- หน้าแรก
/
- ข้าวหน้าปลาไหล • วิธีทานแบบแรก ข้าวกับปลาไหลเดิมๆ ครับ ร้าน Maruyahonten - Shinsakae


ข้าวหน้าปลาไหล • วิธีทานแบบแรก ข้าวกับปลาไหลเดิมๆ ครับ
ร้านข้าวหน้าปลาไหลแบบ Hitsumabushi ใกล้ๆ โรงแรมผมพักที่โรงแรม Nagoya Tokyu Hotel ซึ่งเป็นโรงแรมที่มีคนไทยมาพักกันเยอะนะครับ
ร้านนี้ถือว่าใกล้โรงแรมมากเลยครับ เดินออกมาราวๆ 200-300 เมตรไปทางขวาเท่านั้น
สำหรับเมืองนาโกย่าแล้ว อาหารที่ขึ้นชื่อ ใครๆ ก็พูดถึงคงไม่พ้น
ข้าวหน้าปลาไหลสไตล์นาโกย่า (Hitsumabushi)
ซึ่งวัฒนธรรมการกินข้าวหน้าปลาไหลของที่นี่จะมีลักษณะเฉพาะตัว
หลายๆ ท่านอาจทราบอยู่แล้วนะครับ ขอเล่าให้ท่านที่ยังไม่ทราบได้ทราบอีกทีละกันครับ
ข้าวหน้าปลาไหลของนาโกย่านี้ มีความพิเศษแตกต่างจากข้าวหน้าปลาไหลทั่วไป
ตรงที่ปลาไหลจะถูกนำมาย่างให้เกรียมเล็กน้อย ผิวกรอบหน่อยๆ
ปรุงรสด้วยซอสดำสูตรเฉพาะของแต่ละร้าน (จุ่มแล้วย่าง) หั่นและวางโปะมาบนข้าวญี่ปุ่น
ที่ใส่ไว้ในถังไม้ เสิร์ฟมาพร้อมเครื่องเคียง ได้แก่ วาซาบิ ต้นหอมซอย สาหร่ายแห้ง น้ำซุป
และยังมีผักดอง ไม่รู้ร้านอื่นเหมือนร้านนี้หรือเปล่านะครับ จะมีใบอะไรซักอย่างผมลืมชื่อ
ที่ชอบเอามาประดับซูชิ ซอยมาด้วยครับ หอมมากๆ
เมื่อได้รับเซทข้าวหน้าปลาไหลแล้ว ก็ใช้ไม้พายและถ้วย เริ่มบรรเลงการทาน
ข้าวหน้าปลาไหลสไตล์นาโกย่าได้เลยครับ โดยมีวิธีการ 4 แบบ ดังนี้
แบ่งข้าวหน้าปลาไหลออกเป็น 4 ส่วน
ตักส่วนแรกทั้งข้าวและปลาไหลลงในถ้วยเปล่า
และทานข้าวหน้าปลาไหลย่างที่ได้มาโดยไม่ต้องใส่เครื่องเคียงใดๆ
จะได้ลิ้มรสชาติข้าว, ปลาไหล ผิวกรอบนอกนุ่มใน และซ้อสของทางร้านอย่างเต็มที่
ส่วนที่ 2 ให้ใส่เครื่องเคียงที่ให้มา (สาหร่ายแห้งเค้าให้มาในซองสีเงินๆ นะครับ)
คลุกเคล้าให้ทั่วและรับประทานโดยเล็งให้ในหนึ่งคำ มีส่วนผสมทุกอย่างด้วยนะครับ
บอกเลยว่า "โคตรหอม"
ส่วนที่ 3 ใส่เครื่องเคียงและใส่น้ำซุปลงไปด้วย คราวนี้จะได้ทานข้าวต้มเครื่องหน้าปลาไหล
คล่องคอมากครับ เพราะน้ำซุปเค้าอร่อยกลมกล่อม แถมกลิ่นหอมจากเครื่องเคียงก็ไม่ลดน้อยลงด้วย
เลือกทานส่วนที่เหลือส่วนสุดท้ายตามแบบที่ชื่นชอบจาก 3 วิธีการด้านบนครับ
จำทั้ง 3 วิธีนี้ให้ดีนะครับ เพราะถ้ามานาโกย่าแล้วทานข้าวหน้าปลาไหลแบบนี้ไม่เป็น
จะโดนเค้าล้อเอาได้ว่า "ไม่ทำการบ้านก่อนมาเลยนะตัวเธอว์" ^_^
สำหรับไข่หวานที่ถ่ายรูปลง คุณนายสั่งมาให้ลูกสาวนะครับ
ไม่ได้ชิมเลยเพราะมัวเพลิดเพลินกับข้าวหน้าปลาไหลอยู่
ทำการบ้านมาจากไทยล่วงหน้าตั้งนาน เลยตั้งใจทานไปหน่อยครับ
สำหรับร้านที่ขึ้นชื่อที่สุดในเมืองนี้คงไม่พ้นร้าน Horaiken ครับ
แต่ว่าได้ข่าวว่าคิวยาววววววว มาก รอกันจนหายหิวไปเลยก็มี
ผมเลยว่าร้านนี้อยู่ใกล้โรงแรม แม้จะมีที่นั่งเพียง 6 ที่
แต่คนญี่ปุ่นเค้าไม่ทานอาหารกันเอ้อระเหยครับ
รีบทาน ทานเสร็จแล้วก็รีบออก เอื้อเฟื้อให้คนอื่นๆ ได้ทานต่อ
และผมเชื่อว่าคนที่เป็นพ่อครัวในญี่ปุ่น
มีความใส่ใจในการทำอาหารเป็นพิเศษ เพื่อให้ลูกค้าได้ทานอาหารที่ดีที่สุดที่เค้าทำได้
ผมเลยคิดว่าความอร่อยไม่น่าจะแพ้กันเท่าไหร่
ถ้าได้ไปนาโกย่าคราวหน้าและมีเวลา
จะไปลองทานที่ร้านดังให้ได้นะครับ แล้วจะมารีวิวให้ทราบอีกทีว่าต่างกันขนาดไหน ^_^
สรุปแว่... มาทานเหอะครับ ร้านนี้ คิวไม่ยาว ถึงมีคิวก็รอไม่นานครับ
เท่านี้ผมก็ว่าอร่อยคุ้มค่าที่บินมาทานถึงนี่แล้วแหละ ใกล้ที่พักด้วย
ทาน 2 คน กับ 1 เด็กน้อย 6,245 เยนครับ (ประมาณ 2,050 บาท)
6 Likes0 Comment


