- หน้าแรก
/
- รูป Vesper Cocktail Bar


หลงรักร้านเก๋ๆ สำหรับคนชอบเสพศิลปะร้านนี้เป็นร้านที่อยู่ซอยคอนแวนต์ค่ะ พี่สาวซิมชวนไปทาน พร้อมกับการันตีว่าเป็น Best Cocktail in town เราก็ โห...ขนาดนั้น ต้องลองสิ...ร้านนี้สามารถมาจอดรถที่ตึกศรีบุญเรืองได้ค่ะ
ชื่อร้านVesper ของร้านนี้มีหลายความหมายค่ะ ทั้งนำมาจากชื่อของ Vesper Martini ซึ่งมีส่วนผสมของ Vodka Gin และ Lillet หรือมาจาก Vesper Lynd สาวงามของBond ในภาค Casino Royale หรืออีกความหมายหนึ่งเป็นภาษาละติน แปลว่า พิธีกรรมยามค่ำคืน
ตอนเข้ามาในร้านเหมือนหลุดเข้ามาอีกโลก ชอบมากจริงๆ มันเหมือนหลุดยุคค่ะ คนเยอะมากๆค่ะ ไม่น่าเชื่อเลย...สิ่งที่ซิมประทับใจแรกสุดเลย คือดนตรีที่ใช้เปิดค่ะ คือมันเป็น Jazz บรรเลงสบายๆ เร็วปานกลาง ยุคประมาณ ช่วง20s 30s ฟังแล้วเคาะจังหวะตามเบาๆได้อย่างเพลิดเพลิน ทำให้บรรยากาศเจ๋งมากค่ะ ถ้านั่งอยู่ตรงบาร์ ให้ความรู้สึกเหมือนเราเข้ามานั่งในหนังJame's Bond เลย
ตอนเข้าไปโต๊ะเต็มหมดค่ะ เราก็รอซักพัก ทางร้านก็จัดโต๊ะแบบ 2 ที่ให้อย่างรวดเร็ว พอเริ่มมีโต๊ะอื่นว่าง ก็พาเราย้ายไป เพราะว่าอาหารจานใหญ่ แล้วก็มีน้องตามมาอีกคนด้วย
Cocktail Menu
ชื่อCocktail แต่ละตัวหรู เลิศ อลังการมากๆ วันนั้นอยากลองหลายตัวอยู่ค่ะ แต่ได้ลองแค่ Signature บางตัวของร้านค่ะ
Rosemary's Daisy (360) แก้วนี้จะมีก้าน Rosemary แตะมาด้วยค่ะ ข้างบนเป็นฟองนุ่มๆ พอทานเข้าไปทำให้รู้สึกคล้ายๆกินกาแฟฟองนมฟูๆ นุ่มๆ แต่แทนที่จะได้กินกาแฟ กลับเป็นกลิ่น Rosemary รสชาติกลมกล่อม ทานง่ายค่ะ
Secret Earl Grey (340) ประทับใจใน Presentation อลังการ งดงามดีจริงๆ แก้วจะเป็นรูปหัวใจเรียงกันเล็กๆ บนฟองนุ่มๅอีกแล้ว แต่ว่า ก่อนจะServe จะมีการให้ดมกลิ่นหอม ซึ่งทางพนักงานจะเทตัวกลิ่นหอมๆนี้ลงบนน้ำแข็งแห้งค่ะ เพื่อให้เกิดอโรม่าไปด้วยพร้อมกับการลิ้มลอง ตอนจิบไปคำแรก เจอฟองนุ่มๆ แต่เป็นกลิ่นEarl Grey ชัดมาก ส่วนตัวชอบ Earl Grey อยู่แล้ว Happy มากๆ ทานง่าย และกลมกล่อมมากๆค่ะ
Silver Vesper (480) แก้วนี้มาพร้อมแก้วหรู และขวดเหล้าขนาดเล็ก แต่ข้างในเป็น Cocktailแทน ตอนมาพนักงานจะ Present ให้ดูว่าในแก้วมีชิ้นเปลือกมะนาวอยู่ด้วย และแก้วได้บ่มกับกลิ่นมะนาวมา เพื่อให้ได้กลิ่นที่สดชื่น และแถมมากับ กระดาษม้วนเล็กๆ ซึ่งเป็นสูตรของเครื่องดื่มตัวนี้ แก้วนี้รสชาติกลมๆค่ะ ทานง่าย แต่แรงทีเดียว แรงกว่าทุกตัวที่ทานเลย
Diplomat's Tea Ceremony (420) แก้วนี้มาเป็นแบบแก้วชาเลยค่ะ มีน้ำแข็งมา1ก้อน ก่อนServe พนักงานจะเทเหล้าลงบนที่กรองชา เพื่อให้ได้กลิ่นชา Raspberry/Strawberry มันทานง่าย และดูหรูหราน่ารักจริงๆ
Mojito ตัวนี้เป็นแก้วโปรดพี่สาวค่ะ เลยขอสั่งทาน ซึ่งมาพร้อมใบสะระแหน่สดๆ เลย รสชาติเปรี้ยว หอมดีค่ะ
House Wine
เราสั่ง ไวน์แดงมากินกับเนื้อค่ะ สั่งมา2 ตัว เป็น
Domaine Chandon Shiraz ปี 2010 (310) และ Montferrato DOC ปี 2008 (320) แต่หลังจากที่ลองๆกัน พวกเราแอบชอบ ไวน์ของ อิตาลีมากกว่าค่ะ ทานเข้ากะนกับกับเนื้อที่สั่งมาได้ดีค่ะ
Main Course
Black Ink "Chitarra "with Uni (490) เส้นลวกได้ดีค่ะ ปกติเป็นคนไม่ชอบทานUni เลย แต่จานนี้ใช้ได้ค่ะ ทานกันปากดำเลยทีเดียว
Wagyu Tomahawk marble 6 'Tagliata' (370/100g ) (1.2kg/4440 ) ตอนนั้นซิมมัวแต่ดื่มดำกับเพลง พี่สาวสั่งใหญ่ เราก็ไม่รู้เรื่อง รู้ตัวอีกที ตอนจานมาServe จานที่เค้าสั่งนั้น จัดใหญ่จริงจัง เป็นเนื้อ Medium Rare 1.2 kg ตอนวางจานลงมา แอบสตันท์ไป 3 วิ แบบหันไปหาพี่แล้วถามว่า " เจ๊...เรากินแค่3คนนะ...!! " เนื้อนุ่ม ย่างได้ดีค่ะ Juicy มากๆ หอมกลิ่นย่างมาเลย มีมันแทรกอยู่ทุกคำ อร่อยจริงจัง
จานนี้Serve มาพร้อมกับผักเครื่องเคียง ซึ่ง ลองทานดู เป็นผักที่ทำกรรมวิธีต่างๆกัน บางตัวผัดครีม บางตัวผัดดระเทียม บางตัวผัดเนย ทุกตัวอร่อยมาก...ชอบสุดๆ
จานนี้เพิ่มความอร่อยด้วยเกลือ 3แบบค่ะ ซิมไม่รู้ว่ามันต่างกันยังไง ขอความรู้ผู้เชียวชาญด้วยละกันนะคะ และจะมี Dijon Mustard มาให้ด้วย ชอบๆ กว่าจะกินได้แต่ละคำ นั่งปาด นั่งโรยกันใหญ่
Dessert
ซิมแอบเล็งของหวานที่Pair กับCoctail ของร้านไว้ แต่เนื่องจาก กว่าเราจะกินเสร็จ ครัวเลยปิดแล้ว เราเลยได้กินTiramisu ซึ่งส่วนตัว เฉยๆมากค่ะ เมื่อเทียบกับอย่างอื่นที่ทานมา พนักงาน Pair cocktail Diplomat ให้ซิมทานกับTiramisu แต่กลายเป็น Diplomat ยิ่งเด่นเข้าไปใหญ่เลย
เป็นอีกร้านที่ประทับใจมากๆ ทั้งบรรยากาศ ดนตรี รสชาติ และความเป็น Prfessional ของพนักงาน ถ้ามีโอกาส จะขอกลับไปลอง Cocktail และอาหารตัวอื่นๆอีกค่ะ และไม่พลาด จานDessertที่เล็งไว้แน่นอนค่ะ...
21 Likes0 Comment


