- หน้าแรก
/
- รูป ร้านแคบหมูแม่แช่ม สาขา ตลาดต้นลำไย


แคบหมูหลากหลายไซส์จ๊ะ
แคปหมูในตำนาน ที่ยาวนานมากว่า 40ปี การันตีด้วยรางวัล ทานกันมันส์ๆหยุดไม่ได้ #ทัวร์นรกสายแข็งที่เชียงใหม่ ร้าน No.26<<ทางลัดสู่จุดรวมพล>>
หลังตลาดดอกไม้ ข้างน้ำปิง ในซอยศาลเจ้าปุงเถากง ข้างตลาดต้นลำไย อยู่ตรงปากทางเข้า ฝั่งลานจอดมอเตอร์ไซด์จ๊ะ
<<ผู้กองบรรยายภารกิจก่อนปฎิบัติการ>>
GB และทีมงานแวะมาซื้อของฝากแถวตลาดวโรรสหรือกาดหลวงกันต่อครับ เราเดินเลี้ยวเลาะเงาะเฟี้ยวมาแถวๆตลาดลำไย หลังตลาดดอกไม้ ในซอยศาลเจ้าปุงเถากงที่ค่อนข้างลึกลับพอสมควรครับ เพื่อมายังร้านขายของฝากประเภทอาหารเหนือ ที่แบรนด์โด่งดังร้านนึงของประเทศ ผมเชื่อว่าหลายๆคนเองไม่เว้นแม้แต่คนพื้นเมืองและคนกรุงเทพย่อมเคยเห็นหรือได้ลิ้มลองกันบ้าง แต่ที่แน่ๆผมมั่นใจว่าหลายๆคนไม่รู้หรอกว่าหน้าร้านจริงๆของร้าน ซึ่งเป็นคนของทางร้านแท้ๆมาขายอยู่ที่ไหน 555+ ผมเองได้เจ้าถิ่นตัวฉกาจนำพามาได้พบกับร้าน แม่แช่ม ดูเป็นร้านแผงลอยธรรมดาๆ เหมือนร้านขายแคปหมูและอาหารเหนือที่เป็นของฝากโดยทั่วๆไป แต่ใครจะรู้ว่าจริงๆแล้วเป็นบางที ลูกสาวของคุณแม่แช่มจะมาขายเองกันเลยทีเดียวเชียว เลยพาลที่จะแอบสอบถามความเป็นมาโดยสังเขปและความพิเศษที่ทำให้อร่อยและโด่งดังมายาวนานเสียมิได้
เริ่มต้นจากความเรียบง่ายโดยคุณแม่สุนา (แม่แช่ม) ต้องการหารายได้เพิ่มเติม เพื่อพอจุนเจือครอบครัว เพราะต้องเลี้ยงลูกถึง 8 คน จึงได้ให้ลูกๆไปหัดทำแคบหมูกับญาติในหมู่บ้านเมื่อประมาณปี 2518 เร่ขายกันเรื่อยๆมาเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือน จนมีการปรับปรุงสูตรจนได้มาเริ่มขายใน ตลาดเชียงใหม่ หลังจากนั้นได้รับรางวัลชนะเลิศจากการเข้าประกวดที่กาดประตูท่าแพ ในปี 2536 และ 2539 ครับ แคบหมูแม่แช่มมาโด่งดังสุดขีดจากการที่แม่บ้านมหาวิทยาลัยแม่โจ้ นำถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และเป็นที่โปรดปราน จนมีคณะติดตามและหลายๆคนเริ่มมาซื้อที่บ้านมากขึ้นครับ ส่วนที่มาของชื่อ แม่แช่ม ได้มาจากลูกคนเล็กที่มักเห็นคุณแม่เสนา เป็นคนขี้บ่นมาก จึงเปลี่ยนเป็นชื่อนี้ และทำให้ชื่อแบรนด์สั้นและจำง่ายอีกด้วยครับ
ความพิเศษของแบรนด์นี้ หลักๆคงเป็นการคัดเลือกใช้หนังหมูอย่างดี ใช้เตาไฟฟ้าและน้ำมันใหม่ทอดเสมอ จากนั้นนำน้ำมันเก่าไปผลิตไบโอดีเซล ตามโครงการพระราชดำริ อีกทั้งยังเป็นเจ้าแรกที่ทำแคปหมูแบบเบบี้พอดีคำด้วยครับ ในร้านมีโปรดักมากมายเลยครับ ทั้งน้ำพริกหนุ่มและใส้อั่ว ส่วนแคปหมูสุดฮิตนั้น มีหลายไซส์หลายประเภทครับ ทั้งแบบฝอย แบบเบบี้ แบบไร้มัน แบบปรุงรส ขายแบบขนาดเป็นถุงเล็กๆขนาด 100 กรัม ไปจนถึงยกกิโลครับ ราคาตั้งแต่ถุงละ 25 บาท ฟาดไปถึงกิโลละ 400 กว่าก็มีจ๊ะ เรายกพลกันไปเหมาหลายถุง จึงแอบต่อรองได้เบาๆ 555+ ว่าแล้ว...ไปโจมตีกันเถอะ
<<เป้าหมายที่เข้าโจมตี>>
- แคปหมูฝอย ( 50 บาท) 💀💀💀💀💀: สุดยอดไซส์ สุดโปรดของผมเลย 555+ แคปหมูฝอยขนาดครึ่งเซ็นติเมตร หยิกหยอง สีน้ำตาลเข้มๆนิด เหลืองสวยดี ยาวบ้างสั้นบ้าง ยัดถุงมาเต็มถุงดีมากๆ จัดมาสบายๆ 18 ถุงเอง 55555+ อร่อยจัด หยุดไม่ได้ครับ 😄😄😄
<<แบ่งรางวัลค่าหัวที่ไล่ล่ามา>>
>รสชาติ – 5/5 : กินเพลินเกินห้ามใจจริงๆ จะกินเปล่าหรือแกล้มน้ำพริก จิ้มน้ำปลา จิ้มกะปิ โอ้ย...มันเพลินระรื่นซะนี่กระไร เผลอไม่ได้มอง แป๊บเดียวหมดถุง 555+ รสออกเค็มเบาๆ แต่กินแล้วไม่หิวน้ำ รสสัมผัสเยี่ยม กรอบดีจริงๆ วัตถุดิบดี หน้าตาน่าทาน ไม่มัน ไม่เหม็นหืน เยี่ยมมากเค๊อะ
>ราคา – 5/5 : ย้ายสำเนาทะเบียนบ้าน เข้าไปอยู่ด้วยได้ไหมเค๊อะ ราคาอาจดูสูงกว่าร้านอื่นๆโดยทั่วไปในโปรดักท์ประเภทเดียวกัน แต่หากเทียบด้วยคุณภาพกันแล้ว ยังเหนืออย่างเห็นและสัมผัสได้ชัดเจนมากๆ ปริมาณเหมาะสมและคุ้มค่า หรืออาจเป็นเพราะความฟินมันบดบังตา 555+
>บรรยากาศ – 3.5/5 : ร้านค่อนข้างแคบนิดนึง ตามลักษณะของแผงที่อยู่ในตลาด ดีที่ร้านอยู่ด้านหัวมุมทางเข้าโซนตลาดจึงค่อนข้างเข้าออกได้ง่ายดี ไม่ต้องเข้าไปลึก แต่ระหว่างที่ทีมงานกำลังซื้ออยู่ ต้องระวังมอเตอร์ไซด์ลุงแถวนั้นหน่อยนึง แกเล่นขี่ในทางตลาดกันเฉยเลย 555+ อากาศไม่ร้อนถ่ายเทพอได้ อับชิ้นมีบ้าง ซื้อกลับไปทานที่บ้านอย่างเดียวจ๊ะ จัดของเป็นระเบียบร้อยดี หาของง่าย ราคาชัดเจน ความสะอาดปานกลางครับ
>บริการ – 5/5 : ความเป็นกันเองของคุณป้า ที่พูดคุยกันอย่างเป็นมิตร ยิ้มแย้มแจ่มใส ต้อนรับเราอย่างกะลูก กล่าวสวัสดีและพูดจาสุภาพเรียบร้อย ให้คำแนะนำดีจ๊ะ ที่สำคัญลดราคาให้เราด้วย 55555+ การตระเตรียมถือว่ารวดเร็วดี สถานที่จอดรถ ไม่เหมาะสำหรับรถใหญ่เลย เดินเท้,แมงกะไซและสองแถวแดงดูตอบโจทย์ที่สุดจ๊ะ
<<ท่านนายพลสดุดีประดับยศ>>
การบุกขึ้นเหนือครั้งนี้ ได้ของดีจริงๆ ฟหาดไนนเฟไกนเดฟำจ (รีวิวไป...กินไป... ขออภัย มือมันเลยพิมพ์ ไม่ค่อยสะดวก 55555+)
31 Likes0 Comment


