- หน้าแรก
/
- BREAD ร้าน Sr.fado

สัมผัสประสบการณ์ทานอาหารแบบ Dine with Locals พร้อมชมโชว์ Fado ได้ที่นี่สำหรับการเดินทางไปยังต่างถิ่นต่างแดนนั้น บางครั้งการได้ไปสัมผัสวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของแต่ละที่ก็น่าสนใจพอๆกับการแวะชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆเลยล่ะค่ะ คนที่ไปเที่ยวสเปนควรหาโอกาสชม Flamenco Dance ให้ได้ฉันท์ใด คนที่ไปเยือนโปรตุเกสก็ควรต้องไปชมการขับขานดนตรี Fado ให้ได้ฉันท์นั้น เพราะถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญจนได้รับการแนะนำไว้ใน UNESCO’s World’s Intangible Cultural Heritage list เลยทีเดียว
การจะหาชม Fado นั้นมีตัวเลือกหลายรูปแบบ ทั้ง Fado House ที่เปิดการแสดงเป็นรอบ รอบละราวๆ1-2 ชั่วโมง ทั้งร้านอาหารที่จัดการแสดง Fado ให้ได้ทานอาหารจิบเครื่องดื่มแกล้มดนตรี บางร้านก็ถึงกับจ้างนักร้อง Fado มืออาชีพชื่อดังๆกันมาเลย ส่วนบางร้านก็จัดแบบ Casual ให้เหล่าลูกค้าท้องถิ่นมาร่วมแจมร่วมร้องกัน สนุกไปอีกแบบ บางร้านนั้นเจ้าของร้านเป็นนักร้อง Fado มาเปิดร้านเองก็มี เลือกจัดกันได้ตามสะดวกค่ะ โดยย่านหลักๆที่คนนิยมไปชม Fado ในเมือง Lisbon กันนั้นคือย่าน Alfama ถึงขนาดว่าถ้าใครไปเดินแถวนั้นช่วงเย็นๆค่ำๆเป็นต้องได้ยินเสียงขับร้อง Fado ลอยมาจากทุกตรอกทุกซอยเลยล่ะ
Sr. Fado หรือที่มีชื่อเต็มว่า Sr.Fado de Alfama นี้ก็เป็นอีกหนึ่งร้านในย่าน Alfama ดีกรีความโด่งดังถือว่าไม่ธรรมดา ทั้งได้รับการแนะนำไว้ใน Lonely Planet ทั้งได้รางวัล Certificate of Excellence จาก Tripadvisor จุดเด่นของที่นี่คือการสร้างประสบการณ์เสมือนได้ไปทานอาหารที่บ้านเพื่อนชาวโปรตุเกส ได้ร่วมสังสรรค์ ทานอาหารโฮมเมดฝีมือเจ้าบ้านและร่วมฟังร่วมร้อง Fado แบบเดียวกับที่คนท้องถิ่นปฏิบัติกันบ่อยๆหลังเลิกงานจริงๆ เป็นทั้งร้านอาหารและ Fado House ที่จัดขึ้นในบ้านของ Ana Marina ผู้ทำหน้าที่เป็นทั้งแม่ครัวและนักร้อง ร่วมกับสามีคือ Duarte Santos ซึ่งเล่น Portuguese Guitar โดยมีลูกสาวมาช่วยเสิร์ฟและร่วมร้อง รวมถึงมีเพื่อนบ้านมาร่วมแจมด้วย ฟังดูช่างน่าสนใจเอามากๆจนไม่แปลกใจที่เรตติ้งร้านจะพุ่งกระฉูดแบบต้องจองล่วงหน้ากันนานๆเชียวล่ะค่ะ
****-การจอง-****
การจะมาที่นี่ต้องจองเท่านั้น เพราะสถานที่นั้นเล็กมาก ถ้าคิดจะ Walk in บอกเลยว่าอดแน่ๆ สามารถจองได้ทางเว็บไซต์ของร้าน https://www.sr-fado.com/ โดยเมื่อทำการจองวันที่ต้องการได้แล้ว ทางร้านจะให้โอนเงินให้ก่อนด้วย เป็นค่าอาหารเซ็ตหลักที่รวมเครื่องดื่มและการแสดงไว้ครบแล้ว ตอนที่ไปนั้นราคาอยู่ที่คนละ 45 ยูโร ถือว่าดุเดือดไม่เบา ส่วนใครอยากสั่งเมนูอื่นๆเพิ่มเติมก็มีเมนูทานเล่นพวกกับแกล้มให้บ้าง ไปสั่งและจ่ายเพิ่มเอาที่ร้านได้เลย
****-ประสบการณ์ที่ได้รับ-****
ไล่ตามช่วงเวลาประมาณนี้เลยค่ะ
19.00 - เรามาถึงร้านก่อนเวลานัดนิดหน่อยเผื่อจะได้เลือกโต๊ะ แต่ดูเหมือนทางร้านจะจัดโต๊ะตามจำนวนแขกที่จองไว้อยู่แล้ว ซึ่งโต๊ะที่เป็นกรุ๊ปใหญ่สุด มากันหลายคน ก็จะได้รับการจัดให้นั่งแถวหน้า ส่วนเราก็โดนให้ไปนั่งอยู่ริมๆหน่อย (ได้ชมการแสดงแบบเป็นภาพด้านข้างๆเอานะ) พอนั่งปุ๊บทางร้านจะมี Cheese& Cold Cuts พร้อมมะกอกดองและขนมปังวางไว้ที่โต๊ะ เสิร์ฟ Sangria มา 1 เหยือก ทานเล่นกันก่อนได้เลย ของที่คัดมาคุณภาพดีใช้ได้เลยทีเดียวค่ะ ในช่วงนี้ยังไม่มีการแสดงอะไร มีแต่คุณ Duarte ออกมาต้อนรับแขกที่เพิ่งมาถึงและพูดคุยทักทาย ส่วนลูกสาวก็เสิร์ฟอาหารและรับออร์เดอร์ เราแอบชะเง้อมองในครัวก็เห็นคุณ Ana Marina ในชุดแม่ครัวกำลังทำอาหารง่วนอยู่เลย
20.00 - อาหารจานหลักเริ่มมาเสิร์ฟ เป็น Cataplana de Peixe e Marisco (Seafood Cataplana) และ Cataplana de Porco A Sr.Fado (Pork Cataplana) - เห็นเมนูเขียนแยกเป็น 2 ชื่อแบบนี้ก็นึกว่าจะเสิร์ฟมา 2 ที่ ปรากฏว่าอันที่จริงแล้วคือเอาทั้งหมูและซีฟู้ดลงใน Cataplana อันเดียวกันให้มาทานแบบแชร์กัน ซึ่งก็เยอะจนเกินพอล่ะค่ะ
Cataplana นั้นเป็นภาชนะหุงต้มที่หน้าตาคล้ายกระทะมนๆเอามาประกบกัน ซีกล่างใช้ปรุงอาหาร ตั้งไฟ แล้วก็ปิดฝาด้านบนให้อาหารเดือดระอุอยู่ข้างใน (จะว่าไปแล้วก็เหมือนเป็นบรรพบุรุษของ Pressure cooker สมัยนี้เลย) อาหารที่ปรุงโดยใช้ Cataplana แบบนี้ก็เลยพลอยมีชื่อเรียกว่า Cataplana ไปด้วย สำหรับจานนี้ใส่มาทั้งเนื้อปลา Bacalhau, กุ้ง, Black Mussels, เนื้อหมู มะเขือเทศ พริกหยวก หอยเชลล์ ปรุงด้วยสมุนไพร มีน้ำซุปขลุกขลิกก้นหม้อ ชิมแล้วรสชาติยังไม่เข้มข้นเข้าเนื้อเท่าไหร่ แค่กลางๆพอทานได้นะคะ
21.00 - คุณ Ana Marina กลับเข้าไปแต่งหน้าและเปลี่ยนใส่ชุดสวย ระหว่างรอเราก็จิบกาแฟกันเพลินๆ คุณ Duarte กับเพื่อนก็เตรียมจัดพื้นที่ เตรียมเครื่องดนตรีกันไป
22.00 – และแล้วการแสดง Fado ก็เริ่มขึ้น ทั้งคุณ Ana Marina และลูกสาวสลับกันออกมาร้อง รวมถึงคุณ Duarte ด้วย โดยนอกจากจะร้องเพลงแล้ว ยังมีการเล่าความเป็นมาของดนตรี Fado จับใจความได้ว่าเนื้อร้องของเพลง Fado นั้นมาจากบทกวีหลายๆบทซึ่งคนโปรตุเกสจะรู้จักกันดีและจำได้ขึ้นใจ ส่วนดนตรีก็จะมีโครงสร้างหลักๆอยู่ แต่ไม่ได้กำหนดเนื้อร้องและทำนองที่ตายตัว จึงสามารถจับกวีบทหนึ่งๆไปเข้ากับดนตรีที่เลือกแล้ว improvise กันไปได้เป็นร้อยเป็นพันแบบเลย ระหว่างร้องนั้นเพื่อไม่ให้คนฟังอย่างเราๆเบื่อ คุณ Ana Marina ก็มีปล่อยมุขบ้าง ให้แขกร้องตามท่อนง่ายๆ ปรบมือตามจังหวะบ้าง สักพักก็มีเพื่อนบ้านเคาะประตูเข้ามาแจมร้องด้วย (ซึ่งก็นัดกันไว้นั่นล่ะค่ะ)
24.00 - การแสดงจบก็ร่ำลากัน คุณ Duarte ออกมาส่งแขกและเรียกแท็กซี่ให้พากลับโรงแรม
****-The Verdict-****
เพราะมีจุดขายที่การให้ประสบการณ์แบบ “Eat with Locals” การมาทานที่นี่จึงมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นเรื่องที่คาดเดาได้ เหมือนเหรียญที่มีสองด้านนั่นเอง
• รสชาติอาหาร - ฝีมือจะกลางๆ พอทานได้ คือวัตถุดิบคัดของดีพอสมราคา แต่เรื่องสกิลการทำอาหารก็ประมาณแม่บ้านทั่วๆไปที่พอมีฝีมือทำอาหารบ้าง ไม่ได้โดดเด่นแบบร้านที่มีเชฟมืออาชีพพ่วงด้วยลูกทีมเต็มครัวอะไรแบบนั้นนะ
• การแสดง Fado - เรื่องทักษะการร้อง ลูกเอื้อนลูกคอใช้ได้เลย อย่างคุณ Duarte ก็เห็นว่าเคยมีประสบการณ์เล่นเป็นอาชีพมาก่อนบ้าง แต่ถ้าเทียบกับร้านหรูๆที่จ้าง Fadistas ระดับ Celebrity มาร้อง ที่นี่ก็ยังไม่จริงจังขนาดนั้น แค่พอฟังเพลินๆ อารมณ์แบบไปปาร์ตี้บ้านเพื่อนแล้วเจ้าภาพร้องเพลงเก่งเลยร้องเอ็นเตอร์เทนแขกน่ะค่ะ ทางร้านมีอัดใส่ CD ขายด้วย ใครจะซื้อติดมือไปเป็นที่ระลึกก็ได้นะ
• ประสบการณ์ที่ได้ – คือมองในแง่หนึ่งมันก็ทำให้เห็นว่าวิถีชีวิตชาวโปรตุเกสเวลามาเฮฮาปาร์ตี้ล้อมวงโชว์ลูกคอร้อง Fado กันมันเป็นแบบนี้ มีการอธิบายเรื่องราวเกี่ยวกับเพลง Fado บ้างซึ่งก็ได้ความรู้ดี เป็นประสบการณ์แสนพิเศษที่ไม่เหมือน Fado House ที่อื่นๆเลย แต่ถ้าถามว่า Touristy มั๊ยก็ต้องบอกเลยว่ามาก เพราะมันก็คือการมาสร้างบทบาทสมมติจัดฉากแสดงให้นักท่องเที่ยวต่างชาติดูนั่นล่ะ ไม่แปลกใจที่ไม่เห็นมีลูกค้าคนโปรตุเกสเลยแม้แต่คนเดียวในร้าน
• เวลา – เพราะคุณ Ana Marina แกต้องทำเองทุกอย่างตั้งแต่ทำครัวจนถึงเปลี่ยนชุด แต่งหน้าแปลงกายเป็นนักร้อง Fado (ซึ่งก็เป็นความสมจริงอย่างหนึ่งของการสร้างประสบการณ์ “Eat with Locals” นะ) มื้อนี้ก็เลยต้องใช้เวลายาวนานมากถึง 5 ชั่วโมง และเลิกดึกถึงเที่ยงคืน ไม่เหมาะกับคนที่มีเวลาเที่ยวน้อยหรือเพลียมากๆ ส่วนตัวตอนแรกตั้งใจว่าพอทานเสร็จ ดูโชว์นิดหน่อยแล้วก็จะชิ่งขอกลับก่อนเพราะวันรุ่งขึ้นต้องตื่นเช้า แต่บรรยากาศมันสร้างมาแบบกันเอ๊งกันเองมากจนลุกกลับไม่ได้ เพราะจะดูเสียมารยาทมากมาย (แขกคนอื่นๆก็ไม่มีใครกลับก่อนกันเลย) ต้องอยู่จนจบค่ะ
โดยรวมก็เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจ และสัมผัสได้ว่าทั้งคุณ Ana Marina และคุณ Duarte นั้นตั้งอกตั้งใจต้อนรับแขกให้รู้สึกเสมือนเป็นคนรู้จักมาเยี่ยมเยียนกันจริงๆ แต่อาจจะไม่ได้ตอบโจทย์ที่สุดสำหรับเรา เพราะแอบรู้สึกเสียดายเวลาที่หมดไปกับมื้อนี้เยอะมากเกินควร ถ้าให้กลับไปเลือกใหม่เราอาจเลือกร้านใหญ่ๆที่มี Fadista และ chef มืออาชีพ สั่งอาหารตามเมนูและสามารถกำหนดเวลากลับเองได้น่าจะถูกจริตกว่า ยังไงก็ตามก็ยังยืนยันว่าคนที่มาเที่ยวลิสบอนควรต้องลองหาโอกาสชม Fado ดูสักครั้ง ส่วนจะเลือกร้านสไตล์ไหนก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนค่ะ
47 Likes0 Comment




