- หน้าแรก
/
- รูป Mixology Chiangmai Bar & Burger


Goodie
Iron Chef is Magnificent !!เอาจริงๆ แล้วถ้าดูผิวเผินแบบไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ร้านนี้ก็คงเป็นร้านเหล้าทั่วไปที่มีค็อกเทลสีสันสดใสหลากหลายเมนูให้เลือกทาน แต่พอได้ลองมาทำความรู้จักกันจริงๆ มันมีรายละเอียดที่ค่อนข้างเยอะมากกว่าที่คนเดินผ่านไปมา จะพึงสังวรได้ เพราะนอกจากเครื่องดื่มแล้ว อาหารของที่นี่ค่อนข้างไม่ธรรมดาทั้งรสชาติและการพรีเซ้นท์ออกมาเสิร์ฟแต่ละจานค่อนข้างสร้างเซอร์ไพร์สให้แก่ลูกค้าได้เป็นระยะ รวมถึงบรรยากาศภายในร้าน ถ้าไม่คิดจะเดินเข้า จะไม่รู้เลยว่าร้านนี้เค้ามีของขนาดไหน
ขอว่ากันที่บรรยากาศร้านก่อนดีกว่า เพราะมันเท่เหลือหลาย และดูมีสไตล์ รวมถึงของตกแต่งเก๋ๆ ภาย ในร้าน ที่ดูแล้วน่าจะหาใครเลียนแบบยาก พอดีมีโอกาสได้นั่งพูดคุยกับพี่เจ้าของร้านสักพัก ก็ถามไถ่ถึงสไตล์การตกแต่งว่ามันคือแนวไหนอะไรยังไง ส่วนคำตอบที่ได้มาก็คือ "แล้วแต่จะเรียก" ...ก็ถูกอย่างที่พี่เขาบอก เพราะดูแล้วมันเป็นการหยับจับของที่มีอยู่มา Mix ใหม่ให้ดูเท่ หรือถ้าพูดรวมๆ แบบตามนิตยสารเขาเรียกกันก็คือ Loft / Industrial ในสไตล์ดิบๆ เน้นความเป็นธรรมชาติ ของวัสดุที่ใช้ตกแต่ง แต่ยังคงไว้ซึ่งความสะอาดน่านั่งและดูคูลไม่หยอก
ในส่วนของอาหารที่ยอมรับว่าแอบประทับใจนิดๆ เพราะปกติร้านเหล้าทั่วไป เขาไม่ค่อยจะสนใจในส่วนของเมนูอาหารเท่าไหร่ คือมีถั่วกับ เฟรนช์ฟรายให้ทานก็ถือว่าโอเคแล้ว แต่ร้านนี้เขาหยิบจับเอาเมนูอาหารเหนือของบ้านเรามาปรับแต่งให้ดูทันสมัย และนำเสนอให้ลูกค้าได้ตื่นเต้นเล็กๆ อย่าง
"Chiangmai Burgers" (150 บาท)
- เมนู signature ของทางร้าน ที่ถ้ามีฝรั่งไม่รู้อิโหน่อิเหน่สั่งมาทานคงตกใจ เพราะเขานำข้าวเหนียวกับลาบหมูมาพรีเซ้นท์ให้ดูคล้ายเบอร์เกอร์ ซึ่งรสชาติก็ไม่ได้ทำออกมาส่งๆ นะฮะ เพราะออกเข้าเครื่องถึงพริกลาบชัดเจน เมนูนี้เสิร์ฟมาพร้อมกับผักสดและแคบหมูด้วย
"Grill Salad" (150 บาท)
- สลัดผักย่างหลายสีสันนำมาย่างจนสุกดีได้เนื้อสัมผัสหลากหลาย ราดด้วย Pasto Sauce
"Potato Skin" (130 บาท)
- มันคือน้ำพริกอ่องที่เสิร์ฟมาบนมันฝรั่งอบร้อนๆ ที่สุกกำลังดี ท้อปด้านบนด้วยชีสเยิ้มๆ พอประมาณ ได้อามณ์เหมือนนั่งอยู่บ้านแล้วมีฝรั่งมาทำน้ำพริกอ่องให้ทาน เมนูนี้เก๋มากๆ
"Curry Wrap" (120 บาท)
- ดูเผินๆ คล้ายๆ โรตี แต่ร้านนี้เขาธรรมดาซะที่ไหน เพราะด้านในมันคือแกงฮังเลและผักสดรสชาติออริจินัลแบบเหนือแต้ๆ ห่อด้วยแป้งTortilla (ตอติญ่า) เหนียวนุ่มกำลังดีแบบ Mexican
กินอาหารจนอิ่มแต่ถ้าไม่สั่งเครื่องดื่ม เขาเรียกว่ามาไม่ถึง เริ่มกันที่ "Goodie" (250 บาท) ที่ได้กลิ่นหอมๆ ของเหล้า Gin บวกกับรสหวานนิดๆ ของ Gran Manier และ Martini Rosso รวมถึงรสเปรี้ยวหวานของ Passion Fruit และผลเครปกูสเบอรี่ (โทงเทงบ้านเรา) ทานแล้วสดชื่นดี แอลกอฮอล์ไม่ค่อยหนักหน่วงเท่าไหร่
ต่อกันด้วย "Love More Worry Less" (200 บาท) แก้วนี้สาวๆ น่าจะชอบเพราะมีส่วนผสมหลักคือ Red Wine, เหล้าสตรอเบอรี่, White Rum, เชอรี่ บรั่นดี, น้ำแอปเปิ้ล, น้ำมะนาว จึงได้รสชาติหวาน ฝาดนิดๆ ให้รู้รสของเหล้าหน่อยๆ เหมาะแก่การนั่งจิบไปเรื่อยๆ
แต่ถ้าอยากเพิ่มความรุนแรงขึ้นมาหน่อยทางร้านเขาแนะนำตัว "Golden Flame" (350) ที่พี่เขานำวิสกี้เทใส่แก้ว Mug (โลหะมีหูจับ )ใบที่ 1 จุดไฟภายในแก้วให้ลุก ซึ่งเปลวไฟจะละเลียดแก้วอย่างช้าๆ จากนั้นเทวิสกี้ที่จุดติดไฟจากแก้ว Mug ใบที่ 1 ไปสู่แก้ว Mug ใบที่ 2 เทไปเทมา สลับไปสลับมาประมาณ 5 ครั้ง อารมณ์คล้ายการทำชาชัก เสร็จแล้วรินใส่แก้วอีกใบ ผสมน้ำเชื่อมสักนิด โปะหน้าด้วยเลมอนฝาน 1 ชิ้น แล้วยกซด เราจะสัมผัสรสชาติร้อนรุ่มในอุ้งปาก ชุ่มชื่นคอ แต่โคตรเข้ม เหมาะสำหรับสายแข็งนะ สายอ่อนอย่าได้ริลองเดี๋ยวจะหาทางกลับบ้านไม่เจอ
ปิดท้ายด้วยเมนู "Iron Chef" (300 บาท) ตัวนี้ผมขอสั่งมาลองเอง เพราะมันมีส่วนประกอบหลัก คือ Black Label กับเมล็ดกาแฟ !? คือของโปรดว่างั้น นอกจากนี้ก็มีเหล้าหวานอีกสองตัว ที่นำไปคั่วผสมผสานกับเมล็ดกาแฟบนกระทะจนได้่ที่แล้วเทใส่แก้วจนได้รสชาติหอมๆ ของกาแฟ และความนุ่มบาดลึกของ Black Label ที่ให้ความรู้สึกเข้มลึก แต่ก็บาดอารมณ์ไปอย่างช้าๆ (เมา)
แม้นว่าว่าราคาเครื่องดื่มจะค่อนข้างสูงกว่าร้านอื่นๆ แต่คุณภาพของเครื่องดื่มแต่ละชนิดที่นำมาใช้ถือว่าสมราคาครับ ใครที่เดินทางสายคอทองแดงจะรู้เลยว่า เกรดเหล้าคุณภาพต่ำกับคุณภาพดีมันจะแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ปลายลิ้นที่สัมผัสรสของมันในจังหวะแรก
5 Likes0 Comment


