- หน้าแรก
/
- Roast Half Chicken ร้าน The Brasserie at Waldorf Astoria Waldorf Astoria


ห้องอาหารฝรั่งเศสดีไซน์หรู กับ Business Lunch ฝีมือประณีตราคาดี“The Brasserie” - ห้องอาหารสวยหรูบนชั้น Upper Lobby ของโรงแรม Waldorf Astoria Bangkok นี้ดึงดูดสายตาเราตั้งแต่ก้าวแรกด้วยงานตกแต่งที่แฝงกลิ่นอาย Art Deco จากฝีมือออกแบบของสถาปนิกชื่อดังชาวฮ่องกงคือคุณ André Fu ทั่วทั้งห้องโดดเด่นด้วยพื้นหินอ่อนโทนสีขาว ตัดด้วยกรอบโค้งสีทองรอบประตูและผนัง ล้อมด้วยหน้าต่างกระจกสูงจรดพื้นจรดเพดานที่ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ได้โดยรอบ ดูน่ารื่นรมย์เหมาะกับจะมาผ่อนคลาย นั่งชิลล์ชิมอาหารอร่อยๆ ไปยาวๆแบบไม่รู้เบื่อเลยล่ะค่ะ
ในส่วนของอาหาร ที่นี่จะมีทั้งอาหารฝรั่งเศสสไตล์คลาสสิกและอาหารไทยให้เลือกสั่ง โดยในส่วนของอาหารฝรั่งเศสนั้นนอกจากจะมีเมนู a la carte ตามปกติแล้ว ยังมี Business Lunch ราคาดีๆอีกด้วย สำหรับมื้อนี้ทางแอพ/เว็บไซต์ Wongnai ได้จัดกิจกรรม Wongnai Special Invite เชิญสมาชิกที่เป็น Wongnai Elite ให้ได้มาทานอาหารกลางวันที่นี่กัน เราเลยได้มีโอกาสชิมไปหลายอย่างตามนี้เลยค่ะ
✅ Business Lunch
ชุดอาหารมื้อกลางวันนี้มีให้สั่งทุกวัน เวลา 11.30-14.30 น. ยกเว้นวันเสาร์ที่ 4/11/2023 และ 2/12/2023 ที่ทางห้องอาหารจะจัดเป็น Saturday Brunch Buffet แทนค่ะ
ในเมนูจะมี Starter / Main Course / Dessert โดยคิดราคาตามอาหารจานหลัก และสามารถเลือก Starter หรือ Dessert ได้ฟรีอีก 1 อย่าง รวมเป็น 2 คอร์ส อิ่มกำลังสบายท้อง ในแต่ละคอร์สจะมีตัวเลือกเมนูให้ 3 อย่าง ซึ่งเมนูจะเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆตามฤดูกาล สำหรับช่วงนี้จะเป็นเซ็ตนี้ค่ะ เราไปกันหลายคน เลยได้แบ่งกันชิมครบทั้ง 3 คอร์สเลย ราคาที่แสดงจะยังไม่รวม VAT และ Service Charge นะคะ
🥖 [Complimentary Bread]
เป็นขนมปังฝรั่งเศสที่เนื้อดีมาก เปลือกนอกกรอบ เนื้อในหนึบ เนยที่เสิร์ฟมาคู่กันเป็นเนยเค็มที่เนื้อนุ่ม หอม มัน ทานเพลินจริงๆ
🥣 [Starter]
➡️ Onsen Egg Salad : Onsen Egg, Baby Cos, Rocket, Cherry Tomato, Soy Mayonnaise
➡️ Vichyssoise Soup : Chili Potato and Leek Soup, Garlic Crouton, Burnt Butter Vinaigrette
เราเลือกลองเป็นเมนูนี้ ซุปมันฝรั่งแบบเย็นที่เบสเป็นมันฝรั่งบดเนียนละเอียดจนเป็นครีม เสิร์ฟพร้อมขนมปังกระเทียมแผ่นบางอบกรอบหอมๆ ที่ว้าวคือรสชาติของซุปที่มีความเปรี้ยวเบาๆจาก vinaigrette ทำให้อร่อยสดชื่นแต่ก็ยังคงรสชาติที่สมดุลกลมกล่อมแบบอาหารฝรั่งเศสอยู่ ชอบค่ะ
➡️ Salmon Gravlax Salad : Gravlax Dill, Fancy Tomato, Rocket, Trout Roe, Almond Tuille, Lemon Confit Dressing
🍽 [Main Course]
➡️ Roast Half Chicken (ราคา 850++) : Half Benja Chicken, Stuffed Eggplant Parmesan, Tomato and Onion Jam
ไก่เบญจาเนื้อแน่นนุ่มละมุน หนังไก่บางๆอบมากำลังดี ปรุงรสมาอ่อนๆ แต่พอทานคู่กับมะเขือยาวอบยัดไส้ก็ทำให้มีรสมีชาติขึ้นอีกค่ะ
➡️ Slow Cooked Pork Chop (ราคา 950++) : Kurobuta Pork Chop, Spinach, Roast Pumpkin Puree, Honey Mustard Sauce
เนื้อหมูซูวีด์มาดี เนื้อนุ่มแต่ยังมีความแน่นน่าเคี้ยว หมักด้วย Honey Mustard จนกลิ่นรสซึมซาบเข้าเนื้อ หอมมากๆ พิวเรฟักทองก็เนื้อเนียนนุ่ม โดยรวมๆแล้วอร่อยเลย แต่เพราะเป็นหมูคุโรบุตะที่เนื้อจะนุ่มกว่าหมูธรรมดาแถมยังเป็นส่วนสันนอกติดกระดูกอีก ก็เลยจะมีชั้นไขมันแทรกเยอะหน่อยนะคะ
➡️ Baked Salmon (ราคา 1,050++) : Salmon, Broccoli, Charred Carrot, Dill Cream Sauce
ปลาแซลมอนชิ้นหนา อบมาดีแบบเป๊ะเว่อร์ หนังกรอบกริ๊บ เนื้อเนียนฉ่ำนุ่มละมุนไม่แห้งเกินไป ซอสครีมที่ปรุงรสด้วยลูกผักชีลาวก็อร่อยกลมกล่อมและไม่เลี่ยนเลย ทานคู่กับผักย่างที่แกล้มมาคือลงตัว
🎂 [Dessert]
➡️ Religieuse Choux : Vanilla Caramel, Peanut Chantilly
แป้ง choux เนื้อดี ไส้ครีมวานิลลาคาราเมลหอมหวาน ตกแต่งด้วยครีม Chantilly รสถั่วที่ชวนให้นึกถึง peanut butter ทานรวมๆกันรสละมุนมาก แถม tuille รสช็อกโกแลตกรอบๆที่วางประดับมายังอร่อยด้วยล่ะ
➡️ Classic Crepe : Orange-Caramel Sauce, Vanilla Ice Cream
เรายกให้จานนี้เป็นเดอะเบสท์ในหมวดขนมเพราะติดใจรสชาติของซอสที่ผสมผสานรสส้มเข้ากับเหล้า grand marnier และซอสคาราเมลได้อย่างลงตัว ทำให้อร่อยแบบมีเอกลักษณ์ดีไม่เหมือน Crepe Suzette ทั่วไป แถมใส่เนื้อส้มมาเยอะ แป้งเครปก็หอม เนื้อนุ่มบาง ทานคู่กับไอศกรีมวานิลลาเข้ากันสุดๆค่ะ
➡️ Tropical Fruit Plate : Seasonal Sliced Fresh Fruit
✅ สั่งจากเมนู A La Carte
🍽 [อาหารคาว]
➡️ Lobster Bisque (ราคา 880++) : Clotted Cream, Chives
➡️ Topinambour (ราคา 520++) : Black Truffle Cream Soup
➡️ Steak Frites (ราคา 1,600++) : Australian Wagyu Sirloin 180 gr., Truffle Frites, Mayonnaise
ในส่วนนี้เป็นออเดอร์ของเพื่อนร่วมมื้อซึ่งเราไม่ได้ลองทานเอง เลยขออนุญาตไม่วิจารณ์รสชาตินะคะ แต่มองดูแล้ว texture ของซุปดีมากทั้ง 2 อย่าง เนื้อสเต็กก็สุกแบบ medium rare สวยเป๊ะ แอบชิมเฟรนช์ฟรายคือทอดมาแบบกรอบกริ๊บถึงแก่นเลย เสิร์ฟมาพร้อมน้ำเกรวี่และศรีราชามาโยทานเพลินดีค่ะ
🎂 [Dessert]
➡️ Cheesecake (ราคา 250++) : White Chocolate Chantilly, Blackcurrant Sorbet
เป็นชีสเค้กที่ใช้ครีมชีสอย่างดีหอมเข้มข้น ท็อปด้วยครีมไวท์ช็อกโกแลต เสิร์ฟคู่กับซอสเบอร์รี่และไอศกรีมซอร์เบท์รส blackcurrant เปรี้ยวๆ ตัดรสกันได้ดีทีเดียว
➡️ Chocolate, Raspberry Fudge Cake (ราคา 250++)
เป็น layer cake ที่สลับชั้นเนื้อเค้กช็อกโกแลตด้วยซอสราสพ์เบอร์รี่ ท็อปด้วยครีมที่ทำจากเจลาตินผสมช็อกโกแลตแล้วหมักไว้ถึง 4 ชั่วโมง รสชาติเข้มข้น เนื้อเค้กดีเลยล่ะ
🍹 [Drinks]
➡️ Vitamin Boost (ราคา 220++) : Carrot, Orange, Ginger
เป็นน้ำผลไม้สกัดเย็นที่มีส่วนผสมของน้ำแครอท น้ำส้ม และขิง เสิร์ฟเพียวๆแบบไม่มีน้ำแข็ง เปรี้ยวหวานชื่นใจดีค่ะ
➡️ Hot Americano (ราคา 160++)
กาแฟที่นี่หอมและชงมาค่อนข้างเข้ม ทานแกล้มขนมช่วยตัดรสหวานได้ดีเลย
กับมื้อนี้อาหารส่วนใหญ่ที่ได้ลองจะเป็นในส่วนของ Lunch Set ซึ่งราคาถือว่าคุ้มค่าน่าจัด แถมบรรยากาศและบริการยังดีมาก อาหารจะเป็นสไตล์ Brasserie สมกับชื่อร้าน คือเป็นอาหารฝรั่งเศสแบบคลาสสิกดั้งเดิม รายละเอียดไม่ซับซ้อนนัก แต่ใช้วัตถุดิบดี ปริมาณจุใจ และมีเทคนิคการปรุงที่ดี เห็นฝีมือแล้วก็อยากหาโอกาสกลับไปลองอาหารจากเมนู a la carte ดูบ้าง เชื่อว่าน่าจะฟินได้มากกว่านี้อีกค่ะ
#Wongnai #Wongnaicommunity
16 Likes0 Comment



