
4.9

รีสอร์ทบูทีคติดทะเลกับบรรยากาศเงียบสงบในช่วงหน้าร้อน High Season แบบนี้ ก็ควรจะให้รางวัลตัวเองกับการไปพักผ่อน ณ ที่พักสุด Exclusive สักแห่ง โดยที่พักที่อยากจะแนะนำให้ไปลองพักผ่อนสักครั้งนี้ อยู่ไม่ไกลจากหัวหินสักเท่าไร การเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวก็ไม่ยาก นั่นก็คือ “la a natu” รีสอร์ทแนวผสมสผานจากกลางสู่ใต้ในปราณบุรี
การเดินทางมารีสอร์ทแห่งนี้ สามารถขับมาทางถนนเพชรเกษมเข้าตัวเมืองหัวหิน หรือจะวิ่งเลี่ยงหัวหินแล้วออกมาเส้นหลักอีกทีก็ได้เช่นกัน จากนั้นตรงเข้าสู่ตัวอำเภอปราณบุรี และตรงไปตามเส้นทางหลวงชนบทตาม Google Map และสุดท้ายเราจะเจอทางเข้าเล็กๆ ที่ดูเหมือนรถใหญ่จะเข้าไปไม่ได้ แต่จริงๆ แล้ว สามารถตรงเข้าไปได้เลย โดยบริเวณที่จอดรถจะมีพนักงานยืนรอต้อนรับและพานั่งรถกอฟท์เข้ารีสอร์ทอีกที และรถกอฟท์ดังกล่าวมีให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน สามารถเรียกใช้บริการได้ทันที
ตัวรีสอร์ทจะเป็นลักษณะเฉพาะตัวที่ไม่ใช่บาหลี ออกไปแนวผสมผสานระหว่างสไตล์ของภาคกลางค่อนมาทางภาคใต้ โดยจะสังเกตได้จากมีทุ่งนา และโดมฟางข้าวที่นำมาทำเป็นหลังคา และตัวโครงสร้างที่ออกไปทางภาคใต้ที่เข้ากันได้อย่างลงตัว ทางเดินอาจจะลำบากสักหน่อยสำหรับผู้พิการ แต่ที่นี่เองก็มีช่องทางสำหรับผู้พิการโดยเฉพาะเช่นกัน
การเช็คอินจะเริ่มตอน 14:00 น. ของทุกวัน แต่หากมาถึงก่อนและห้องพักเรียบร้อยแล้ว พนักงานจะเชิญไปที่ห้องพักพร้อมกับเปิดแอร์เย็นๆ รอไว้เลย ระหว่างเช็คอินก็มี welcome drink เป็นน้ำสับปะรดคั้นเย็นๆ ดื่มให้ชื่นใจ และอธิบายโซนต่างๆ ของที่พัก ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น มาดูกัน
สำหรับบริเวณจุดที่ให้เช็คอินนั้น ชั้นสองจะเป็นโซนห้องอาหารที่จะให้บริการอาหารเช้า รวมทั้ง Afternoon Tea ที่จะให้บริการในช่วง 14:00 – 16:00 น. ซึ่งรวมอยู่ในราคาห้องแล้ว ส่วนชั้นสามที่จะเป็นที่นั่งชมวิวทะเล หรือนัด Meeting กัน และมีสระว่ายน้ำที่จะเห็นวิวธรรมชาติแบบ 360 องศา เหมาะแก่การแช่น้ำพักผ่อนไปในตัว ส่วนห้องพักนั้นจะมีอยู่ด้วยกันประมาณ 15 ห้องเท่านั้น ซึ่งทำให้มีความเป็นส่วนตัวและเงียบสงบมากขึ้น
ในส่วนของห้องพักนั้น จะมีทั้งโซนที่ติดทะล และโซนสวน วันนี้ได้มีโอกาสพักห้องริมทะเลใน Type Tropical Cottage ชื่อห้อง ต้นหอม โดยห้องนี้จะอยู่ฝั่งขวามือสุดของรีสอร์ท ที่มองออกไปจะเห็นวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา พร้อมกับเก้าอี้ม้านั่งตัวนึงที่ตั้งอย่างโดดเดี่ยว เหมาะกับการถ่ายรูปในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นเป็นอย่างมาก
ภายในห้องพัก จะแบ่งเป็น 4 โซนย่อย ห้องแรกที่จะเจอเป็นห้องนั่งเล่น ที่มีโซฟาตัวยาวให้ 1 ตัวและสามารถแปลงเป็นเตียงเสริมได้ โต๊ะวางของ และมินิบาร์ที่ฟรีน้ำเปล่า ส่วนอย่างอื่นเช่น เบียร์หรือน้ำอัดลมจะชาร์จเพิ่ม และสมาร์ททีวีที่สามารถดู Netflix และ YouTube ได้ ส่วน Wifi สามารถเชื่อมต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องใช้ Account
ส่วนต่อมาเป็นห้องน้ำที่จะแบ่งเป็นสัดส่วนชัดชัดเจน ทั้งห้องชักโครก อ่างล้างมือและตู้เสื้อผ้าพร้อมอุปกรณ์ครบครัน และโซนฝักบัวที่จะเป็นแบบ open door ที่มีแชมพูและครีมอาบน้ำให้บริการ ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับการใช้งานเท่าไรหากเป็นช่วงฝนตก แต่ก็มีข้อดีคือแมลงไม่เยอะ
โซนต่อมาจะอยู่ด้านหลังของห้องนั่งเล่น เป็นโซนด้านนอก ที่จะมีบ่อออนเซ็นที่ใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยอุณหภูมิจะอยู่ที่ 37 องศาเซลเซียสตลอดเวลา เหมาะแก่การพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง แต่อย่าคิดว่าบ่อนี้เป็นจากุชชี่ ที่จะใส่สบู่แล้วตีฟองได้เป็นอันขาด มิฉะนั้นอาจจะโดนค่าปรับแทน
และส่วนสุดท้ายจะเป็นโซนห้องนอน ซึ่งมีแค่เตียงนอนนุ่มๆ ให้บริการ ห้องนี้จะมีม่านให้ปิดด้วยเพื่อความเป็นส่วนตัวอีกที
สำหรับภายนอกห้องพัก จะมีม้านั่งไว้สำหรับเป็นมุมถ่ายรูปชิคๆ เต็มไปหมด รวมทั้งมีชิงช้าให้แกว่งเล่นได้ หากลงไปที่ชายหาด จะเป็นหาดสามร้อยยอดซึ่งเป็นส่วนที่จะมีเขากั้นทั้ง 2 ฝั่ง ทำให้ที่นี่มีความเป็นชายหาดส่วนตัวแบบกลายๆ แต่อาจจะไม่ได้ขาวสวยเหมือนที่อื่นและยังมีเปลือกหอยมาเกยตื้นเยอะมากเช่นกัน เวลาเดินก็อาจจะต้องใส่รองเท้าแตะ ซึ่งที่นี่ก็มีรองเท้าแตะให้บริการ
จุดเด่นของที่นี่อีกอย่างที่ต้องพูดถึงเลยคือชุด Afternoon Tea ซึ่งสามารถนั่งทานที่ห้องพักก็ได้ หรือจะมานั่งทานที่ห้องอาหารก็ดีเช่นกัน โดยจะมีชาให้ 1 กา ซึ่งเลือกได้ตามใจชอบว่าอยากได้ชาแบบไหน มาพร้อมกับขนม สโคน เค้กช็อกโกแลต เค้กแครอท บราวนี่ ชีสเค้ก และแซนวิชชีส ขนาดอาจจะดูเล็กแต่รสชาติอร่อยดีทุกชิ้น ถ้าหากอยากทานเพิ่มก็สามารถสั่งได้ในราคาเพียง 350 บาทเท่านั้น หากในช่วงเย็นอยากจะทานอาหาร ณ ที่พักเลย ก็มีให้บริการเหมือนกัน
และสุดท้ายคืออาหารเช้า ซึ่งที่นี่จะไม่ได้มีไลน์บุฟเฟ่เหมือนที่อื่น แต่จะใช้วิธีการติ๊กเลือกผ่านเมนูอีกที ซึ่งสามารถสั่งได้เรื่อยๆ หากยังไม่อิ่ม และจะมีสลัดกับผลไม้ให้ตักได้เรื่อย โดยเมนูอาหารก็จะเป็น Breakfast ที่เลือกได้ว่าจะทานไข่แบบไหน วาฟเฟิล ขนมปัง ไส้กรอก แฮม เบคอน มีให้สั่งได้ทั้งหมด และยังมีข้าวต้ม ข้าวไข่เจียว และข้าวหมูกระเทียม หากไม่ชอบทาน Breakfast รสชาติโดยรวมก็อร่อยไม่แพ้ Afternoon Tea ที่ได้ทานไปก่อนหน้า
ความรู้สึกโดยรวมจากการมาพักที่นี่ ถือได้ว่าเป็น 1 ในที่พักที่ดีที่สุดที่เคยมาพักเลยก็ว่าได้ ทั้งความสะดวกสบายที่ได้รับ อาหารรสชาติอร่อยทั้งขนมและของคาว ซึ่งนานๆ จะเจอแบบนี้สักครั้ง ส่วนการบริการถือว่าดีเยี่ยม พนักงานพร้อมให้บริการด้วยใจจริงๆ ถึงแม้ว่าจะไม่มีฟิตเนส หรือสปาให้บริการ แต่สิ่งเหล่านั้นไม่ได้สำคัญเท่ากับความสบายกาย และสบายใจ ที่ได้รับจากที่นี่เลย
หากจะหาที่พักที่เงียบสงบหลบหนีจากความวุ่นวายในเมือง อยากจะฮันนีมูนกับคู่รัก หรือหาที่พักที่ Work from Home ไปด้วยได้นั้น อยากแนะนำให้ลองมาพักที่นี่สักครั้ง
💚 สามารถตามติดชีวิตการกินของเป็ดน้อยต่อได้ที่ 💚 👇🏻👇🏻
🍭Fan Page : https://www.facebook.com/PednoiiPakin
🍭IG : PednoiiPakin || pednoii_ahha
*กรณีต้องการนำรูปไปใช้งานให้ขออนุญาตและให้เครดิตทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์และแจ้งความทุกกรณี
4 Likes0 Comment


