3.9
52 เรตติ้ง (39 รีวิว)
เปิดอยู่จนถึง 22:30
Vivarium By Chefs Ministry คลองเตย
ข้าวตังหน้าตั้งหน้าไข่หอยเม่น
เมื่อเชฟกระทะเหล็กสองคนมาโคจรเจอกัน เกิดเป็นร้านฟิวชั่นไทย-ญี่ปุ่นสุดเลิศหรู จำลองสวนพฤกษศาสตร์ในห้องกระจกผมขอเกริ่นข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับร้านนี้ก่อนมาว่ากันเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆต่อไปครับ “Vivarium by Chefs Ministry” หรือ “วิวาเรียม” เป็น project ร้านอาหารที่เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานของเชฟอาหารไทยชื่อดัง “เชฟชุมพล แจ้งไพร” แห่ง “Siam Wisdom @ซอยสวัสดี สุขุมวิท 31” ที่จับมือกันกับเชฟอาหารญี่ปุ่นชื่อดัง “เชฟบุญธรรม ภาคโพธิ์” แห่งร้าน “Honmono” มาเปิดร้านอาหารสุดเซอร์ไพรส์ที่นำเสนออาหารไทยแท้ซึ่งถูกนำมาจับคู่กับวัตถุดิบพรีเมี่ยมอาหารญี่ปุ่น เช่น ก้อยปลาโอโทโร่, เขียวหวานพริกขี้หนูสดเนื้อโกเบ หรือข้าวตังหน้าตั้งหน้าไข่หอยเม่น ร้านนี้ถือว่าเป็นร้านหนึ่งที่เข้าร่วม campaign ที่ชื่อ Bangkok Restaurant Week 2015 ที่ทางวงในจัด ซึ่งได้จบลงไปแล้ว แต่ว่าร้านนี้ก็ยังคงขยายดีลพิเศษให้เราสามารถหาซื้อได้ผ่านทางเมนู Marketplace ของทางวงในอยู่ตอนนี้ด้วยครับ ชื่อว่า “ชุดมื้อเย็น ปลาหิมะ ฿699” เนื่องจากผมเล็งๆร้านนี้ไว้นานแล้วตั้งแต่เค้าเริ่มเปิดตัวร้านใหม่ๆ พอดีทางวงในจัดดีลพิเศษนี้เลยตัดสินใจซื้อมาใช้บริการที่ร้านกันเลยครับ [ที่ตั้งร้าน:] ใน Info ของร้านนี้จะมีระบุไว้ว่าอยู่ใน Portrait Condo พระราม 4 แต่จริงๆแล้วทางเข้าร้านไม่ได้เข้าทางเดียวกับประตูหลักของคอนโดชื่อนี้นะครับ วิธีเดินทางมาร้านนี้ส่วนใหญ่ถ้ามาจากในเมืองก็ใช้เส้นถนนพระราม 4 ฝั่งที่วิ่งจากสี่แยกตรงศูนย์ประชุมสิริกิติ์ตรงมาเรื่อยๆผ่านหน้าอาคารมาลีนนท์ (ช่อง 3) เลยมาอีกเรื่อยๆผ่านซอยแสนสบาย (ที่ทะลุไปออกสุขุมวิทได้ตรงซอย 36) แล้วชะลอชิดซ้ายไว้ครับ สังเกตป้ายบนหัวฝั่งซ้ายหน้าปากซอยที่เขียนว่า “ศาลเจ้าพ่อกวนอู” ให้เลี้ยวเข้ามาเลยครับ (ถ้าวิ่งมาจนเจอสี่แยกม.กรุงเทพ แปลว่าเลยแล้วครับ ต้องวนกลับมา) ตรงมาอีกนิดเดียวประมาณ 100 เมตร ก็เจอร้านนี้ตั้งตระหง่านเห็นชัดเจนตรงหัวมุมทางโค้ง เอารถจอดเทียบบริเวณลานด้านหน้าร้านได้เลยมีพื้นที่เยอะครับ ดูพิกัดจากแผนที่บนวงในได้เลยครับถูกเป๊ะเลย [บรรยากาศร้าน:] คล้ายๆกับการนำโกดังเก่ามาดัดแปลงใหม่ให้เป็นร้านอาหาร โดยจำลองบรรยากาศร้านให้เป็นคล้ายๆสวนพฤกษศาสตร์แสดงพันธุ์ไม้ขนาดย่อมต่างๆในห้องกระจกเปิดโล่งขนาดใหญ่ เพดานสูง ปลอดโปร่ง โล่งดูสบายตา มีการจัดแบ่งโซนที่นั่งด้วย ทั้งส่วนที่เป็นที่นั่งรวมบริเวณติดกับกระจกใสขนาดใหญ่ด้านหน้า หรือจะเป็นที่นั่งรวมแบบโต๊ะยาวสำหรับสังสรรค์กันเป็นกลุ่ม หรือจะเป็นห้อง VIP ส่วนตัวด้านในก็มีครับเท่าที่ผมสังเกตมา สรุปว่าบรรยากาศที่นี่กินขาดน่านั่งมากครับ ลองดูจากรูปด้านล่างรีวิวได้ครับ [ควรรู้ก่อนมา:] • ร้านเปิดทุกวัน 17:00 – 2:00 (ตี2) แต่ก่อนเค้าเปิดช่วงมื้อเที่ยงด้วยแต่ลูกค้าน้อยเค้าเลยเปิดเฉพาะช่วงดึก • เป็นร้านลักษณะ Fine Dining ดังนั้นการแต่งตัวจึงต้องดูเป็นทางการซะหน่อยครับเวลามา • ราคาอาหารและเครื่องดื่มทั้งหมด แน่นอนร้านลักษณะนี้ต้องมี +SC & +VAT • เมนูอาหารทั้งหมดเค้าจะลิสต์เป็นแผ่นใหญ่ๆ 2 หน้า โดยแบ่งประเภทหมวดหมู่เมนูตามชนิดวัตถุดิบไม่ใช่การปรุงครับ แต่ดูแล้วผมว่าเข้าใจง่ายดีครับ เพราะพวกวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นราคาจะแตกต่างกันค่อนข้างเยอะมากครับอย่างเทียบกันระหว่างแซลมอนกับทูน่าส่วนโทโร่ต่างๆ ดังนั้นผมเข้าใจว่าเค้าต้องการแยกเมนูอย่างนี้เพื่อให้ลูกค้าสั่งได้ง่ายๆตามงบนั่นเองครับ • เวลาจะมาร้านนี้ผมแนะนำให้เตรียมเงินมาในกระเป๋าเยอะหน่อย เพราะราคาอาหารค่อนข้างสูงมาก ไม่ใช่ราคาระดับเดียวกับอาหารไทยทั่วไป ราคาระดับพอๆกับซูชิบาร์แบบพรีเมี่ยมสุดๆครับ อย่างเริ่มต้นถูกสุดจะเป็นเมนูพวกทำจากหมูดำญี่ปุ่น 250 บาท ตามด้วยพวกไข่หอยเม่น (Uni) 350 บาท อัพขึ้นมาหน่อยก็เป็นเมนูทำจากหอยปีกนกหรือหอยเชลล์ฮอกไกโด 550-650 บาท ส่วนเมนูที่ราคาสูงสุดจะเป็นเมนูที่ทำจาก ปูทาราบะ 2,500 บาท และปลากิงกิ 2,800 บาท --------------- เนื่องจากร้านนี้มีดีลชุดอาหารราคาพิเศษกับวงใน ก่อนอื่นเลยต้องทราบเกี่ยวกับการใช้ e-Voucher ที่ซื้อมาสำหรับร้านนี้ครับ 1. 3-course dinner ราคา ฿699++ ปกติ 1,000++ (ยังไม่รวมใช้ส่วนลดจาก promocode หรือผ่าน Line Pay ใดๆ) 2. ร้านนี้มีดีลเฉพาะมื้อเย็นเท่านั้น เพราะเป็นร้านสำหรับนั่งแฮงค์เอาท์เปิดตั้งแต่ 17:00-23:00 3. ควรโทรไปจองที่ก่อนล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน โดยเฉพาะถ้าเป็นวันศุกร์ที่นี่ลูกค้าน่าจะมากหน่อย 4. ถึงร้านบอกพนักงานก่อนเลยว่าใช้ e-voucher จากวงใน เปิดจากในหน้า My Order แล้วให้พนักงานใช้แสตมป์แบบอิเล็กทรอนิกส์ปั๊มลงบนหน้าจอมือถือเพื่อยืนยันสิทธิ์ [อาหารในมื้อเย็น 3-course:] 1. ของทานเล่น (Starter) หอยเชลล์ฮอกไกโดย่างกระเทียม (Grilled Hokkaido Scallops with Garlic Tartar) ปกติเมนูนี้ถ้าเป็นปริมาณปกติราคา 600 บาท จะได้หอยเชลล์ Hotate หลายคำอยู่ครับ แต่เนื่องจากจัดลงในชุดราคาพิเศษ ดังนั้นเมนูนี้ที่รวมในชุดจึงเป็นลักษณะ portion ที่ย่อส่วนมาจากปกติคือมาแค่ 1 คำ ตามรูป การตกแต่งจานผมคงไม่ต้องบรรยายอะไรมากดูสวยงามมีความเป็นมืออาชีพตามชั้นเชิงของเชฟ เลือกใช้ผักสีต่างๆมาจัดวางให้ดูตัดกันน่าทานทั้งผักกาด มะเขือเทศเชอร์รี่ ส่วนตัวหอยเชลล์นั้นคุณภาพดีและสดมากตามการเลือกสรรของเชฟบุญธรรม เอามาย่างไฟพอประมาณให้มีกลิ่นหอมพร้อมกระเทียมสับหยาบๆที่ราดมาเสริมรสชาติครับ สรุปเมนูนี้ผมว่ารสชาติอร่อยดี หอยเชลล์ย่างกับกระเทียมเข้ากันรสชาติกลมกลืนกันได้ดีครับ 2. อาหารจานหลัก (Main Course) ข้าวปลาหิมะย่างพริกขิง (Grilled Snow Fish with Chili and Ginger Paste) ปกติเมนูนี้ราคา 500 บาท ไม่ รวมข้าวสวย สำหรับในชุดนี้เค้าจะจัดข้าวสวยมาให้เราปริมาณเท่าถ้วยเล็กๆ ไม่เยอะ ดังนั้นใครเน้นทานอิ่มอาจต้องมีสั่งข้าวสวยเพิ่มครับ ส่วนปลาหิมะที่ได้ชิ้นใหญ่และหนามาก คุณภาพดีเนื้อเด้งๆเลย ย่างมาพอประมาณกลิ่นหอม ไม่แห้งแข็ง เนื้อยังนุ่มลิ้นและมีความฉ่ำอยู่ด้านใน ราดมาด้วยพริกขิงปลาดุกฟู ได้รสหวานและเค็มสไตล์พริกขิง และกรุบๆเพลินปากจากปลาดุกฟูทอดกรอบ ส่วนตัวความเห็นผมคิดว่าจานนี้คุ้มค่ามากเพราะได้ปลาหิมะชิ้นหนาๆแบบจุใจเมื่อเทียบกับร้านอาหารญี่ปุ่นทั่วไป ส่วนรสชาติพริกขิงทำออกมาแบบสไตล์ไทยแท้ๆคือรสเข้มข้นจัดๆ ข้อเสนอแนะผมก็คือไม่ควรทานเปล่าๆครับเพราะจะหวานและเค็มออกเลี่ยนไปได้ เข้ากันมากเมื่อทานคู่กับข้าวสวยหอมๆร้อนๆ แต่ปริมาณข้าวที่ได้ในจานผมว่าไม่ค่อยได้สัดส่วนกับปลาหิมะที่ชิ้นใหญ่ ควรสั่งข้าวเพิ่ม 3. ของหวาน (Dessert) สาคูถั่วดำญี่ปุ่น (Japanese Black Beans Sago in Sweet Coconut Milk) ผมดูในรูปประกอบโฆษณาของเมนูนี้ที่ใส่มาในมะพร้าวทั้งลูกดูสวยงามอลังการดี แต่พอมาเสิร์ฟจริงๆก็เป็นถ้วยขนมหวานปกติๆเลยไม่มีอะไรพิเศษ รู้สึกไม่ค่อยประทับใจตัวนี้ซึ่งเป็นเมนูตบท้าย และเรื่องรสชาติผมว่าก็ไม่มีอะไรพิเศษเลย ธรรมดาๆ สาคูน้ำกะทิถั่วดำ (แยกแยะไม่ออกว่าเป็นถั่วดำญี่ปุ่น) น้ำกะทิไม่ได้ออกหัวมากและรสหวานไปหน่อย ทานแล้วอาจเลี่ยนๆต้องมีน้ำเปล่าตามครับ สรุปในบรรดาอาหารชุดนี้ ผมประทับใจและชอบเมนูจานหลักมากสุดคือ ปลาหิมะย่างพริกขิง คุณภาพมาเต็ม รสชาติอร่อยลงตัว --------------- เนื่องจากผมไปนั่งทานกัน 2 คน แต่ซื้อดีลมาเพียงชุดเดียว กะว่าจะไปลองสั่งอาหารเมนูอื่นที่ร้านดู เลยสั่งมาเพิ่มอีก 2 เมนูที่ไม่ได้รวมอยู่ในชุดอาหารราคาพิเศษ มีดังนี้ • ข้าวตังหน้าตั้งหน้าไข่หอยเม่น (350 บาท) เป็นเมนูทานเล่นที่ผมเห็นหลายๆคนสั่งมาลองกันดู อยากรู้เป็นยังไงเลยสั่งมาทานอย่างแรกเลย หน้าตาของการเสิร์ฟจานนี้ก็เป็นสไตล์ไทยๆเลย มีแผ่นข้าวตังวางรอบๆชามที่ใส่หน้าตั้งอยู่ตรงกลางวง คล้ายๆกับการเสิร์ฟผักสดกับถ้วยน้ำพริก แล้วไข่หอยเม่นอยู่ตรงไหน? คำตอบคือเค้าจะตักแบ่งไข่หอยเม่นเป็นชิ้นเล็กๆวางแช่อยู่ในชามใส่หน้าตั้ง ตรงขอบๆ จำนวนพอดีคำกับจำนวนข้าวตังคือ 8 แผ่นพอดีครับ เวลาทานก็ตักเอาหน้าตั้งทาลงบนแผ่นข้าวตังพร้อมป้ายไข่หอยเม่นลงไป เคี้ยวเป็นคำๆไป ก่อนอื่นเลยเริ่มที่ตัวไข่หอยเม่น พอผมเห็นราคาเมนูนี้แล้ว 350 บาท ก็พอคาดเดาได้ว่าไม่น่าใช่เกรด Nama Uni แบบสดๆ แต่เท่าที่ลองทานดูผมว่าก็พอใช้ได้นะครับไม่ถึงกับมีกลิ่นคาวไป เป็นไปได้ว่าซอสหน้าตั้งมันไปกลบกลิ่นและรสชาติของไข่หอยเม่น ซึ่งจะรีวิวส่วนต่อไปผมว่าตัวซอสมันออกเข้มข้นมาก รสออกค่อนข้างหวานไปนิดสำหรับคนที่ไม่ทานหวาน น่าจะใส่มะขามเปียกกับน้ำตาลปีบเยอะอยู่ ได้กลิ่นหอมของถั่วลิสงคั่วบด ส่วนต่อไปคือข้าวตัง ผมว่าไม่อร่อย มันไม่กรอบมาก ออกแข็งๆไปหน่อยเหมือนโดนตากลม สรุปผมว่าเมนูนี้ไม่ค่อยโดน ความอร่อยของไข่หอยเม่นไม่โดดเด่นเลยโดนซอสข้าวตังกลบ และแผ่นข้าวตังที่มาเสิร์ฟไม่กรอบ • ต้มยำหม้อไฟหอยเชลล์ฮอกไกโด (650 บาท) หอยเชลล์สดแช่วางบนน้ำแข็งมาเสิร์ฟแยกกับหม้อไฟต้มยำขนาดไม่ใหญ่มาก หอยเชลล์ดูดีและสด ส่วนซุปต้มยำผมว่าไม่อร่อยเน้นออกรสหวานไปหน่อยแต่เข้มข้นดีครับ สรุปเลยส่วนตัวผมว่าเมนูนี้ฟิวชั่นกันได้ไม่เหมาะเท่าไหร่ หอยเชลล์ญี่ปุ่นสดๆแบบนี้ผมว่าเน้นทานเป็นซาชิมิหรือซูชิน่าจะเหมาะกว่าครับ หรือไม่ก็เอาไปย่างกินกับกระเทียมเหมือนกับเมนูในชุดน่าจะดีกว่า ถามว่าดีไหม หอยเชลล์สดๆคุณภาพดีมาก แต่เอามากินคู่กับซุปต้มยำหม้อนี้เลยรสชาติเพี้ยนไป และถ้าแช่นานๆในหม้อหรือจุ่มนานไปเนื้อจะออกแข็งเหนียวไม่นุ่มเด้งแล้ว ค่าเสียหายมื้อนี้สำหรับส่วนที่จ่ายเพิ่มนอกเหนือชุดปลาหิมะย่างพริกขิง ประมาณ 1,2xx บาท แต่ตอนที่ผมไปมีโปรกับบัตร Citibank ลด 20% ทุกเมนู ดังนั้นมื้อนี้จ่ายเพิ่มไปประมาณ 1,000 บาทพอดีครับ [รีวิวตามความเห็นส่วนตัว:] • 3-Course 1 ชุดที่จัดพิเศษมาใน Campaign เหมาะสำหรับทานคนเดียวครับ ถ้ามากัน 2 คนขึ้นไป ควรสั่งเมนูอย่างอื่นเพิ่มเติม • อาหารที่ได้ใน 3-course set จากการซื้อดีลพิเศษนี้ เท่าที่ผมดูตอนไปทานปริมาณหรือ Portion บางอย่างจะลดขนาดลงเพื่อจัดลงในชุดนี้อย่างหอยเชลล์ย่างกระเทียม ส่วนจานหลักอย่างปลาหิมะย่างพริกขิงปริมาณทั้งชิ้นน่าจะเท่ากันกับสั่งแยกต่างหาก • ถ้าเทียบความคุ้มค่าของดีลที่ซื้อมาเมื่อเทียบกับราคาปกติของอาหารและเครื่องดื่ม ลดไปประมาณ 30+% ถือว่าคุ้มกลางๆครับ • ร้านนี้ผมชอบอีกอย่างคือบรรยากาศโดยรวมของร้านครับ เหมาะมานั่ง chill out หลังเลิกงานหรือนั่งชิลๆกันยาวๆเลยครับ ค่อนข้างอยู่ใจกลางเมืองช่วงสุขุมวิท-ทองหล่อ-เอกมัย แต่การเดินทางมาน่าจะเหมาะกับรถส่วนตัวเป็นหลักเพราะไม่ได้อยู่ตามแนวรถไฟฟ้า • สุดท้ายขอพูดถึงเรื่องการบริการ ผมคิดว่าก็ดีนะ ไม่เจออะไรผิดปกติ สรุปผมให้ 3 ดาว เป็นร้านที่มีเชฟกระทะเหล็กทั้งสองด้านร่วมกันเปิด ดังนั้นจุดขายจึงเป็นเรื่องฝีมือเชิงชั้นของเชฟทั้งคู่ในการดึงดูดลูกค้า และอีกเรื่องคือเมนูฟิวชั่นสุดเซอร์ไพร์สที่เราฟังชื่อแล้วก็อยากมาลองดูกัน พอมาถึงแล้วสิ่งที่ผมชอบและประทับใจจริงๆเป็นเรื่องบรรยากาศร้านนี้มากกว่ารสชาติอาหารครับ เพราะมีหลายๆเมนูที่สั่งผมคิดว่าวัตถุดิบอาหารญี่ปุ่นที่ใช้ไม่เหมาะหรือเข้ากับการนำมาปรุงเป็นอาหารไทยเท่าไหร่ ทำให้รสชาติหลักมันเปลี่ยนไปไม่เด่นครับ... อ่านต่อ
24 Likes0 Comment
photo