4.0
228 เรตติ้ง (165 รีวิว)
เปิดอยู่จนถึง 14:30
เมนูของร้าน กาลิค ประชาชื่น
ร้านเก่าแก่ย่านประชาชื่นมากกว่า 30 ปี เด่นที่เมนูไข่เจียวปู #บุฟเฟ่ต์ข้าว #ร้านอร่อยตามแนวรถไฟฟ้าสายสีม่วง #สถานีบางซ่อนกาลิค หรือ Garlic ในภาษาอังกฤษ แปลว่า “กระเทียม” ผมเข้าใจว่าร้านเค้าใช้ชื่อนี้เพราะต้องการสื่อถึงอาหารที่มีความหอมจากเครื่องเทศอย่างกระเทียมนั่นเองครับ หลังจากที่ผมได้ไปนั่งทานผมว่าก็ไม่เชิงซะทีเดียวครับคือ ร้านนี้เค้าเน้นขายเป็นอาหารไทยๆเลย ไม่ใช่แนวฟิวชั่น ออกไปทางอาหารจีนด้วยซ้ำไป ถึงแม้ว่าชื่อร้านจะออกเป็นแบบฝรั่งๆหน่อย โดยที่เค้าจะเน้นวัตถุดิบหลักอย่างเนื้อปูทั้งส่วนกรรเชียงหรือก้ามปู และเครื่องเทศเสริมรสชาติแบบจัดเต็มจากพริกสดและกระเทียมครับ ผมกับครอบครัวรู้จักร้านนี้มานานแล้วครับ แต่ไม่ค่อยมาทานที่ร้านเท่าไหร่ ล่าสุดก็นานหลายปีแล้วครับ เนื่องจากร้านอยู่ในละแวกที่ผมไม่ค่อยได้ไปเท่าไหร่คือย่านประชาชื่น-บางซื่อ ซึ่งอยู่คนละฟากกับฝั่งบ้านผมเลยครับ (ฝั่งตะวันออก-ตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา) และที่สำคัญแต่ก่อนถ้าจะไปต้องขับผ่านย่านที่รถติดแสนสาหัสมากอย่างแยกแครายหรือแยกประชานุกูล หลังจากที่รถไฟฟ้าสายสีม่วง (บางใหญ่-เตาปูน) เปิดให้บริการแล้ว ผมกับครอบครัวเลยมีความคิดที่จะมาทานร้านนี้อีกครั้งดูโดยนั่งรถไฟฟ้าจากย่านบางใหญ่มา ถือว่าเป็นการทดลองนั่งรถไฟฟ้าสายใหม่แกะกล่องไปในตัวด้วยครับ # ราคาอาหารและเครื่องดื่มทุกอย่าง net แล้ว ไม่มี ++ อะไร # รับบัตรเครดิต มากกว่า 500 บาท ## บุฟเฟ่ต์ข้าวสวย หัวละ 15 บาท ตอนที่ผมกับครอบครัวไปทานมีเด็กเล็กคนนึง 3 ขวบ เค้าไม่คิดค่าข้าวครับ [เกี่ยวกับร้าน:] ร้านนี้เท่าที่ผมอ่านประวัติมาเป็นร้านเก่าแก่ของย่านประชาชื่นนี้เลยครับ (ใครที่อยู่ย่านนี้น่าจะรู้จักกันดีเลย) เปิดมายาวนานมากกว่า 30 ปีแล้ว ในตอนที่ผมรีวิวอยู่นี้ครับ มีการสืบทอดกิจการและสูตรอาหารให้รุ่นถัดมาสืบทอดแล้วด้วย โดยที่เริ่มต้นเดิมทีทางผู้ก่อตั้งร้านเคยทำงานเป็นเชฟที่โรงแรมในประเทศอังกฤษมาก่อนที่จะมาเปิดร้านนี้ที่ไทยตรงจุดเดิมตรงนี้ไม่เคยย้ายไปที่ไหนมาก่อนหรือมีสาขาอื่น มีที่นี่ที่เดียวครับ [ที่ตั้งร้าน:] จากที่เกริ่นไป ถ้ามาทางรถไฟฟ้าสายสีม่วง ให้ลงที่ #สถานีบางซ่อน ซึ่งเป็นสถานีรองสุดท้ายก่อนถึงสถานีเตาปูนครับ ลงฝั่งที่เป็นขาเข้ากรุงเทพครับ ถ้าไม่สะดวกเดินก็เรียกแท็กซี่ก็ได้ครับ บอกเค้าว่า “เข้าซอยสะพาน 99 ประชาชื่น” มิเตอร์น่าจะกระติกอีกแค่ครั้งเดียวไม่เกิน 40 บาท จริงๆแล้วร้านอยู่ในรัศมีที่สามารถเดินไปได้จากทางออกที่สถานีนี้ครับ คือให้เดินทะลุซอยแรกเลยหลังจากที่เราลงสถานีแล้วฝั่งที่จะวิ่งไปเตาปูน (กรุงเทพ-นนท์ เท่าไหร่จำไม่ได้) หาทางทะลุไปถนนประชาชื่นอีกฝั่งที่มีคลองประปาอยู่ตรงกลางให้ได้ พอถึงให้เดินไปข้างหน้าอีกนิด เห็นสะพานลอยแรกให้เดินข้ามเลย และเดินข้ามสะพานปูนที่รถวิ่งได้ที่เขียนว่า “สะพาน 99” เพื่อข้ามไปอีกฝั่งของคลอง เดินตรงไปในซอยอีกประมาณ 100 เมตร ร้านอยู่ทางขวามือครับ ถ้าเอารถมาที่ร้านมีที่จอดรถอยู่ด้านหลังร้านครับ ประมาณ 10 กว่าคัน เข้าซอยด้านหลังร้านครับ [บรรยากาศร้าน:] ร้านดูจากภายนอกจะไม่ค่อยเหมือนร้านอาหารมากเท่าไหร่ ผมว่าคล้ายพวกผับมากกว่า 555 ดูทรึมๆปิดๆหน่อย ประตูไม้เล็กๆบานเดียว แต่เข้ามาเหอะครับถึงแล้วใช่แน่ร้านอาหาร ร้านถือว่าไม่ใหญ่มาก รองรับลูกค้าได้ประมาณ 40 คน เข้ามาในร้านแล้วจะบรรยากาศมืดๆหน่อย ตกแต่งแบบบ้านฝรั่งเลยครับ (ผมว่าร้านออกแนว 13 เหรียญเลยครับ) ให้อารมณ์แปลกใหม่ดีไม่เหมือนร้านตามห้าง เป็นห้องแอร์ มี 2 ชั้น เท่าที่อ่านมาเค้าบอกว่าตกแต่งเหมือนบ้านพักริมทะเลสไตล์อังกฤษ เพราะทางคนก่อตั้งร้านเคยทำงานเป็นเชฟที่โน้นมาก่อน [เมนูอาหารและที่สั่ง:] ที่นี่ให้บริการเป็นแบบอาหารไทยๆเลย ไม่ใช่อาหารฝรั่งเหมือนสไตล์การตกแต่งร้าน แนวอาหารของที่นี่ผมว่าออกไปทางคล้ายๆกับร้านครัวอัปสรครับ ใครเคยทานร้านนั้นน่าจะนึกออกครับ ราคาก็ประมาณเดียวกันเลย เมนูที่เป็น Signature ของร้าน มาแล้วทุกคนแทบต้องสั่งคือ #ไข่เจียวปู ลองมาดูกันว่าผมสั่งอะไรมาบ้างครั้งนี้ครับ • *ไข่เจียวปู 150 บาท เมนู Signature ของร้านนี้ ที่ใครมาแล้วควรสั่งลองดูซะครั้ง หน้าตาคล้ายเค้กปอนด์เป็นก้อนๆ เห็นบางคนเรียกว่า ไข่เจียวปูคอนโด เพราะว่ามันหนาและสูงคล้ายตึกนั่นเอง การทำผมว่าเค้าก็เอาไปใส่ในบล็อกแบบ ตีไข่ ใส่ปูที่เป็นส่วนเนื้อก้อนๆของกรรเชียงปู แล้วใส่ปรุงรสต่างๆ ไม่ได้มีใส่ผักพวกหอมใหญ่หรือมะเขือเทศหรืออย่างอื่นประการใด แค่นี้ก็อร่อยเสิร์ฟได้แล้วครับ ผมว่าที่มันอร่อยคือเค้าเลือกใช้เนื้อปูแบบดีๆเน้นๆใส่เข้าไป แล้ววิธีการนำเสนอที่น่าสนใจบวกเข้าไป ส่วนการปรุงรสต่างๆถือว่าทำได้ดีอีกด้วย เมนูนี้เลยเป็นที่กล่าวขานของร้านนี้ครับ น่าจะเป็นเมนูโปรดของเด็กๆหนูๆที่มาทานกับครอบครัวของร้านนี้ ไข่เจียวต้องคู่กับซอสพริก แต่สำหรับเด็กไม่ต้องจิ้มก็อร่อยถูกปากแล้ว ลูกสาวผมชอบมากเลยครับเมนูนี้ สำหรับผู้ใหญ่อย่างผมถือว่าอร่อยดี แต่อาจมีอมน้ำมันบ้างเล็กน้อย เป็นไข่เจียวแบบเนื้อนุ่มละมุนฟูๆ ไม่ใช่แบบบางกรอบ อันนี้แล้วแต่คนชอบเลยครับ ส่วนตัวผมแนะนำสั่งได้เลย • **ต้มยำกุ้ง 240 บาท ของที่นี่เค้าจะมีใส่เนื้อมะพร้าวอ่อนด้วย เพิ่มรสสัมผัสที่กรุบๆนุ่มละมุน และหวานเล็กน้อย ผมว่ามะพร้าวอ่อนที่เค้าใส่เนื้อนุ่มและอร่อยดีมากเลย เข้ากับต้มยำน้ำข้นอย่างมากครับ ส่วนกุ้งที่ใส่เป็นกุ้งแม่น้ำตัวขนาดไม่ใหญ่มาก เหมาะสมกับราคาขาย อร่อยตรงที่มันหัวกุ้ง ไม่ถึงกับเยิ้ม แต่มันๆดี ส่วนเนื้อกุ้งสดดีเพราะผมเคี้ยวแล้วกรอบเด้งดีมาก ที่เพิ่มรสชาติความอร่อยและหอมให้กับต้มยำชามนี้ผมว่าคือพริกขี้หนูสดที่หั่นใส่ลงไปนั่นเอง เมนูนี้ผม Highly Recommended • เต้าหู้ทรงเครื่องปู 180 บาท ปกติผมชอบทานเมนูเต้าหู้ตัวนี้อยู่แล้ว ลองสั่งมาดู ส่วนตัวผมว่าก็ทำมาใช้ได้ครับ ทำมาเป็นลักษณะซุปเต้าหู้น้ำแดงเลย ตัวเต้าหู้เค้าเอาไปทอดให้พอกรอบๆก่อน ตัวน้ำแดงรสชาติจะไม่จัด ไม่เค็ม ไม่หวานมาก เน้นกลิ่นพริกไทยหอมๆมากกว่า ส่วนเนื้อปูที่ใส่เป็นแบบแกะเอา ไม่ใช่เป็นแบบก้อนๆเหมือนในไข่เจียวปูครับ • ต้มส้มปลากระบอก 180 บาท (กลับบ้าน) อุ่นกินที่บ้านมื้อถัดไปครับ ทำมาไม่เหมือนต้มส้มที่ใต้ครับ คือไม่มีใส่ขมิ้น น้ำเลยไม่ออกสีเหลือง รสชาติน้ำซุปจะออกไปโทนหวานมากกว่าเปรี้ยวของอาหารใต้ ส่วนตัวผมชอบแบบน้ำเหลืองๆมากกว่าครับ เมนูนี้ผมว่าเฉยๆ • **ก้ามปูผัดพริกขี้หนูสด 240 บาท (กลับบ้าน) อีกหนึ่งเมนูที่ผมอยาก Highly Recommended ขนาดผมอุ่นกินอีกวันหนึ่งที่บ้านยังอร่อยอยู่เลย ดูเหมือนจะแพง แต่เนื้อก้ามปูเน้นๆเยอะมากครับสมราคา ที่สำคัญอร่อยมากด้วย เพราะเค้ามีทุบกระเทียมหอมๆลงไปผัดด้วย รวมถึงพริกขี้หนูสดๆหั่นซอยลงไป แล้วมีพริกชี้ฟ้าโรยแต่งอีกที รสชาติไม่เค็มมาก กำลังดีเลยครับ ที่บ้านผมชอบทุกคนครับเมนูนี้ • หลนไข่ปู 150 บาท (กลับบ้าน) ที่บ้านผมทานอีกมื้อหนึ่ง ผมไม่ได้ลองเลย และไม่มีรูปครับ • สะตอผัดกุ้ง 160 บาท (กลับบ้าน) เหมือนกับหลนไข่ปูครับ ค่าน้ำเปล่าขวดละ 16 บาท น้ำแข็งถังละ 20 บาท ข้าวสวยคิดแบบบุฟเฟ่ต์คนละ 15 บาท รวมแล้วค่าเสียหายทั้งหมดทั้งกินที่ร้านและซื้อกลับบ้าน 1,382 บาท ไม่มี ++ การบริการที่ร้านพนักงานถือว่าเยอะดีครับ และอัธยาศัยดีด้วย ส่วนตัวตอนที่ผมไปไม่เจอปัญหาอะไรครับ สรุปร้านนี้ผมให้ 4 ดาวครับ ร้านนี้เป็นแนวครอบครัว จะเห็นว่าลูกค้าที่มาทานส่วนใหญ่จะมาเป็นแบบครอบครัว มีคนหลาย Generation มานั่งทานด้วยกันครับ สำหรับผมส่วนตัวคงได้มาร้านนี้บ่อยขึ้นเพราะหลังจากที่มีรถไฟฟ้าสายสีม่วงทำให้ชีวิตดีขึ้นสำหรับคนย่านนนทบุรีฝั่งตะวันตกได้เข้ามาหาไรทานอร่อยๆย่านฝั่งในเมืองนนทบุรีหรือบางซื่อแถวนี้ครับ เวลาเปิด-ปิด : ร้านเปิด 2 ช่วง ทุกวัน 10:30-14:30น. และ 16:30-22:30น. หยุดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 3 ของเดือน ผมแนะนำว่าให้โทรไปจองโต๊ะก่อนไปร้านครับ เพราะที่นี่จะมีลูกค้าหลากหลายกลุ่มมาทานทั้งแบบครอบครัวช่วงเย็นหรือพนักงานออฟฟิตเป็นกลุ่มวันธรรมดาครับ... อ่านต่อ
31 Likes0 Comment
photo