3.6
8 เรตติ้ง (8 รีวิว)
tatami
Engawa Saikyoyaki
Tatami Sushi & Yakitori Bar: ร้านสไตล์ Izakaya เปิดใหม่ ขนาดกะทัดรัด @สาทรซอย 10ร้านอาหารสไตล์ Izakaya (居酒屋) เป็นร้านที่เน้นขายอาหารญี่ปุ่นประเภทกับแกล้ม เช่น ปิ้งย่างเสียบไม้ (Yakitori) Shabu หรือซูชิ กับพวกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่าง Sake, Shochu, Umeshu, Beer, Whisky โดยร้านประเภทนี้เป็นที่นิยมในหมู่คนญี่ปุ่นใช้เป็นแหล่งพูดคุย-พบปะ-สังสรรค์กันหลังเลิกงาน เพื่อลดความตึงเครียดหลังการทำงาน ร้านประเภทนี้จึงเปิดกันช่วงเย็นและปิดดึกๆหรือจนกว่าลูกค้าจะเลิกกันครับ ในเมืองไทยร้านประเภทนี้เริ่มมีเปิดให้เห็นกันมากขึ้นตามแหล่งย่านธุรกิจที่มีชาวญี่ปุ่นมาทำงานหรือเปิดบริษัทกัน อย่างเช่น สีลม (ธนิยะ) อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ “Tatami Sushi & Yakitori Bar” ชื่อเต็มๆของร้านนี้ครับ จากชื่อร้านทำให้เรารู้ว่าเค้าไม่ได้มีแค่ Sushi Bar อย่างเดียว แต่โดดเด่นพวก Yakitori ด้วย เท่าที่ผมทราบข้อมูลของร้าน Chef ที่มีหน้าที่ปรุงอาหาร Yakitori เป็นชาวญี่ปุ่น import ตรงกันมาเลยทีเดียว ส่วนเชฟซูชิก็เป็นคนไทยครับ ร้านนี้ผมถือว่าเป็นแนว Izakaya และเพิ่งเปิดได้ไม่นานมาก ประมาณปลายปี 2556 ที่ผ่านมาเองครับ ผมรู้จักร้านนี้ก็เพราะบังเอิญเดินผ่านมาทำธุระในซอยสาทร 10 ซึ่งไม่ไกลจากที่ทำงานผมมากนักครับ ผมเดินผ่านมาเห็นหน้าร้านเค้าช่วงบ่ายแก่ๆ (ร้านยังไม่เปิด กำลังเตรียมเปิดช่วงเย็น) เห็นแล้วอยากลองดูเลย favorite เอาไว้และกลับมาใช้บริการวันหลังช่วงหัวค่ำครับ เลยเป็นที่มาของรีวิวอันนี้… [ที่ตั้งร้าน] ร้านนี้มีขนาดไม่ใหญ่ 3 ชั้น เหมือนบ้านตึกแถวเอามาดัดแปลงเป็นร้านอาหาร ตั้งอยู่ในซอยสาทร 10 (ศึกษาวิทยา) ซอยนี้สามารถทะลุไปซอยสาทร 12 หรือซอยสีลม 9 ได้ครับ ถ้าเข้ามาจากฝั่งซอยสาทร 10 (มีโรงเรียนอนุบาลตรงปากซอย) ตรงมาเรื่อยๆประมาณ 200-300 เมตร เลยคอนโดมาหน่อย จะเห็นร้านนี้อยู่ฝั่งซ้ายมือตรงปากซอยเล็กๆ สามารถเอารถไปจอดที่ลานด้านหลังของร้านได้ครับ (ทางร้านจะสำรองที่จอดให้เฉพาะลูกค้าของร้านจำนวนหนึ่ง ไม่มาก ฝั่งติดกับประตูหลังของร้าน) !ระวังอย่าไปจอดผิดที่หน้าบ้านคนอื่นนะครับ ยังไงลองสอบถามพนักงานเค้าดูก่อนนะครับ ถ้าเต็มก็ต้องไปจอดริมฟุตบาทในซอยหลักเอา บรรยากาศร้านชั้น 1 จะเป็นแบบสบายๆทันสมัย ชั้น 2 เป็นแบบซูชิบาร์บรรยากาศครึมๆหน่อยมีทั้งนั่งตรงบาร์หรือโต๊ะไม้แยก ชั้น 3 เป็นห้องส่วนตัวต้องโทรจองกับร้านครับ [ข้อมูลที่ควรทราบของร้าน] • ร้านเปิดทุกวัน แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา 11:00 – 14:00, 17:30 - 22:00 เน้นให้บริการพนักงานบริษัท • ราคาอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมดในเมนู ยังไม่รวม SC และ VAT ต้อง ++17% รับบัตรเครดิตไม่ชาร์จ • อย่างที่เกริ่น ร้านมี 3 ชั้น - ชั้น 1 พบกับยากิโทริโดยพ่อครัวที่ชำนาญการจากญี่ปุ่น - ชั้น 2 ซูชิบาร์ พบกับซูชิและเมนูสุดหรู - ชั้น 3 มีห้องส่วนตัวสำหรับจัดงานเลี้ยง รองรับได้ตั้งแต่ 5-25 ท่าน (เช่าทั้งชั้นเพื่อจัดงานเลี้ยง) • ในแต่ละชั้นสามารถสั่งอาหารทั้งหมดในเมนูแบบ cross-over ได้ พนักงานจะมาเสิร์ฟที่โต๊ะ • มีบริการ Delivery ด้วย ลองโทรสอบถามทางร้านดูครับ • เมนู Yakitori มีให้เลือกเป็นแบบสั่งทีละไม้ หรือสั่งเป็นชุดยากิโทริรวมย่างเกลือ/ซอส ถ้า 5 ไม้ 230 บาท 10 ไม้ 430 บาท ถูกกว่าสั่งทีละไม้ ไม้ละ 50 บาท • เมนู Sushi มีทั้งแบบ Set (สำหรับ 2 หรือ 3 คน) หรือจะสั่งแบบ Omakase 7 หรือ 10 คำ (คือเชฟจะเลือกหน้าซูชิให้เองตามวัตถุดิบสดในวันนั้นๆตามงบของราคาเซทนั้นๆ) มีราคาให้เลือกคือ 350/500/700 บาท หรือว่าจะสั่งเป็นคำๆก็ได้ ในเมนูเค้าจะลงราคาต่อ 1 คำ และ 2 คำ (สั่งที 2 คำจะถูกกว่า) • เมนูเครื่องดื่ม Alcohol อย่างโซจู เหล้าบ๊วย หรือ Black สามารถฝากขวดกับทางร้านได้ [รายการอาหารที่สั่ง] – มานั่งดื่มกินกัน 2 คน • Omakase Nigiri Tokujyo (Superior) 10 pcs (700 Baht) คือข้าวปั้นรวมคัดสรรโดยเชฟ (ชั้นเลิศ) 10 ชิ้น ผมลองสั่งแบบ Superior เลยเพราะเฉพาะ Omakase ชุดนี้ที่ได้ Otoro ครับ ในจานนี้มีซูชิทั้งหมด 10 คำ หลักๆก็มี Otoro x 2 (ชิ้นเล็กๆ) Salmon, Aburi Salmon, Akami, Hotate, Uni แบบแช่แข็ง โดยรวมผมว่าไม่ค่อยโดนเท่าไหร่ ผมจะเน้นเจาะจงที่ Otoro ซึ่งได้มาเป็นแผ่นขนาดเล็กๆแปะบนข้าวซูชิ หน้าตาของจริงกับรูปในเมนูดูต่างกัน (หลงกลคำว่า “ภาพสำหรับประกอบการโฆษณาเท่านั้น”) แต่ว่ารสชาติ Otoro ถือว่าผ่าน หวานมัน ละลายในปาก ส่วนวัตถุดิบอื่นๆถือว่ากลางๆไม่สดมาก จะดีหน่อยตรงแซลมอนครับ • Sushi สั่งเป็นคำมา 2 คำ คือ Aburi Salmon x 1 (50 Baht) หรือแซลมอนสะดุ้งไฟ ได้ปลาชิ้นใหญ่ดี แต่ผมว่าเค้า sear มาสุกเกินไปหน่อยเลยออกแข็งนิด ราคาคำนี้ผมว่าปกติ และ Engawa Saikyoyaki x 1 (60 Baht) หรือครีบปลาตาเดียวย่างราดซอสมิโซะ ตอนแรกดูราคาแล้วถูกมากประมาณครึ่งนึงของที่ร้านอื่นๆ เลยลองสั่งมาดู ก็เลยเข้าใจว่าได้มาชิ้นเล็กและบาง เหมือนเค้าตัดแบ่งมานั่นเอง ตัวซอส Saikyo ที่ราดมาตอนย่างไม่ค่อยเข้าเนื้อเท่าไหร่ ผมว่าไม่ค่อยอร่อย แต่ดีที่ราคาไม่สูงครับ • Sashimi สั่งมากัน 3 อย่างคือ Maguro (300 Baht)/Salmon (200 Baht)/ปูอัด (200 Baht) สั่งมาแบบ Sashimi ผมรู้สึกว่าจะได้สดกว่าที่ปั้นแปะบนซูชินะครับ โดยรวม Maguro สดและชิ้นใหญ่ใช้ได้ Salmon สดแต่แล่มาชิ้นเล็กไปหน่อย แต่ราคานี้ผมว่ารับได้อยู่ครับ • Tempura Moriawase (600 Baht) หรือเทมปุระรวม หน้าตาตอนมาเสิร์ฟน่าทานมากครับ มีการจัดองค์ประกอบของเทมปุระต่างๆได้สวยงามตามแบบญี่ปุ่น มีแยกถ้วยซอสเทมปุระกับไช้เท้าบดมาให้ต่างหาก ทอดได้กรอบดี และไม่อมน้ำมัน อร่อยดีครับเมนูนี้ แต่ผมว่าราคาแพงมากเลย 600 บาท เมนูนี้เป็นฝีมือของ Chef ครัวร้อน ดูแล้วเลยอร่อยและน่ากินกว่าซูชิครับ เครื่องดื่มชาเขียวของที่นี่จะเป็นแบบรีฟิล ทั้งร้อนและเย็น ราคา 40 บาท ผมสั่งมาเป็นชาเขียวร้อนตามปกติครับ ค่าเสียหายทั้งหมดมื้อนี้ รวม ++ เท่ากับ 2,531 บาท (ยังไม่รวม Drink อื่นๆ) อิ่มอย่างมีความสุขกลับบ้านครับ ^^ ตามความเห็นส่วนตัวผม ขอสรุปว่า ข้อดี: • ราคาอาหารพวก Sushi ไม่แพงมากครับ และมีอาหารญี่ปุ่นให้เลือกหลากหลายดี • บรรยากาศร้านสบายๆเหมาะนั่ง Drink นั่งได้ยาวๆไม่ถูกกดดัน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ก็รู้จักกันเฉพาะกลุ่ม อยู่ใกล้แหล่ง Office ข้อเสีย: • ราคาอาหารทั้งหมด ต้องมี ++ ซึ่งถ้าเทียบกับบริการที่ได้รับแล้วก็ถือว่าพอรับได้ • รสชาติอาหารพวก Sushi ไม่ค่อยโดนสำหรับผม สรุปโดยรวมตามที่ผมรีวิวไปทั้งหมด ผมให้ 3 ดาวครับ ยังไงคราวหน้าผมจะลองสั่งพวก Yakitori เค้าดูครับ ซึ่งผมว่าน่าจะอร่อยกว่าเมนูซูชิเพราะเชฟญี่ปุ่นปรุงโดยตรงครับ ขอให้กลางๆไปก่อน... อ่านต่อ
34 Likes0 Comment
photo