4.5
14 เรตติ้ง (12 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 11:30
เมนูของร้าน Ki Izakaya หลังสวน
ร้านอิซากายะบรรยากาศดีๆ ที่มีทั้งดีล BRW และชุดอาหารกลางวันราคาประหยัดด้วยค่ะ#Wongnaisongkran2023 Ki Izakaya - ร้านอิซากายะบนชั้น 9 ของโรงแรมสินธร เคมปินสกี้ กรุงเทพฯ (Sindhorn Kempinski Hotel Bangkok) นี้นอกจากจะเป็นร้านที่เหมาะกับจะมาแฮงเอาท์กันยามเย็นตามแบบฉบับอิซากายะทั่วไปแล้ว ช่วงมื้อกลางวันที่นี่ยังมี Lunch Set ที่ราคาสูสีกับร้านตามห้าง แต่เพิ่มเติมดีเทลและความประณีตสมฝีมือเชฟโรงแรมอีกด้วย เราเลยขอแวะมาจัดมื้อใหญ่กันที่นี่ตอนกลางวันกันค่ะ บรรยากาศที่นี่เรียบหรูแบบร้านญี่ปุ่นร่วมสมัย แถมด้วยวิวสวยๆแบบพาโนรามาเกือบรอบด้าน ชวนให้มานั่งชิลล์กันยาวๆไปเลย ✅ Ki Lunch Set 490- net ✅ เซ็ตเมนูอาหารกลางวันแบบนี้มีให้สั่งทุกวัน (ไม่เว้นเสาร์-อาทิตย์ด้วยนะ) ตั้งแต่เวลา 11.30-15.00 น. โดยจัดชุดอาหารเป็น 2 ประเภทให้เลือก คือ Niku Set และ Sakana Set ชวนให้นึกถึงอาหารกลางวันในโรงเรียนของโต๊ะโตะจังที่มีทั้ง “อาหารจากภูเขา” และ “อาหารจากทะเล” เลย ในทุกเซ็ตจะประกอบไปด้วยสลัด + ซุป+อาหารจานหลัก (เลือก 1 อย่าง) + ข้าว + ชาเขียวร้อน 1 กา หรือชาเขียวเย็น 1 แก้ว (ไม่รีฟิล) ค่ะ 🍖 [Niku Set] สลัดของเซ็ตนี้เป็นสลัดสาหร่ายราดน้ำสลัดงาแบบญี่ปุ่น เสิร์ฟพร้อมกับซุปมิโสะใส่เห็ด ส่วนอาหารจานหลักเลือกได้ระหว่างเนื้อวัว / หมู / ไก่ เราสั่ง 2 ชุด เลือกไป 2 อย่างนี้ ➡️ Beef Kushi ➡️ Pork Shogayaki เนื้อย่างเสียบไม้หรือ Beef Kushi นั้นใช้เนื้อวากิวออสเตรเลียส่วนสะโพก (Rump) ซึ่งเป็นเนื้อส่วนรองที่มีไขมันน้อย ความนุ่มปานกลาง เคี้ยวสู้ฟันหน่อยๆ ไม่ถึงกับละลายในปาก พอสมควรกับราคานั่นล่ะค่ะ ทานกับหัวไชเท้าฝนและซอสพอนสึก็เข้ากันดีใช้ได้เลย ส่วน Pork Shogayaki ก็คือเนื้อหมูสไลด์บางผัดกับขิงและหัวหอม เมนูนี้เนื้อหมูนุ่มมาก ปรุงรสได้ประณีตกลมกล่อม ชอบค่ะ 🐟 [Sakana Set] ชุดนี้มีสลัด Kaisen ที่นำผักสลัดมาใส่ปลาดิบ ไข่กุ้ง ราดน้ำสลัดยูสุ เสิร์ฟมากับ Fisherman’s Soup (ซุปมิโสะใส่หอยแมลงภู่และกุ้งสดตัวโตๆ) และอาหารจานหลักที่มีตัวเลือกเป็น แซลมอน / ซาบะ / ของทอด เราเลือกไป 2 อย่างนี้ค่ะ ➡️ Salmon Harasu Yaki ➡️ Mix Fry (Crab Cream Croquette / Prawn / Shiromi) แซลมอนชิ้นหนาย่างมาสุกกำลังดีไม่แห้งเกินไป ท็อปมาด้วยไข่ปลาแซลมอนที่ช่วยเพิ่มรสชาติให้อร่อยขึ้นอีก ส่วนของทอดก็ทำได้ดี แป้งกรอบไม่อมน้ำมัน ส่วนน้ำจิ้มที่นี่จะเอาซอสทาร์ทาร์มาผสมใส่ซอสทงคัตสึในถ้วยเดียวกันเลย แต่ก็มีเลมอนฝานมาช่วยตัดเลี่ยนได้นะ ✅ เมนู A la carte (ราคายังไม่รวม VAT และ Service Charge)✅ ➡️ Assorted Sashimi (690-) เมนูซาชิมิที่นี่เป็น Chef’s selection ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปได้ในแต่ละวัน สำหรับมื้อนี้เราซื้อเป็นดีล Wongnai Bangkok’s Restaurant Week ไป เชฟจัดมาให้เป็นแซลมอน ซาบะ และทูน่าส่วนเนื้อลีน เนื้อปลาสดใช้ได้ค่ะ ➡️ Hotate Kani Negitoro Don (450-) เป็นข้าวด้งที่โปะหน้าหอยเชลล์ชิ้นเบิ้ม ปลาโทโร่บดละเอียด เนื้อปูหิมะฉีกฝอยๆ และไข่ปลาแซลมอนสดเต่ง ถึงถ้วยจะเล็ก แต่ความฟินคืออัดแน่นเลยจ้า ➡️ Chicken Yakitori (190-) ➡️ Okura (90-) งานปิ้งย่างเสียบไม้ของที่นี่ทำได้โดดเด่นสมกับที่เป็นร้านอิซากายะ ยกเสิร์ฟมาบนเตาถ่านฮิดะอุ่นๆ ชิมแล้วได้กลิ่นย่างอวลทุกคำ เนื้อไก่ใช้เป็นส่วนสะโพกนุ่มๆหมักยูสุหอมสดชื่น ฝักกระเจี๊ยบก็กรอบหวานทานง่าย เด็ดจริงไรจริงพูดเลย ✅ ของหวาน (ราคา 150++ บาท ทุกเมนู) ✅ ➡️ Orange Cheesecake เป็นชีสเค้กแบบ no-bake สไตล์ญี่ปุ่นที่อร่อยแบบตะโกน ได้รสครีมชีสเต็มๆ เนื้อเบานุ่ม เบสเป็นครัมเบิ้ล ท็อปด้วยชิ้นส้มเชื่อมหอมหวาน ดีงามมากๆ ➡️ Purin (Japanese Custard Pudding/Berry Compote) ชอบมากพอๆกับชีสเค้กแบบรักพี่เสียดายน้อง เลยต้องกินมันทั้ง 2 อย่างล่ะค่ะ ตัวคัสตาร์ดอร่อยดี แถมยังท็อปมาด้วยผลไม้สดตระกูลเบอร์รี่แบบล้นๆ ให้รสเปรี้ยวที่ตัดกับความหวานของขนมได้ลงตัว สดชื่นสุดๆ ➡️ Japanese Rice Pudding (Risotto Rice & Vanilla / Mango Sorbet / Mango Meringue) เมนูนี้น่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากข้าวเหนียวมะม่วงของไทยเรานี่ล่ะ แต่เปลี่ยนข้าวเหนียวเป็น risotto ทานกับไอศกรีม sorbet รสมะม่วง และแผ่นเมอแรงค์รสมะม่วงกรอบๆหวานๆ อันที่จริงก็รสชาติใช้ได้ แต่เรายังชอบข้าวเหนียวมะม่วงของจริงมากกว่าน่ะค่ะ ➡️ Matcha & Red Beans ไอศกรีมชาเขียวกับถั่วแดงกวนนี่เป็นของหวานสุดคลาสสิกที่ร้านอาหารญี่ปุ่นแทบทุกร้านต้องมี ของที่นี่ก็โอเคอยู่นะ... อ่านต่อ
5 Likes0 Comment
photo