- หน้าแรก
/
- รูป Le Du


Wild Mushroom
อาหารไทยสไตล์โมเดิร์น ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารไทยแบบต้นตำรับร้าน Le Du ร้านอาหารสไตล์ Modern Thai Cuisine ตัังอยู่แถวช่องนนทรี หรือ เข้าทางสีลม ซ.7 ก็ได้เหมือนกัน แต่แนะนำว่ามาด้วย BTS ลงช่องนนทรี จะสะดวกที่สุด เดินมาจากสถานี BTS ไม่ไกลนัก บรรยากาศของร้านตกแต่งแบบสบายๆ ที่แฝงไว้ด้วยความสวยงาม สามารถนั่งชิลกันได้ยาวๆ ยิ่งถ้านั่งโต๊ะใกล้กับครัว สามารถมองเห็นขั้นตอนการปรุงอาหารของเชฟได้แบบใกล้ชิดอีกด้วย เพราะที่นี่เป็นครัวแบบ Open Kitchen โดยเมนูอาหารของที่นี่จะเปลี่ยนทุกๆ 2-3 เดือนตามฤดูกาล ซึ่งเป็นที่มาของชื่อร้านคือ Le Du หรือ ฤดู นั่นเอง
ในส่วนของอาหารก็ให้บริการในแบบสไตล์ Modern Thai Cusine ที่แต่ละเมนูก็จะได้รับแรงบันดาลใจมาจากอาหารไทยต้นตำรับอีกทีนึง เน้นการตกแต่งหน้าตาอาหารให้สวยงาม พร้อมเอาเทคนิคจากต่างประเทศมาผสมผสาน ให้หน้าตาของอาหารไทยแต่ละชนิดแต่ดูสวยงามและแปลกตาไป แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ยังคงไว้ซึ่งรสชาติแบบดั้งเดิมอยู่นั่นเอง เมื่ออาหารมาเสิร์ฟ ในตอนแรกเราจะเดาไม่ออกว่านี่คืออะไร แต่เมื่อได้ลองทานไป เราก็จะรู้ทันที
ได้เวลาเริ่มต้นมื้ออาหารสุดพิเศษกันแล้วล่ะ
*"Phu Lae" Pineapple (300 บาท)
เริ่มต้นด้วย Appetizer แบบไทยๆ จานนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารไทยสูตรโบราณอย่าง "ม้าห้อ" กับสัปปะรดภูแลลูกเล็กหวานฉ่ำ เสิร์ฟพร้อมกุ้งแห้ง, หมู และ ถั่ว แถมยังเพิ่มความเย็นชื่นใจด้วยผงมิ้นท์ ไม่น่าเชื่อว่าของคาวกับของหวานอย่างสัปปะรด เมื่อนำมารวมอยู่ในจานเดียวกัน จะเข้ากันได้อย่างลงตัวสุดๆ
*Thai Style Pate (300 บาท)
จานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก "ถุงทอง" แต่คราวนี้ไม่ได้มาในรูปแบบถุง แต่ยังคงไว้ซึ่งวัตถุดิบอย่างแป้งกรอบ ราดด้วยซอสหวาน ก่อนจะเพิ่มรสชาติความเข้มข้นด้วยซอสศรีราชาเป็นการปิดท้าย
*Wild Mushroom (400 บาท)
จานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก "แกงอ่อม" โดยใช้เห็ดสดๆ จากภาคอีสาน พร้อมด้วยน้ำเต้า และ เนื้อปลา ก่อนจะเพิ่มความแปลกใหม่ด้วยการใส่เบคอนกรอบ และ ตอกไข่ไก่ลงไปเป็นการปิดท้าย โดยจานนี้จะเสิร์ฟคู่กับขนมปัง วิธีการทานก็คือ ให้คลุกส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากัน แล้วนำขนมปังมาจิ้ม หรือ ทานคู่กับขนมปัง ทุกสิ่งทุกอย่างจะเข้ากันอย่างเหลือเชื่อ
*ฺBlue Swimming Crab & Black Truffle (500 บาท)
จานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก "ชายสี่หมี่เกี๊ยว" กับเกี๊ยวปูในซุปหอมหวานกลมกล่อม เสิร์ฟในพอร์ชั่นเล็กๆ น่ารัก เพิ่มกิมมิคด้วยเกี๊ยวกรอบที่ขอบจาน
*Dark Soy Chicken (420 บาท)
จานนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก "ไก่ห่อใบเตย" แต่คราวนี้เราไม่ต้องเสียเวลาในการมาแกะห่อใบเตย เพราะไก่เนื้อนุ่ม 2 ชิ้นจะเสิร์ฟกันมาแบบโต้งๆ พร้อมกลิ่นหอมยั่วยวนใจ โดยภายในจานยังมี แตงกวา, หอมเจียว, และซอสใบเตยกับซอสพริกสีฟ้า ที่หยดมาในจานอย่างสวยงามสุดๆ ให้เราจิ้มกับไก่เพื่อเพิ่มรสชาติ
*Coconut Charcoal Cheesecake (270 บาท)
ปิดท้ายมื้อนี้กันกับเมนูของหวานที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก "ขนมเปียกปูน" จนดัดแปลงมาเป็นชีสเค้กเปียกปูนสีดำเนื้อนุ่มละมุนลิ้น เพิ่มความหวานด้วยซอสลาวาสีดำบนตัวชีสเค้ก ก่อนจะหยดซอสเลมอนลงมาในจานอย่างสวยงาม เพื่อเพิ่มความเปรี้ยว และ ไม่ให้ขนมหวานจานนี้เลี่ยนจนเกินไป และปิดท้ายด้วยความเย็นกับไอศครีมมะพร้าวโฮมเมดและข้าวพองแสนกรุบกรอบ
สำหรับราคาอาหารที่เราใส่มาให้ข้างบนนั้นจะเป็นราคาสำหรับจาน A La Carte แต่ถ้าใครไม่อยากทานแบบนี้ ทางร้านก็มีให้สั่งแบบเป็น 4-Course อาหาร 4 จาน รวมของหวานในราคา 990 บาท แต่ต้องหมายเหตุกันไว้ก่อนว่า อาหารบางตัวที่มีความพิเศษ ถ้าเราสั่งก็ต้องบวกเงินจาก 990 บาทไปอีก ยกตัวอย่างเช่น ถ้า 1 ใน 4 จาน เราสั่งของหวานเป็นชีสเค้กเปียกปูน ก็ต้องบวกเพิ่มเงินอีก 120 บาท จากราคารวม 4 คอร์ส 990 บาท ก็จะรวมออกมาเป็น 1110 บาท ยังไงรายละเอียดเพิ่มเติม ลองสอบถามกับทางร้านดูอีกทีก็ได้ครับ อธิบายแบบนี้อาจจะงง
แต่ในภาพรวม เมื่อทานเสร็จก็ต้องขอบอกว่า อาหารแต่ละจานหน้าตาสวยงามมากเลยทีเดียว เห็นถึงความตั้งใจและความพิถีพิถันของเชฟในการรังสรรค์อาหารแต่ละจานให้ออกมามีสีสันและความแปลกใหม่ ให้ทุกจานดูน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น
12 Likes0 Comment


