- หน้าแรก
/
- Shrimp Avo Tartare ร้าน Kay's Central Embassy


Wongnai Sneak Peek: คาเฟ่สีขาวสุดชิคที่เสริฟ all day breakfast กับสาขาใหม่ใจกลางเมือง (3.5 🌟)ครั้งนี้เป็นครั้งแรกเลยที่ได้มีโอกาสมาร่วมกิจกรรม Wongnai Sneak Peek ต้องขอขอบคุณวงในอีกครั้งที่เชิญมาร่วมชิมอาหารในครั้งนี้
📌 ตัวร้านตั้งอยู่ชั้น 6 ณ บริเวณ Open House ใกล้กับลิฟต์ ป้ายร้านโดดเด่นมาก เดินมาไม่มีหลงแน่นอน
สำหรับร้าน Kay’s Boutique Breakfast ที่ Central Embassy ถือเป็นสาขาที่ 2 ส่วนสาขาแรกตั้งอยู่ในซอยรางน้ำ เวลาเปิด-ปิดของสาขานี้ จะตามห้างเลย (10:00-22:00 น.) เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากทานอาหารเช้าเร็วหน่อย แนะนำให้แวะไปที่สาขาแรก เพราะเปิดตั้งแต่ 06:30 น. ถึง 16:00 น. แถมยังมี breakfast buffet ให้บริการที่ราคา 299++
ชื่อร้าน Kay’s ไม่ใช่ชื่อเจ้าของอย่างที่เราเดาเอาในตอนแรกแต่มาจากตัวอักษรย่อของนามสกุลของเจ้าของร้าน (“คุณเพลง”) ส่วนร้านอาหารถือเป็นธุรกิจที่ต่อยอดมาจากธุรกิจโรงแรมสไตล์ Boutique Hotel ชื่อ “Kay Maison Boutique Hotel” ที่ซอยรางน้ำ ซึ่งมีจำนวนห้องพักเพียง 21 ห้องเท่านั้น เพื่อให้บริการกับแขกที่มาพักที่โรงแรม แต่ด้วยความที่มีเมนูน่าสนใจหลายรายการ ทำให้มีลูกค้าอื่นๆ ที่ไม่ได้พักที่โรงแรม แวะเวียนมาใช้บริการ ถึงกับต้องมาเปิดสาขา 2 ที่ Central Embassy
ในส่วนของอาหารที่ได้ลองชิมในวันนี้ ส่วนใหญ่จะเลือกมาเฉพาะเมนูที่เป็นเมนูเด่นๆ ของทางร้าน โดยเฉพาะ Toast ที่ถือว่า เป็น “the must order menu” เลยถ้ามาทานที่ร้านนี้ เนื่องจากตัวเจ้าของเองเคยไปเปิด pop up store ที่ Soho, NY เพื่อวางขายเมนู Toast ปรากฏว่ากระแสตอบรับดีมากที่นู่นถึงขนาดต้องกลับมาเปิดร้านที่เมืองไทย
ในเรื่องของการบริการ โดยรวมยังถือว่าไม่ดีเท่าไหร่นะคะ เพราะพนักงานค่อนข้างน้อย จะมีแค่เชฟที่ทำหน้าที่ปรุงอาหารเป็นหลัก ส่วนพนักงานเสริฟไม่ได้ทำหน้าที่อะไร กลายเป็นทีมงานวงในต้องช่วยเสริฟอาหารกันเอง ส่วนเครื่องดื่มที่สั่งไปตั้งแต่ช่วงแรกก็ใช้เวลานานจนลืมไปเลยค่ะ
❄️ Foods:
1. Avo-Kay-Do-Toast (255+ บาท): อะโวคาโดผสมกับเนื้อกุ้ง ปรุงมาสไตล์เดียวกับ tuna tartare แค่เปลี่ยนจากเนื้อทูน่าเป็นเนื้อกุ้ง ด้านบน top ด้วย poached egg เสริฟมาคู่กับขนมปัง sourdough แบบบางกรอบ ก่อนทานต้องบีบมะนาวเพื่อช่วยตัดรสชาติความมันและลดความเลี่ยนลง จานนี้เป็นการเริ่มต้นมื้อที่ดี ทานแล้วสดชื่นดีมาก ใครชอบทาน guacamole น่าจะชอบจานนี้ (4/5 🌟)
2. Vodka Salmon Pesto Linguine (250+ บาท): ตัวเส้นที่เสริฟไม่ได้ใช้เส้น Linguine ตามเมนู แต่ใช้เป็นเส้นสปาเก็ตตี้ปกติ เส้นถือว่าลวกมาดี แต่ก็ยังไม่ถึงขนาด al dente ตัวซอสค่อนข้างธรรมดาไปนิดนึง เพราะเราชิมแล้วไม่ได้กลิ่นเหล้าแต่อย่างใด ส่วน pesto sauce ใส่มาแบบประดับไปหน่อยแต่ไม่ค่อยได้เสริมรสชาติของอาหารจานนี้ ส่วนที่ดีสุดในจานนี้คือ ปลาแซลมอนที่ปรุงมาได้สุกกำลังดี อาหารจานนี้ควรรีบทานหลังจากลงเสริฟไม่นาน ไม่เช่นนั้นเนื้อปลาจะเริ่มแห้ง ความอร่อยจะลดลง (3/5 🌟)
3. Prince of Benny - Teriyaki Beef with Egg Benedict (250+ บาท): เมนูนี้จะเสริฟมาคู่กับ Potato Pancake ตัว Poached Egg และเนื้อปรุงมาด้วยความสุกประมาณ medium เนื้อนุ่มอร่อย ซอสรสออกเปรี้ยวไปนิด แต่ก็ทานแล้วไม่เลี่ยนดี ชอบตรงเสริฟมาคู่กับผักร็อคเกตของโปรด เข้ากันดีกับ Potato Pancake ที่เสริฟมาด้วย กรอบๆ นุ่มๆ ดี (4/5 🌟) สำหรับใครที่มองหาเมนูอาหารเช้าแบบจานเดียว แนะนำเมนูนี้เลยค่ะ อิ่มกำลังดี ติดใจตรง Potato Cake นี่แหละ
4. Ultimate French Toast (230+ บาท) - ตัวนี้เป็น signature menu ของทางร้าน ขนมปังของทางที่ร้านทำออกมาได้อร่อยจริง ผิวกรอบนิดๆ ด้านนอก ส่วนด้านในฟูนุ่ม ไส้ด้านในเป็น caramelized banana โรยหน้าด้านบนด้วยเบคอนกรอบๆ และมะม่วงหิมพานต์ ส่วนประกอบทุกตัวในจาน ช่วยเสริมรสชาติกันได้ดี ไม่มีรสไหนโดด ความเค็มของเบคอนช่วยทำให้ขนมหวานจานนี้ไม่หวานเลี่ยนเกินไป เป็นเมนูที่แนะนำว่าควรสั่งมาลองสำหรับคนที่ชอบทาน French Toast (4.5/5 🌟) เด็ดจริงค่ะ
5. Royal French Toast (exclusive only at Central Embassy-230+ บาท) สำหรับใครที่อยากชิมเมนูนี้ คงจะต้องแวะมาทานที่สาขานี้เท่านั้น เรายกให้ presentation ของเมนูนี้ชนะเลิศสำหรับวันนี้ แต่ก็ใช้เวลาทำนานมากๆ ตรงขอบขนมปังตกแต่งมาด้วยทองคำเปลว ดูหรูหรา สวยงาม และประดับด้านบนด้วยดอกไม้ที่สามารถรับประทานได้ เป็นเมนูที่เหมาะกับการถ่ายรูปมาก เพราะทุกคนกดชัตเตอร์กันรัวๆ ไอศครีมที่เสริฟมาด้านบนใช้เป็นรสนมผสมไข่แดง แต่อาจเป็นเพราะเราไม่ได้รีบทานทันที ความกรอบของขนมปังเลยลดลง ส่วนไข่แดงที่ผสมมาไม่ค่อยโดดเด่นอย่างที่คิด รสชาติโดยรวมของเมนูนี้เลยออกมากลางๆ แอบคิดว่ารสกะทิแบบที่เราคุ้นเคยน่าจะเข้ากับไข่เค็มมากกว่านี้มั๊ย รสชาติเมนูนี้อาจต้องปรับแต่งอีกหน่อยให้ลงตัวกว่านี้ค่ะ (3/5 🌟)
❄️ Drinks:
เครื่องดื่มที่ได้ลองมี 2 รายการ เป็นเมนูแนะนำของทางร้านทั้งคู่:
1. B.O.M.B. Bassy (165 บาท): ที่มาของชื่อเมนูนี้มาจากส่วนประกอบแต่ละตัว เก๋มาก เพราะในแก้วนี้จะมีส่วนผสมของ Belgian chocolate, Oreo, Milk Pudding, และ Black truffle essence รสเลยออกมาคล้ายทานของคาวผสมของหวาน แปลกๆ ดีค่ะ เหมาะสำหรับใครที่ชอบลองชิมเครื่องดื่มที่รสชาติไม่เหมือนใคร ส่วนใครที่เคยชิม macaron รส black truffle ของ Pierre Hermé จะรู้สึกเลยว่ารสชาติคล้ายกันมากกับเครื่องดื่มเมนูนี้ มาแนวเดียวกัน ของหวานที่รสชาติคล้ายทานอาหารคาว (3/5 🌟)
2. The Hulk (165 บาท): สูตรของที่ร้านใช้ชาเขียวเกรดพรีเมี่ยมมาผสมกับ Belgian chocolate รสชงออกมาไม่หวานมาก ชอบตรงที่มีความขมเล็กๆ ของ chocolate แทรกมาด้วยเครื่องดื่มแก้วนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบดื่มชาเขียวแบบหวานน้อยและชอบทาน dark chocolate ส่วนใครที่ชอบแนวหวานเข้มข้น อาจจะไม่ถูกใจมากนะคะ (4/5 🌟)
โดยรวมร้านนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่ครีเอทเมนู brunch ออกมาน่าสนใจหลายรายการโดยเฉพาะ “Egg Benedict” และ “French Toast” ที่ถือเป็นเมนู highlight ของทางร้าน เป็นร้านที่เหมาะมากสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กเพราะมีโซนเครื่องเล่นอยู่ใกล้ๆ และมีมุมค่อนข้างส่วนตัว แถมยังมี kid’s menu ให้เลือกสั่งอีกด้วย เรายังแอบคิดว่าจะชวนครอบครัวน้องชายมานั่งทานอาหารมื้อ brunch ที่สาขานี้ในวันหยุด คิดว่าหลานๆ น่าจะถูกใจร้านนี้
แต่การบริการโดยรวม อาจจะต้องปรับปรุงอีกซักนิดนะคะ วันนี้ยังไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ค่ะ
ส่วนราคาอาหารจะยังไม่รวม vat 7% ยกเว้นถ้าสั่งเครื่องดื่ม ที่จะรวม vat 7% เข้าไปเรียบร้อยแล้ว
9 Likes0 Comment



