4.1
112 เรตติ้ง (95 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในวันอาทิตย์ เวลา 06:00
Eat On Earth
Hot Cappuccino (70 บาท)
ลิ้มรสอาหาร เค้กขนมหวานและเครื่องดื่ม พร้อมดูดดื่มธรรมชาติอันสวยงามรอบร้าน ช่างเป็นสวรรค์บนดินที่มีอยู่จริงที่นี่ครับร้าน Eat On Earth เป็นทั้งร้านอาหารและร้านคาเฟ่ในร้านเดียวกัน ที่ผมอยากจะไปสัมผัสและลิ้มลองรสชาติอาหารและเค้กมาตั้งนานแล้วครับ เพราะร้านนี้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักพอสมควร เป็นร้านอาหารอันดับต้นๆของเชียงใหม่ที่ใครมาเยือนเป็นอันต้องแวะไปสักครั้งหนึ่ง เป็นร้านอาหารที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งในเรื่องรูปร่างรสชาติของอาหารและเค้ก รวมถึงบรรยากาศร้านที่สวยงามที่รายล้อมไปด้วยสวนสนามหญ้า ต้นไม้ดอกไม้นานาพรรณ และเคยต้อนรับให้บริการบุคคลที่มีชื่อเสียงมากมายหลายท่านแล้วครับ แต่ผมก็ไม่ได้มีโอกาสได้ไปสักที มาวันนี้ได้รับรางวัลบัตรรับประทานอาหารของร้านนี้จากการรีวิวใน wongnai ครับ จึงขอใช้สิทธิดังกล่าวพร้อมทั้งกลับมารีวิวร้านนี้ให้ท่านที่สนใจกันสักหน่อยครับ และต้องขอขอบคุณ wongnai มา ณ ที่นี้ด้วยครับ สำหรับรางวัลนี้ที่ได้รับ ร้าน Eat On Earth ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลหนองจ๊อม อำเภอสันหราย จังหวัดเชียงใหม่ ร้านจะตั้งอยู่ในซอยซึ่งอาจจะหายากสักเล็กน้อยครับ เอาง่ายๆคือถ้ามาจากสี่แยกรวมโชคมีชัย(กาดรวมโชค) ให้เลี้ยวขวาไปทาง ม.พายัพ ขับรถไปสักเล็กน้อยราวๆ 200 เมตร ก็จะเจอหมู่บ้าน The Emperor 2 ซึ่งจะเจอซอยทางซ้ายที่อยู่ติดกับหมู่บ้านนั้น ให้เลี้ยวเข้าไปอีกราวๆ 1 กิโลเมตร ก็จะเจอร้านนี้อยู่ทางซ้ายมือครับ แต่ถ้าหากมาไม่ถูก หาร้านไม่เจอ ก็สามารถสอบถามเส้นทางหรือสำรองที่นั่งได้ที่เบอร์ 093-132-7222 ได้เลยครับ ร้านนี้เปิดบริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์จะปิดให้บริการ โดยตั้งแต่ 10:30 - 21:00 น. ในส่วนของที่จอดรถนั้นทางร้านมีที่จอดรถบริการทั้งบริการหน้าร้านและลานจอดข้างๆร้าน ซึ่งสามารถจอดได้หลายสิบคันเลยครับ บรรยากาศของร้านนี้นั้น ขอบอกเลยว่าสุดยอดมากเลยครับ ตัวร้านมองจากด้านนอกใหญ่โตและกว้างขวางพอสมควร ซึ่งตัวร้านจะเป็นในแบบสไตล์โมเดิร์น ที่เน้นผนังร้านเป็นกระจกและปูนเปลือยบ้าง หน้าจั่วยกสูง พร้อมตกแต่งภายในอย่างสวยงามมากเลยครับ ข้างๆร้านก็จะมีสนามหญ้า และสวนดอกไม้ต้นไม้นานาพรรณ บรรยากาศดูร่มรื่นมองดูแล้วเย็นสบายตาน่านั่งเป็นที่สุดครับ ร้านนี้มีโต๊ะที่นั่งทั้งแบบ indoor และ outdoor ครับ ในส่วนของ indoor นั้น จะอยู่ภายในตัวร้าน มีแอร์เปิดเย็นสบาย มีโต๊ะที่นั่งมากราวๆ 10 กว่าโต๊ะเลยครับ และในส่วนของ outdoor นั้น จะอยู่บริเวณระเบียงและสวนข้างๆร้าน มีโต๊ะที่นั่งมากราวๆ 10 กว่าโต๊ะเช่นกัน สามารถดูดดื่มบรรยากาศธรรมชาติที่รายล้อมรอบร้านตามที่ได้กล่าวไปในข้างต้นได้อย่างเต็มที่ พร้อมกันนี้ทางร้านยังมีดนตรีที่บรรเลงเล่นกันสดๆจากวงดนตรีให้ได้ฟังกันอีกด้วย โดยจะเริ่มเล่นในเวลา 13.00-17.00 และ 18.30-20.30 น. ของทุกวันครับ เรียกได้ว่าเพลินเพลิดไปกับการรับประทานอาหารและดูดดื่มธรรมชาติ พร้อมกับฟังเพลงเพราะๆจากทางร้านได้อย่างเต็มอิ่มเลยทีเดียวครับ มาดูทางฝั่งรายการอาหารของร้านบ้างนะครับ ร้านนี้ขึ้นชื่อในส่วนของอาหารต่างๆมากมายทั้งอาหารไทยและยุโรป เช่น สเต็ก ขาหมูเยอรมัน หรือน้ำตกปลากะพง เป็นต้น แต่ผมสั่งเฉพาะเค้กและเครื่องดื่มมาทาน ไม่ได้สั่งอาหารมาลิ้มลองรสชาติครับ เนื่องจากตอนนั้นรับประทานอาหารเที่ยงกันมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอเมนูขนมหวานและเครื่องดื่มมาตบท้ายล้างปากกันสักหน่อยนะครับ โดยเมนูต่างๆที่ผมสั่งก็มีดังต่อไปนี้ 1. Black Forest Cake (105 บาท) เป็นเนื้อเค้กชิฟฟ่อนแสนนุ่มรสช็อคโกแลต ผสมผสานกันเนื้อครีมแสนละมุนรสช็อกโกแลตและเนื้อเชอร์รี่เพิ่มเนื้อสัมผัส แล้วตกแต่งด้านบนด้วยเชอร์รี่ชุปช็อกโกแลตและช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆอย่างสวยงามน่าทาน ทั้งตัวเค้กและจานที่ตกแต่งด้วยช็อกโกแลตซอสเลยครับ รสชาตินั้นอร่อยมากเลยทีเดียว เข้มข้นด้วยช็อกโกแลตมากๆ แถมยังหอมกลิ่นช็อกโกแลตด้วยครับ 2. Raspberry Green Tea Tiramisu (105 บาท) เป็นมูสเค้กเนื้อเนียนสีเขียวอ่อนๆรสชาเขียว มีเนื้อเค้กชิฟฟ่อนชาเขียวเป็นฐาน พร้อมสอดแทรกด้วยราสเบอร์รี่ซอสตรงกลาง ตกแต่งด้านบนด้วยสตรอเบอร์รี่สดและช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ บนจานก็จะมีวิปปิ้งครีม มาร์ชเมลโล่ และสตรอเบอร์รี่ซอสตกแต่งมาด้วย รสชาติของตัวเค้กนั้นอร่อยใช้ได้ครับ แต่กลิ่นและรสชาติของชาเขียวนั้นยังไม่ค่อยเด่นเท่าที่ควร ส่วนราสเบอร์รี่ซอสนั้นเปรี้ยวๆหวานๆเข้ากับตัวเค้กได้อย่างลงตัวครับ 3. Pavlova (85 บาท) ตัวเค้กเป็นเมอแรงค์ที่ทำจากไข่ขาวกับน้ำตาลที่ตีให้ขึ้นฟูแล้วอบให้จนได้ที่ โปะด้านบนด้วยวิปปิ้งครีมแล้ววางผลไม้สดต่างๆทั้งสตรอเบร์รี่ บลูเบอร์รี่ กีวีและส้มโอเชี่ยน สีสันและหน้าตาน่าทานมากเลยครับ ตัวเค้กที่ทำจากเมอแรงค์นั้นจะเหนียวและหวาน พอทานพร้อมกับผลไม้สดที่มีซึ่งรสชาติจะออกเปรี้ยวเล็กๆก็จะตัดกันพอดีเลยครับ เป็นเค้กที่อร่อยอีกชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว 4. Eat on Earth Frappe (85 บาท) เป็นกาแฟซิกเนเจอร์ของร้านซึ่งสั่งแบบปั่นมาครับ เสิร์ฟมาในแก้วพลาสติกของร้าน ซึ่งส่วนตัวผมคิดว่าน่าจะใช้แก้วจริงๆเลยน่าจะดูดีสวยงามกว่าครับ เพราะนั่งทานที่ร้าน ส่วนรสชาติของกาแฟนั้นเข้มข้นใช้ได้เลยครับ 5. Hot Cappuccino (70 บาท) เป็นกาแฟคาปูชิโน่ร้อน เสิร์ฟมาในแก้วรูปทรงเก๋ไก๋สวยงามดีครับ พร้อมขนมปังกรอบ 2 ชิ้นไว้ทานคู่กาแฟ และมีลวดลายลาเต้อาร์ตเป็นรูปหัวใจเบาๆ สวยงามใช้ได้ถึงแม้ว่าลวดลายยังไม่เด่นชัดนัก รสชาติของกาแฟนั้นก็เข้มข้นใช้ได้เหมือนแบบปั่นหรือเย็นเลยครับ โดยภาพรวมแล้วผมประทับใจในเรื่องบรรยากาศของร้านมากเลยครับ ช่างเป็นร้านที่บรรยากาศสวยสุดๆร้านหนึ่งเลยทีเดียว มากไปกว่านั้นก็คือมีดนตรีที่บรรเลงเล่นกันสดๆจากวงดนตรีให้ได้ฟังกันอีกด้วย ทำให้เพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหาร เค้กหรือเครื่องดื่มได้มากจริงๆ อีกทั้งยังมีการบริการที่ดีเยี่ยม เป็นกันเอง และรวดเร็วดีครับ ซึ่งผมก็ชอบในส่วนของการบริการของร้านนี้มากเช่นกัน และในเรื่องของอาหารนั้นดูดีน่าทานทุกเมนูและรสชาติก็อร่อยมากเลยทีเดียวครับ หากใครที่ยังไม่เคยไปร้านนี้ ผมคิดว่าร้านนี้ควรคู่แก่การไปสัมผัสสักครั้งครับ เพราะท่านจะได้พบกับสวรรค์ของคนรักการทานและธรรมชาติอันสวยงามบนดินที่มีอยู่จริงที่นี่ครับ การประเมินคะแนนในแต่ละด้าน ความอร่อยและน่าทาน : 10/10 ความสะอาดและคุณภาพ : 10/10 การบริการและเอาใจใส่ลูกค้า : 9/10 ราคาและความคุ้มค่า : 7/10 ภาพรวม : 9/10... อ่านต่อ
40 Likes0 Comment
photo