทะเลให้กลายเป็นเกาะรูปต้นปาล์มแห่งนี้ เป็นที่ตั้งของโรงแรมชื่อดังหลายแห่ง ที่น่าสนใจคือ "The Atlantis" ที่ไม่เพียงแค่เป็นที่พักสุดหรู แต่ยังรองรับไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบ สนนราคาอาจจะแพงซักหน่อย (มีอะไรไม่แพงบ้างนะที่นี่) แต่ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจเหมาะแก่การทำทริปเที่ยวดูไบสุดหรู ตั้งแต่ดินเนอร์ในห้องอาหารใต้น้ำ หรือจะไปเล่นกับปลาโลมา, โดดร่ม, ทัวร์เฮลิคอปเตอร์ แต่ถ้าทั้งหมดนี้ดูหรูหราไป ขอให้ข้ามไปข้อ 4 เลยจ้า!
"Jumeira Beach" เป็นชายหาดสีขาวที่เปิดสู่ทะเลอาหรับอีกหนึ่งที่เที่ยวดูไบยอดนิยมมีพื้นที่ติดต่อกับเกาะปาล์ม เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่คนทั่วไปสามารถเข้าใช้บริการได้ฟรี นอกจากทะเลสีฟ้าครามที่สวยงาม บนหาดยังมีเปลือกหอยรูปทรงแปลก ๆ มากมาย บางครั้งบางคราวก็จะมีคนจูงอูฐมา ใครอยากลองขี่อูฐดูซักตั้ง ก็สามารถเจรจาต่อรองราคาได้ตามใจชอบ จากชายหาดนี้สามารถมองเห็นตึกที่โด่งดังและเป็นเสมือนไอคอนของดูไบได้อีกสองตึก คือ โรงแรม บูร์จ อัล อาหรับ (Burj Al Arab) ที่มีรูปทรงคล้ายเรือใบ กับ จูไมร่าห์ บีช โฮเทล (c Hotel) ที่มีรูปทรงเหมือนม้วนคลื่น ถ้าพกกล้องถ่ายรูปไป พึงระวังระไวให้ดี ลมทะเลอาจพัดทรายเข้ากล้องของคุณ เพราะทรายที่นี่เม็ดค่อนข้างละเอียดมาก
"Bastakiya" เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ฉันรักที่สุดในดูไบ เพราะมีบรรยากาศอันอบอวลไปด้วยวัฒนธรรมแบบอาหรับราตรี และแกลเลอรีศิลปะ ทั้งยังเป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมทั้งคลาสสิกและร่วมสมัย สถาปัตยกรรมแถวนี้เต็มไปด้วยอาคารสไตล์อาหรับพื้นเมือง โดยลักษณะที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของสถาปัตยกรรมคือ ปล่องลม หรือ Wind Tower ที่เป็นภูมิปัญญาของคนในอดีต ใช้ดักลมให้เข้ามาในอาคารเพื่อคลายร้อน ถ้ามาแถวนี้เราขอแนะนำให้ลองไปคาเฟ่แถวปากแม่น้ำ นั่งสูบชิชา อ่านหนังสือ หรือไม่งั้นก็ อยากให้ลองน้ำอโวคาโดปั่น มันๆ สักแก้ว ชื่นใจดีเน้อออ...
"Old Souk" เป็นตลาดเก่าแก่ริมฝั่งแม่น้ำ เหมาะแก่การเดินหาของฝาก ของที่ระลึก เพราะที่นี่เน้นขายสินค้าพื้นเมือง เช่นเครืองโลหะ พรมสไตล์อาหรับ (วิเศษมั้ย?...อันนี้ต้องลองซื้อไปใช้ดู) แต่ที่แน่ๆ เป็นบริเวณที่ Photogenic มาก
"Creek" เป็นแม่น้ำสายหลักของดูไบ ถ้าเป็นที่ไทยก็เปรียบได้ดั่งเจ้าพระยา การเดินทางข้ามฝั่งครีก ทำได้โดยการนั่งเรือข้ามฟาก ซึ่งมีทั้งเรือโดยสารของกรมขนส่งดูไบ (RTA Water Bus) หน้าตาเหมือนเรือข้ามฟากบ้านเรา กับเรือแบบคลาสสิก ที่คนแถวนั้นเรียกว่า Water Taxi อันนี้ออกจะคล้าย ๆ เรือหางยาว ทั้งสองแบบสนนราคาไม่แพง โดย Water Taxi จะมีราคาถูกกว่า (ไม่แน่ใจว่าเพราะตกน้ำง่ายกว่ารึเปล่า 555) แต่ขนาดฉันที่ว่ายน้ำไม่เป็น ยังรักเจ้า Water taxi เพราะตอนข้ามฟาก สามารถเห็นวิวของสองฝั่งแม่น้ำได้ชัดเจน ยิ่งถ้านั่งตอนพระอาทิตย์ใกล้ตก สวยอย่าบอกใครเลยล่ะ :)
จากบาสตากิยาร์ อีกฝั่งตรงข้ามของแม่น้ำครีก เป็นย่านเมืองเก่า ที่เรียกว่า "Deira Market" ซึ่งเป็นที่ตั้งของตลาดที่น่าสนใจสามแห่งด้วยกัน คือตลาดปลาเดียร่า (Deira Fish Market) คล้าย ๆ ตลาดปลาซึกิจิเวอร์ชันพี่แขก แต่ไม่มีร้านซูชิ, ตลาดเครื่องเทศ (Spice Souk) และตลาดทอง (Gold Souk) จากชื่อภาษาอังกฤษคงพอเดาได้แล้วว่า Souk คือ ”ตลาด” นั่นเอง ตลาดทั้ง 3 แห่งนั้นอยู่ไม่ไกลจากกันมากนัก สามารถเดินลัดเลาะต่อกันถึง นอกจากบรรยากาศเก่าๆที่คึกคักแล้ว ยังมีสิ่งแปลกใหม่ที่บ้านเราไม่มีเต็มไปหมด เช่นในตลาดทอง จะมีหลายร้านที่โชว์ความเก๋าสุดพลัง ออกแบบเสื้อที่ทอจากทอง หรือทำแหวนทองไซส์มหึมา (ตามคอนเซปต์ของประเทศนี้ที่ต้องทำอะไรที่เป็น “ที่สุดในโลก” แต่ถ้าจะซื้อของที่ย่านนี้อาจจะต้องดูของเป็น และต่อราคาเก่งซักเล็กน้อย
"Burj Al Arab" หรือที่มีชื่อเล่นในหมู่คนไทยว่า โรงแรมเรือใบ เป็นโรงแรมที่ถูกขนานนามว่าโรงแรมเจ็ดดาว* และเป็นสถานที่ที่หลาย ๆ คนคงสงสัยว่าถ้าอยากจะเข้าไปดู โดยไ่ม่เข้าพักจะต้องทำไง? จากประสบการณ์ของอิฉันคือ ถ้าเราไม่ใช่แขกของโรงแรม จะไม่สามารถเข้าไปดูเฉย ๆ ได้จ้าาาา T_T นอกเสียจากว่า คุณจะมีคนที่รู้จัก ที่ทำงานอยู่ที่นั่นในระดับที่ใหญ่พอสมควร แต่ถ้าไม่มีใคร(แบบฉันเป็นต้น) และอยากลองมีประสบการณ์ซักครั้ง วิธีที่ดีที่สุดคือจองโปรแกรมสำหรับทานบุฟเฟ่ต์ หรือ Afternoon Tea ที่ราคาย่อมเยาสุดในลิสต์ (ซึ่งแน่นอนว่าก็ยังค่อนข้างโหด) แต่ถือว่าน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด หากต้องการเข้าไปเยี่ยมชม เมื่อเทียบกับราคาห้องพัก ที่สนนราคาต่ำสุดอยู่ที่ $8,900 USD ต่อคืนเลยทีเดียว *คำว่าโรงแรมเจ็ดดาว ถูกใช้โดยนักเขียน ที่ได้ไปเยือนการเปิดตัวของโรงแรมนี้ เพื่อเป็นการเปรียบเปรยระดับความหรูหรา แต่ตามหลักมาตรฐานสากล การให้ดาวของโรงแรม มีเพียง 1 - 5 ดาวเท่านั้น
ดูไบเป็นเมืองมหัศจรรย์ที่มีทุกสิ่งอย่างเกินครบครัน จนบางทีเราเผลอลืมไปว่าที่นี่เป็นเมืองที่ถูกเนรมิตขึ้นกลางทะเลทราย และผืนทะเลทรายที่รายรอบเมืองนี้นี่แหละ คืออีกหนึ่งสิ่งมหัศจรรย์ที่คุณไม่ควรพลาด การไปเที่ยว "Dessert Safari" วิธีง่ายสุดคือซื้อทัวร์ท้องถิ่นไป โดยเราจะได้นั่งรถจิ๊บ ที่ถูกปล่อยลมล้อออกทั้ง 4 ข้างเพื่อให้สะดวกในการตะลุยบนเนินทราย โปรแกรมหลัก ๆ คือรถจะพาเราออกจากถนนสายหลักในดูไบ เข้าไปยังแคมป์กลางทะเลทราย ที่เราสามารถรับชมการแสดงพื้นเมือง ระบำหน้าท้อง ทานอาหารพื้นเมือง และลองทำเฮนน่าด้วยตัวเองได้ ถ้าแบบไปเช้า - เย็นกลับไม่สะใจ สามารถเลือกทัวร์แบบค้างคืนกลางทะเลทรายได้นะ
จริงๆแล้วดูไบ ยังมีอะไรที่น่าค้นหาอีกเยอะมาก นอกจากโปรเจกต์ยิ่งใหญ่อลังการดาวล้านดวง เมืองนี้ยังถือเป็นศูนย์รวมวัฒนธรรมที่น่าสนใจ ด้วยความที่เต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายเชื้อชาติจากทั่วทุกมุมโลก “ดูไบ” จึงเป็นสถานที่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสีสัน ความตื่นเต้นเร้าใจ และสนุกสนานแปลกใหม่ตลอดเวลา เราจึงอยากแนะนำให้คุณ ลองไปดูไบดูสักครั้ง ...เผื่อจะติดใจ และถ้าใครยังสนใจที่เที่ยวต่างประเทศหรือในประเทศดี ๆ ก็สามารถกดติดตามที่ Wongnai Travel ได้เลยค่ะ รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน!