- หน้าแรก
/
- รูป Front Room at Waldorf Astoria Bangkok


Tasting menu อาหาร Modern Thai คอร์สใหม่พนักงานต้อนรับเดินนำเราเข้ามา ผ่านครัวแบบ Open kitchen ของห้องอาหาร Front Room ที่มีกระจกสูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน และการตกแต่งที่ดูหรูหราสมกับที่เป็นโรงแรม 5 ดาวกลางกรุงเทพฯ แต่ยังคงความทันสมัย ซึ่งสอดคล้องกับอาหารรสไตล์ Modern Thai ที่ห้องอาหารนี้เสิร์ฟ อาหารค่ำวันนี้ค่อนข้างพิเศษ เป็น Tasting menu ตัวใหม่ที่แบ่งการเล่าเรื่องออกเป็นทั้งหมด 4 Chapters
.
Amuse-bouche ถูกเสิร์ฟมาในกล่องไม้ ซึ่งแต่ละคำจะ Represent อาหารจากแต่ละภาค ที่สะดุดตาเห็นจะเป็น ‘อ่องปู’ ที่คลุกข้าวใส่กระดองปูมาให้เรียบร้อยพร้อมกับกรรเชียงปูสดหวาน ‘เมี่ยงปลาแห้งผลไม้’ ที่ใบเมี่ยงนั้นถูกจับแปลงร่างให้กลายเป็นทาร์ตบางกรอบ ได้รสสัมผัสที่แตกต่างจากเมี่ยงคำที่เคยกินมา และ ‘กุ้งทอดใบเล็บครุฑ’ ตัวแทนจากภาคใต้
.
Chapter ถัดมาจะเล่าเรื่องการผสมผสานระหว่างตะวันตกและตะวันออก โดยนำเสนออาหารไทยที่ใช้เทคนิคการทำแบบตะวันตก เป็น ‘ซุปปลาบู่ต้มขิง’ ที่มาพร้อมกับ ‘ไส้กรอกอีสานเป็ด’ ก่อนจะเข้าสู่ Chapter ที่ 3 ซึ่งมาในรูปแบบของสำรับกับข้าวที่เป็นวัฒนธรรมการกินแบบคนไทย ซึ่งจะมีทั้งกุ้งแม่น้ำย่างตัวใหญ่ มาพร้อมกับซอสรสหวานเค็มหอมกลิ่นมะพร้าวคั่ว ‘แกงเผ็ดใต้ปู’ ที่รสชาติจัดจ้านแบบต้องเตือนคนไม่กินเผ็ดว่าอย่าซดน้ำ ‘เนื้อแก้มวัวย่าง น้ำพริกตาแดง’ เนื้อนุ่ม ซึ่งสามารถเลือกได้ระหว่างข้าวสวยและข้าวมันกะทิ อยากให้ลองข้าวมันกะทิของเชฟมาก ๆ หอมมันแต่ไม่เลี่ยน เข้ากันกับกับข้าวทั้ง 3 จาน และไข่ดอง
ในบทสุดท้ายของคอร์สนี้คือขนมหวาน ซึ่งเสิร์ฟมาในรูปแบบของเวทีมวยที่คั่นขึ้นมาด้วยขนมตังเม กลางเวทีนั้นคือ ‘ขนมโค’ ที่มีทั้งไส้เค็มและไส้หวาน ข้างสนามนั้นมีนวมชกมวยที่ด้านนอกเป็น White chocolate ด้านในเป็น Sherbet ‘ส้มฉุน’ ที่มีหอมเจียวตัดรสชาติตามแบบต้นฉบับ ถ้าคิดว่าจะจบลงที่ตรงนี้ แปลว่าคุณคิดผิดเหมือนกับเราในตอนนั้น เพราะยังมี ‘Petit Four’ ที่จะเสิร์ฟให้กับทุกโต๊ะ เราชื่นชอบ ‘ขนมกล้วย’ เป็นพิเศษ ด้วยความหนึบนุ่มหอมกล้วย ปิดท้ายให้ได้ข้อสรุปว่าอาหารไทยสวยงามแค่ไหน
#FoodmasterWongnai
0 Like0 Comment


