3.4
14 เรตติ้ง (14 รีวิว)
สเต๊ก฿฿฿฿
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 11:00
L' Entrecote de paris
Green Walnut Salad
ร้านที่มีแรงบันดาลใจจาก “Entrecote สเต็กต่อแถวชื่อดังในปารีส” @ใจกลางสยาม มีดี 2 อย่าง “ซอสสูตรลับกับชูครีมไส้ไอศกรีม”“L’Entrecote de Paris” ชื่อร้านเป็นภาษาฝรั่งเศสคนไทยอาจไม่คุ้นเคยเวลาอ่านออกเสียง ก่อนอื่นเลยผมอยากแนะนำเกี่ยวกับชื่อร้านหรือคำศัพท์ประมาณนี้ก่อนนะครับจะได้ไม่สับสนกัน “Entrecote” เป็นชื่อเรียกเมนูสเต็กที่เสิร์ฟในร้านอาหารฝรั่งเศส โดยที่มีจุดเด่นคือมีเมนูหลักให้เลือกเพียงอย่างเดียวนั่นคือสเต็กเนื้อโดยที่เค้าจะหั่นเป็นชิ้นๆวางในถาดรองแล้วอุ่นไฟให้ความร้อนอยู่ตลอด และที่ขาดไม่ได้สำหรับเมนู Entrecote คือ Secret Recipe Sauce หรือซอสลับสูตรพิเศษราดลงไปในตัวเนื้อที่หั่นเพื่อเสริมรสชาติความอร่อยครับ โดยเราสามารถเลือกระดับความสุกของเนื้อได้ 4 ระดับคล้ายๆเหมือนกับสเต็กที่อื่น โดยเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศสเทียบกับภาษาอังกฤษดังนี้ 1) Bleu : Rare ผิวด้านนอกสุกแต่เนื้อข้างในยังแดงเป็นเลือดอยู่แต่นุ่มมากเพราะไม่ได้สัมผัสความร้อนเลย เวลาหั่นมีเลือดนองให้เห็นชัด 2) Saignant : Medium Rare สุกกว่า Bleu ขึ้นมาอีกขั้น คือที่ถูกต้องเนื้อด้านในต้องยังมีความแดงตรงกลางอยู่ 50% ของพื้นที่หน้าตัด ส่วนที่ติดกับผิวด้านนอกสุก 3) à point : Medium สุกกว่า Saignant ขึ้นมาอีกขั้น คือที่ถูกต้องเนื้อด้านในต้องยังมีสีชมพูตรงกลางอยู่ 25% ของพื้นที่หน้าตัด เวลาหั่นไม่มีเลือดนองให้เห็น 4) Bien cuit : Well Done สุกสนิทเลย ไม่มีให้เห็นสีชมพูในเนื้อทั้งสิ้น เท่าที่ทราบเค้าจะเรียกความสุกของสเต็กที่เป็นจุดสมบูรณ์สุดหรือ The Perfect Steak คือความสุกระหว่าง Bleu กับ Medium Rare ซึ่งปกติที่ร้านอาหารฝรั่งเศสประเภทนี้เค้าจะแนะนำลูกค้าว่าให้เลือกเป็น Saignant คนส่วนใหญ่ที่มานิยมทานกันและบอกว่าอร่อยครับ ## เพิ่มเติมข้อมูล พวกสเต็กที่เรียกว่า Tartare (ที่เจอในร้านอาหารฝรั่งเศสประเภทอื่น) นั้นก็คือ เนื้อดิบๆเลยครับจะเป็นเนื้อสดๆเย็นไม่มีการไปทำให้สุกใดๆ รับประทานเป็นเนื้อดิบเย็นครับ ยิ่งกว่า Bleu อีกครับ ## [เกี่ยวกับร้านนี้:] “L'Entrecote” กับ “Le Relais de L'Entrecote” ซึ่งเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก (**ผมแนะนำเลยว่าลองอ่านเกี่ยวกับความเป็นมาของร้านชื่อนี้ได้จากรีวิวของคุณ @Setthapong ซึ่งเขียนรวบรวมไว้ได้ดีมากครับ**) คือร้านในเครือเดียวกับ “Le Relais de Venise” ซึ่งเป็นร้านสเต็กชื่อดังในปารีสที่เสิร์ฟรูปแบบ Entrecote (ผมเกริ่นไปก่อนหน้า) โดยที่คนไทยในฝรั่งเศสจะเรียกร้านนี้ว่า “สเต็กต่อแถว” สำหรับในเมืองไทยที่กรุงเทพร้านชื่อนี้ซึ่งอยู่ในใจกลางสยามสแควร์ ไม่ได้เป็นเครือเดียวกันกับร้านสเต็กต่อแถวที่ปารีสแต่ชื่อจะคล้ายๆกับร้านในเครือของเค้านะครับ สำหรับร้านที่รีวิวนี้มีเจ้าของเป็นคนฝรั่งเศส ผมเข้าใจว่าเค้าได้แรงบันดาลใจจากร้านที่ปารีสเลยอยากจะเปิดร้านสเต็กที่มีความพิเศษเฉพาะตรงซอสสูตรลับเหมือนกันในกรุงเทพครับ [ที่ตั้งร้าน:] อยู่ในสยามซอย 1 ฝั่งตรงข้ามเยื้องๆกับโรงหนังสกาล่า จุดสังเกตเด่นชัดเมื่อมาถึงหน้าร้านก็คือจะมีรูปหอไอเฟลตกแต่งอยู่ด้านบนข้างนอกของร้านโดดเด่นเลย หาไม่ยากครับ [บรรยากาศร้าน:] ผมดูจากรูปร้านสเต็กต่อแถวที่ปารีสแล้วเทียบกันกับร้านนี้คิดว่าก็ไม่เหมือนกันทีเดียว แต่โดยรวมให้อารมณ์ความรู้สึกคล้ายๆกันคือเหมาะมานั่งทานสังสรรค์กันหลังเลิกงานแต่ไม่ถึงกับหรูหราเลิศเลอมาก (ร้านดังที่ปารีสส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นวัยกลางคนหรือวัยทำงานไม่ค่อยมีวัยรุ่นครับ) เค้าพยายาม position ร้านไว้กลางๆไม่ได้ตกแต่งอลังการอะไรมากเหมือนที่ปารีสครับ เท่าที่ผมเดินสำรวจร้านดูมี 2 ชั้น โดยที่ชั้น 2 ผมว่าพื้นที่กว้างกว่าและดูส่วนตัวกว่าชั้นล่างครับ (ลองดูบรรยากาศรวมๆจากรูปด้านล่างรีวิวครับ) [ความแตกต่างจากร้านสเต็กต่อแถวที่ปารีส:] จุดแตกต่างหลักเลยคือที่ร้านสเต็กต่อแถวในปารีสเมนูแบบ Entrecote เค้าจะมีเฉพาะเนื้อเสิร์ฟอย่างเดียวครับ สำหรับร้านที่รีวิวนี้เค้าจะมีทั้งเนื้อ หมู ไก่ แซลมอนด้วยครับ ผมเข้าใจว่าต้องการปรับประยุกต์ให้เหมาะกับคนไทยครับเพราะบางคนไม่ทานเนื้อกันนั่นเองไม่งั้นมันจะจำกัดกลุ่มลูกค้าไปครับ มาเป็นกลุ่มแต่มีคนไม่ทานเนื้อคนหนึ่งก็ลำบากแล้วครับ ส่วนสิ่งที่เหมือนกันกับร้านที่ปารีสก็คือเลือกระดับความสุกได้ 4 ระดับอย่างที่เกริ่นตอนต้นไป รวมถึงการเสิร์ฟอาหารตามลำดับโดยเริ่มจาก Appetizer ก่อนเข้า Main Course เหมือนกันครับ [ประสบการณ์การมาใช้บริการ:] พนักงานเสิร์ฟที่ร้านนี้ทั้งหมดจะเป็นผู้หญิงครับ โดย dress code เป็นชุดเมทเหมือนร้านที่ปารีส มาเริ่มต้นมื้อกันครับ • ขั้นตอนแรกเลยเวลาเรามาถึงร้าน ก็เลือกชุดสเต็กที่ต้องการทานจากในเมนูมีทั้งเนื้อ ไก่ หมู ปลา ถ้าเป็นสเต็กเนื้อราคาตอนนี้อยู่ที่ 690 บาท (ต้องมี +SC & +VAT) ไม่รวมของหวาน แต่เดิมตอนแรกเค้าขายที่ 990++ บาท ราคาเดิมพอๆใกล้เคียงกับร้านสเต็กต่อแถวที่ปารีสครับ • ถ้าเป็นเนื้อพนักงานจะถามว่าต้องการความสุกระดับไหน เลือกเป็น Medium Rare ครับ • เริ่มต้นพนักงานจะมาเสิร์ฟเป็นขนมปังฝรั่งเศส (Baguette) รองท้องพร้อมเนยจืดสำหรับทา ส่วนตัวผมว่าขนมปังผิวด้านนอกกรอบเนื้อด้านในนุ่มดีครับ • เมนูต่อไปเป็น Appetizer (ฝรั่งเศสเรียกว่า hors d’œuvre) มาเสิร์ฟคือ Green Walnut Salad หรือสลัดผักใบเขียวคลุกกับ Salad Dressing โรยด้วยถั่ววอลนัทบดหยาบๆ ในจานสลัดจะมีทั้ง Green Oak, Red Oak คลุกกับน้ำสลัดใสมันๆผสมน้ำส้มสายชูนั่นคือ Vinaigrette เป็น Salad Dressing ในอาหารฝรั่งเศส มาจาก Vinegar หรือมีน้ำส้มสายชูผสมอยู่นั่นเองครับ ส่วนตัวผมว่าตัวผักสลัดกรอบพอใช้ได้ไม่ถึงกับมากทานคู่กับถั่วบดกรุบๆเพลินดีแต่โรยมาไม่เยอะ ส่วนน้ำสลัดผมว่ารสชาติอาจไม่ค่อยถูกปากหรือคุ้นเคยเท่าไหร่ออกจืดๆหรืออาจจะคลุกมาไม่ทั่วดีก่อนหน้าที่เตรียมมา • ต่อไปมาที่ตัวเอกของมื้อนี้ครับคือ สเต็ก Entrecote พนักงานเสิร์ฟเอารถเข็นกับถาดเงินใส่เนื้อ (1 ถาดได้สำหรับเนื้อ 2 ที่) ซึ่งหั่นแล่เสร็จมาให้ เป็นเนื้อส่วน Tenderloin (ต้นฉบับจะเป็นส่วน Rib Eye ขอข้อมูลคุณ @Settapong มาอ้างอิง) โดยจะจัดวางเนื้อให้ผมบนจานก่อนแล้วก็ตามด้วยมันฝรั่งทอดของทางร้าน (Frite Maison) ซึ่งจริงๆก็คือ French Fries ทื่เราทานกันทั่วไปนั่นเองครับ แล้วตามด้วยราด sauce สูตรลับของร้านที่จะออกสีเขียว น่ารับประทานและกลิ่นหอมแปลก (ได้ข้อมูลมาว่าใกล้เคียงกับร้านต้นฉบับที่ปารีสสำหรับส่วนของซอส) • มาว่ากันที่ตัวเนื้อส่วนตัวผมว่าก็นุ่มดีครับเพราะเป็นส่วน Tenderloin ติดส่วนไขมันบ้างแต่มีความเหนียวเวลาเคี้ยว ระดับความสุกตอนที่ได้ชิ้นนั้น Medium Rare ถูกต้องไม่แห้งยัง Juicy อยู่ เนื้อสเต็กย่างมายังไม่หอมกลิ่นเนื้อเท่าไหร่แต่ปรุงหมักมาดีครับ ส่วนซอสสูตรลับทางร้านเรียกว่า Magic Sauce ผมว่าเป็นอะไรที่อร่อยดีมากเมื่อทานกับเนื้อสเต็ก ได้กลิ่นของมัสตาร์ทน่าจะเป็นส่วนผสมหนึ่งของซอสครับ โดยที่บนโต๊ะเค้าจะมีขวดใส่มัสตาร์ทสีออกเหลืองเขียวให้เราตักกินคู่กันด้วย ซึ่งปกติผมเป็นคนชอบทานสเต็กกับมัสตาร์ทอยู่แล้วถ้าร้านไหนมีให้เลยไม่พลาดลองดู กลิ่นไม่ฉุนดีชอบครับไว้เสริมรสชาติ องค์ประกอบสุดท้ายคือ Frite สามารถขอเติมได้เรื่อยๆไม่อั้นครับ แต่ยังไงผมไม่ค่อยประทับใจครับมันดูเหี่ยวๆไม่น่าทาน ไม่กรอบ เหมือนทำเตรียมไว้นานแล้ว • สุดท้ายขนมหวาน (ไม่ได้รวมอยู่ในชุดสเต็กจานหลักครับ) ทางร้านจัดมาให้ดู 2 เมนูคือ Profiteroles au Chocolat หรือชูครีมไส้ไอศกรีมวานิลลาราดซอสช็อคโกแลตโรยด้วยอัลมอนด์ฝานครับ กับ Crepe Maison หรือเครปกับไอศกรีมวานิลลา 2 ลูก ตกแต่งด้วยซอส ผมขอลองแค่เมนูเดียวคือตัวแรกชูครีมไส้ไอศกรีม ส่วนตัวผมว่าอร่อยดีเพราะไม่หวานครับ ซอสช็อคโกแลตที่ราดมาเข้มข้น ตบท้ายมื้อนี้ได้อย่างดีทีเดียว เท่าที่อ่านรีวิวของร้านนี้มาหลายๆอันพบว่าร้านนี้มีข้อด้อยสำคัญคือ การทำสเต็กในระดับความสุกไม่ตรงกับที่ลูกค้าต้องการ (ส่วนใหญ่จะทำสุกมากเกินไป) ตอนที่ผมไปนั้นเนื่องจากไปทานกันหลายคนดังนั้นเค้าเลยเลือกถามว่าจะเอาความสุกระดับไหนเพียงอย่างเดียวสำหรับสเต็กทุกที่เพื่อทำมาไม่ให้พลาด ถ้าต่างคนต่างสั่งไม่เหมือนกันผมว่าเค้าน่าจะทำมาถูกบ้างผิดบ้างนะครับ แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ดีครับมาเป็น Medium Rare ถูกต้องครับ ที่อยากฝากเรื่องนี้ไว้เพราะถ้ามาทานที่ร้านนี้อยากจะให้กำชับเรื่องความสุกของเนื้อให้ดีเวลาสั่งกับพนักงานครับ สรุปผมขอให้ 3 ดาวครับ สิ่งที่ผมประทับใจและชอบสำหรับร้านนี้มีอยู่ 2 อย่างครับคือ “ซอสสูตรลับหรือซอสเวทมนต์” กับ “ขนมหวานตัวที่เป็นชูครีมไส้ไอศกรีมราดซอสช็อคโกแลต” ส่วนการบริการและบรรยากาศรวมๆของร้านผมว่ายังเฉยๆไม่ถึงกับประทับใจในราคาอาหารระดับนี้ครับ... อ่านต่อ
27 Likes0 Comment
photo