3.8
72 เรตติ้ง (59 รีวิว)
เปิดอยู่จนถึง 22:00
เมนูของร้าน La Creperie สยามพารากอน
อิ่มอร่อยแบบชาวปารีเซียง กับ Breton Crêpe ต้นตำรับ และอาหารฝรั่งเศสสูตรคุณย่าคุณยายได้ที่นี่เมื่อเอ่ยถึง Crêpe – ก็เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่าเป็นแพนเค้กสัญชาติฝรั่งเศส มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแคว้น Brittany ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศก่อนที่จะได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก โดย Breton Crêpes ของแท้ที่บริโภคกันทั่วไปใน Brittany นั้นจะมีทั้งเครปที่เป็นของคาวและของหวาน แต่ละร้านก็จะมีสูตรต่างๆกันไป ใส่เครื่อง ใส่ toppings หลากหลายน่าลองไปซะหมด กลายเป็นอาหารขึ้นชื่อที่ไม่ว่าใครได้ไปเยือน Brittany ก็จะต้องหาโอกาสลองชิม Breton Crêpes ให้ได้ซักมื้อ (ไม่งั้นถือว่ามาไม่ถึงนะเออ) ...สำหรับเราๆที่อยู่ในกรุงเทพฯนี้ ไม่ต้องบินไปไกลถึงฝรั่งเศสก็มีร้าน La Crêperie นี่ละค่ะที่ได้นำความอร่อยของ Breton Crêpes แบบฝรั่งเศสแท้ๆมาให้เราได้ลิ้มรสกัน ร้านมีสาขาแรกที่สุขุมวิท 39 ซึ่งเน้นเป็นร้านเฉพาะทางด้านเครปทั้งหมด และปัจจุบันยังได้มาเปิดสาขาใหม่ขึ้นที่สยามพารากอนพร้อมกับ concept ที่กว้างไกลขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย... ****-Profile-**** แม้จะบอกว่า Crêpes คืออาหารที่โด่งดังขึ้นชื่อของ Brittany แต่โลกของอาหารฝรั่งเศสย่อมไม่ได้จำกัดอยู่แค่ที่เครป เพราะแม้แต่ชาว Brittany แท้ๆเองก็ใช่ว่าจะทานกันแต่เครปอยู่เพียงอย่างเดียวทุกวี่ทุกวัน และแม้ภาพลักษณ์ของคำว่า “อาหารฝรั่งเศส” จะชวนให้นึกถึงความหรูหราที่ยากจะเอื้อมถึง แต่ในความเป็นจริงคนฝรั่งเศสก็เหมือนกับคนชาติอื่นๆทั่วไปที่คงไม่สามารถทานอาหารระดับ Fine Dining กันได้ทุกมื้อ ... ดังนั้นที่ La Crêperie สาขาสยามพารากอนนี้ – นอกจากจะชูจุดเด่นดั้งเดิมคือเมนูเครปหลากหลายชนิดแล้ว – จึงมีการเพิ่มเติมเมนูอาหารฝรั่งเศสในแบบ comfort food เข้ามาด้วย โดยเน้นเมนูที่คนฝรั่งเศสรับประทานกันทั่วไปในครัวเรือน สืบทอดสูตรตำรับจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูกเรื่อยมา มีความอร่อยที่เรียบง่ายแต่คุณภาพดี ปรุงสดใหม่จานต่อจาน สอดรับกับบรรยากาศที่ทางร้านตกแต่งให้ละม้ายคล้าย Apartment สไตล์ปารีเซียง ทำให้ได้ความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองเสมือนได้ไปอยู่ในบ้านคนฝรั่งเศสและได้ทานอาหารฝีมือคุณย่าคุณยายที่เพิ่งทำเสร็จออกมาจากครัวจริงๆ สมกับ concept “Parisian Home Cooking” ของทางร้านนั่นเอง ****-เมนูที่ได้ลอง-**** [New Menus] กับเมนูใหม่ๆนั้นตอนนี้ยังมีเฉพาะที่สาขาสยามพารากอนเท่านั้นค่ะ แต่ในอนาคตถ้ามีความพร้อมเมื่อไหร่ก็อาจจะขยายไปลงที่สาขาสุขุมวิท 39 ด้วย ราคาที่ลงไว้ยังไม่รวม VAT และ Service Charge นะคะ สำหรับครั้งนี้เราได้ลองกันไป 3 เมนูตามนี้เลย ● Escargots with Garlic Butter (ราคา 490 บาท) – กับเมนูหอย Escargots อบเนยกระเทียมนี้ คุณ Joseph เจ้าของร้านชาวฝรั่งเศสได้มาสาธิตวิธีใช้เครื่องมือแกะเนื้อหอยออกจากเปลือกให้ดูเองทีเดียว Escargots ที่นี่ตัวค่อนข้างเล็ก แต่เนื้อนุ่มกำลังพอดีแบบเป๊ะสุดๆ ไม่หนึบเหนียวเกินไป แกะเสร็จจุ่มในเนยกระเทียมร้อนๆหอมๆนี่คือฟินเลย เมนูนี้เสิร์ฟพร้อมขนมปัง Ciabatta อุ่นๆ ที่ผิวนอกกรอบ ส่วนเนื้อในจะนุ่มกว่าของที่อื่นเล็กน้อย เอาขนมปังมาชุบกับเนยกระเทียมส่วนที่เหลือทานก็เข้ากันสุดๆค่ะ ● Mediterranean Sea Bass Fillet, Crispy Crêpes Pasta and White Wine Sauce (ราคา 330 บาท) – นอกจากปลากะพงที่จี่มาได้ดี๊ดี ปลาสด เนื้อนุ่ม-แน่น หนังกรอบกำลังได้ที่แล้ว เมนูนี้ยังมีจุดเด่นอันแสนจะ original อยู่ที่เส้น pasta ซึ่งเป็น Pasta Crêpes ...คือเอาเครปบางๆกรอบๆที่ทำจากแป้ง Buckwheat มาซอยเป็นเส้น pasta เป็นไอเดียสุดครีเอทซึ่งคุณ Joseph บอกว่าต่อให้ไปถึงประเทศฝรั่งเศสก็ไม่มีเส้น pasta แบบนี้ให้ลองนะเอ้อ อยากชิมต้องมาที่นี่เท่านั้น เราชิมดูแล้วตัวเส้นจะกรอบและมีรสเค็มนิดๆ เคล้ากับมะเขือเทศและมะกอกที่มีรสเค็มเข้มขึ้น ก็ทำให้ได้สมดุลที่พอดีกับรสอ่อนๆตามธรรมชาติของเนื้อปลากะพงและความกลมกล่อมหอมมันของซอสไวน์ขาว พอเสริมด้วยมันทอดแผ่นบางกรอบกริ๊บที่โรยหน้ามานี่คืออร่อยเด็ดอลังการ เป็นจานที่ชอบมากที่สุดในมื้อนี้ค่ะ ● Roasted Lamb Chops Marinated in Provençal Herbs (ราคา 690 บาท) – เนื้อแกะชิ้นโตอบเครื่องเทศสไตล์โพรวองซ์ เสิร์ฟมา 3 ชิ้นโตๆ ทานคู่กับถั่วขาว ratatouille และมันทอดแผ่นบาง เข้ากันดีมากๆ สำหรับเนื้อแกะขอแบ่งวิจารณ์ตามนี้นะ.. - ระดับความสุก – ได้อย่างที่ชอบเลยค่ะ คือเนื้อในเป็นสีชมพูเรื่อ เลือดไม่ไหล แต่ไม่สุกจนแห้งกระด้าง (5/5 คะแนน) - กลิ่น – ไม่มีกลิ่นสาบแกะอันไม่พึงประสงค์เลย ทางร้านจัดการเรื่องกลิ่นได้ดีงาม ทานสบายมากๆ (5/5 คะแนน) - ความนุ่ม – อันนี้บอกตรงๆว่าความนุ่มยังไม่สุด ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะส่วนของเนื้อแกะที่เลือกใช้ (สังเกตว่าแกะในจานเราเนื้อเยอะ-มันน้อยค่ะ ซึ่งสำหรับคนไม่กินมันแกะอย่างเราก็นับเป็นข้อดีนะ) หรือว่ายังหมักเนื้อมาได้ไม่นานพอ แต่ก็ไม่ถึงกับเหนียวเคี้ยวยากนะคะ จัดว่าใช้ได้สอบผ่านอยู่ล่ะ (3.5/5 คะแนน) [Crêpes] สำหรับเมนูเครปของทางร้านจะมีทั้งของคาว (Savoury Crêpes) ซึ่งจัดเป็น Main Dish และของหวาน (Sweet Crêpes) โดย Savoury Crêpes นั้นจะทำจากแป้ง buckwheat ซึ่งมีใยอาหารเยอะ มีโปรตีนที่ย่อยง่าย และ Gluten-free จ้ะ ลักษณะแป้งเครปที่ได้จะบางและกรอบ ส่วนเครปของหวานนั้นจะทำจากแป้งสาลี มีการเติมไข่ นม เนย ผสมลงไป จึงได้สัมผัสที่นุ่มนวลกว่าแม้จะแผ่บางไม่แพ้เครปที่ทำจากแป้ง buckwheat ค่ะ ● Crêpe Bacon, Mushrooms, Cheese, Egg, Tomatoes (ราคา 290 บาท) – เมนู Best-seller ของทางร้านนี้เป็นเครปแป้ง Buckwheat แผ่นบางกรอบที่ห่อ Emmental Cheese ไว้ข้างใน ตรงกลางเผยให้เห็นไข่สุกกำลังเยิ้มๆโรยผงเครื่องเทศหอมๆ ท็อปด้วยเห็ด Champignons มะเขือเทศ และเบคอนชิ้นยาวที่กรอบตรงขอบและนุ่มตรงด้านใน ...ในภาพรวมเป็นเมนูที่องค์ประกอบทุกอย่างเข้ากันได้ดีมากๆค่ะ ถ้าจะมีที่ฟินไม่สุดอยู่บ้างก็คือส่วนตัวแล้วเราชอบเบคอนแบบกรอบทั้งชิ้น โดยต้องเป็นความกรอบที่เกิดจากเนื้อหมูที่มีสัดส่วนการกระจายตัวของไขมันกับเนื้อกำลังดี แล่บางเฉียบ แล้วทอดใหม่ๆกรอบกริ๊บ (ไอ้แบบที่ทอดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกรอบแข็งกระด้างนั้นคนละเรื่องกันนะคะ) แต่ก็ต้องยกผลประโยชน์ให้ทางร้านว่าหลายๆคนก็อาจจะชอบเบคอนที่ยังมีความนุ่มนวลอยู่บ้างแบบนี้มากกว่าน่ะนะ ● Sweet Crêpe Salted Butter Caramel, Banana, Vanilla Ice Cream (ราคา 180 บาท / เพิ่มไอศกรีม + 50 บาท) – นอกจากจะโด่งดังเรื่องเครปแล้ว Brittany (และแคว้นใกล้เคียงกันอย่าง Normandy) ยังขึ้นชื่อเรื่อง Salted Butter Caramel อีกด้วย เมนูนี้จึงเป็นของหวานที่รวมเอาความอร่อยโดดเด่นของทั้ง 2 อย่างไว้ด้วยกันนั่นเอง แป้งเครปเนื้อนุ่มแผ่นบาง ห่อหุ้มกล้วยหวานๆอัดแน่นไว้ข้างใน ราดด้วยซอสคาราเมลเนื้อข้น-หอม กึ่งหวานกึ่งเค็มกำลังดี ทานกับไอศครีมวานิลลา วิปครีม และผลไม้ไทยๆอย่างแก้วมังกรและทับทิมก็สดชื่นเข้ากันได้ดีทีเดียวค่ะ [Drinks] ● Green Fairy (ราคา 150 บาท) – เป็น mocktail ที่มีส่วนผสมของ Apple, Mint, Lime, Soda ดูส่วนผสมแล้วนึกว่าจะออกแนวเปรี้ยวสดชื่น แต่ปรากฏว่ารสหวานจะเด่นกว่าค่ะ สำหรับเราแล้วจัดว่าหวานเกินงามไปนิดนะ ● Mariage Frères Teas (ราคา 250 บาท) – ทางร้านมีชาแบรนด์ดังจากฝรั่งเศสนี้ให้เลือกหลายกลิ่นทีเดียว โดยเราได้ลองเป็น Marco Polo ค่ะ เป็นชาที่มีกลิ่นหอมของดอกไม้จากจีนและธิเบต เสิร์ฟมาในกาขนาดใหญ่พร้อมถ้วยที่อุ่นมาให้ร้อนทั่วถึงกันทั้งถ้วย แสดงให้เห็นถึงความพิถีพิถันของทางร้านที่น่าประทับใจมากๆ ● Hot Americano (ราคา 90 บาท) – ที่นี่ใช้กาแฟของอิตาลี ซึ่งคุณ Joseph แกบอกว่าก็เจ็บใจอยู่หรอก แต่เรื่องกาแฟนี่อิตาลีเค้าเลิศกว่าฝรั่งเศสจริงๆ (ทีเครปยังใช้ Swiss Cheese ...จะมาเจ็บใจอะไรกับกาแฟคะ? ..5555) ขอบอกเลยว่าแก้วนี้ฟินมากมายเกินราคาไปถึงไหนๆค่ะ กาแฟร้อนหอมกรุ่นแบบต้องขอสูดกลิ่นลึกๆให้ชื่นใจก่อนจิบ crema สีทองสวย body กำลังดี เข้ม ไม่เหนียวคอ ไม่ขม ไม่เปรี้ยวฝาด ดีงามไม่มีอะไรจะติจริงๆ ● Apple Cider – แม้ว่าพอเอ่ยถึงประเทศฝรั่งเศสแล้วเรามักจะนึกถึงแต่ไวน์และแชมเปญ แต่ถ้าเป็นที่ Brittany ล่ะก็ ต้องยกให้ Apple Cider เป็นพระเอกค่ะ เพราะเป็นแคว้นหนึ่งที่ปลูกแอ๊ปเปิ้ลได้ดี จะเอามากินก็อร่อย จะเอามาหมักทำ Apple Cider ไปจนถึงเหล้า Calvados เลยก็ยังได้ และมีการนำ Apple Cider มา pairing กับอาหารเช่นเดียวกับไวน์เลยทีเดียว โดย Apple Cider ที่ทางร้านนำเข้ามาจะเป็นของ Kerisac มีทั้งแบบ Brut (แอลกอฮอล์ 5%) ที่เหมาะกับการดื่มแกล้มอาหาร และแบบ Doux (แอลกอฮอล์ 2.5%) ที่เข้ากันได้ดีกับขนมหวานค่ะ ตัวที่คุณ Joseph เปิดให้เราได้ชิมกันนั้นเป็นแบบ Doux ได้รสของน้ำแอ็ปเปิ้ลค่อนข้างชัดเพราะแอลกอฮอล์อ่อนมาก และค่อนข้างหวานทีเดียวค่ะ สำหรับเราลองแล้วชอบแบบจิบเปล่าๆมากกว่าจะไปแกล้มกับขนมนะ เพราะถ้าพูดถึงเครื่องดื่มที่คู่กับขนมแล้ว ยังไงเราก็ยังรักกาแฟร้อนเข้มๆของทางร้านมากกว่าอยู่ดีนั่นเอง ****-ทำเลที่ตั้ง / ข้อมูลพื้นฐาน-**** ร้านอยู่ชั้น G ของสยามพารากอน โซน The Gourmet Garden ใกล้ลิฟต์ฝั่ง North ตัวร้านมี 2 ชั้น ถ้าต้องการความเป็นส่วนตัวหน่อยแนะนำเลือกนั่งชั้นบนค่ะ เปิดบริการ : 10.00 – 22.00 น. สำรองที่นั่ง : 02-129-4844 ****-Promotion-**** ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ 11.00 – 14.00 น. ทางร้านจะมี Set Menu 4 courses ราคา 490 ++ บาท ด้วย คุ้มสุดๆค่ะ ใครอยากลอง Breton Crêpe และอาหารฝรั่งเศสโฮมเมดสไตล์ Comfort food ทำสดใหม่จานต่อจาน ราคาจับต้องได้ ก็แวะมาได้เลยค่ะ... อ่านต่อ
48 Likes0 Comment
photo