4.2
14 เรตติ้ง (14 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 18:00
Escudo Supper Club
15 สตรอเบอร์รี่
ชิลล์เอาท์สุดเก๋ติดริมน้ำปิง พร้อมฟังดนตรีสดเจ๋งๆ ฟังแล้วโดนใจทุกวัยร้านเนื้อที่กว้างขวางติดริมน้ำปิง ตกแต่งสไตล์อินดัสเทรียลดิบๆ ที่ล้วนคุมโทนด้วยสีน้ำตาลเทา แบ่งออกเป็น 3 โซน ตั้งแต่ย่างก้าวเท้าเข้ามาในร้านจะพบกับส่วน Warehouse ที่อยู่รอบๆ บาร์ค็อกเทล ซึ่งเหมาะสำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว จิบค๊อกเทลชิลล์ๆ พร้อมฟังดนตรีสดตั้งแต่เวลาสามทุ่มครึ่ง รับประกันเสียงอันไพเราะทั้งเพลงไทยและสากล จากวง The Gimmick หรือจะแฮงเอาท์ตามความสำราญกันได้เลย ขยับเข้ามาข้างในอีกนิดจะพบกันส่วน Terrace เป็นมุม Outdoor วิวสวยๆ ติดริมน้ำปิง อีกทั้งยังสามารถมองเห็นบรรยากาศภายในร้านได้อย่างทั่วถึง เดินเลาะฝั่งขวามาอีกหน่อยจะเป็นส่วน Riverside ใกล้ชิดริมน้ำปิง มีทางเดินลงให้สัมผัสลมโกรกเย็นๆ เหมาะแก่การจูงมือคนพิเศษมาเติมเต็มความโรแมนติกที่สุด แต่จะพิเศษมากกว่านี้ ถ้าได้เลือกจิบไวน์จากในห้องเก็บไวน์ชื่อโดนใจอย่าง I Can't Tell You Why (Wine) เป็นที่มาจากชื่อเพลงของวง The Eagle "Fifteen EATERY & WINE" เมนูของที่นี่เป็นอาหารฟิวชั่นที่เน้นรสชาติฉบับแบบไทย และทุกเมนูล้วนจัดตกแต่งมาอย่างสวยงามบนจานทุกจานจากฝีมือเชฟที่อยากนำเสนอหน้าตาเก๋ไก๋เหมือนในโรงแรม แต่ในราคาที่ทุกคนสามารถเอื้อมถึงได้ สำหรับเมนูเด่นมีหลากหลายตั้งแต่เมนูเรียกน้ำย่อย “ปอเปี๊ยะปูอัดอบชีส” (130 บาท) เสิร์ฟมาในแก้วไวน์อย่างสวยสะดุดทุกสายตา พร้อมความหอมแตะจมูกของปอเปี๊ยะทอดไส้ปูอัดผัดเนยใส่เชดด้าชีสที่ไหลเยิ้มข้างใน และอาจจะต้องสะดุดปลายลิ้นกับซอสมายองเนสรสหวานมันกลมกล่อม แฝงไปด้วยรสชาติวาซาบิอ่อนๆ ที่อาจจะต้องติดใจและสั่งเพิ่มอีกจาน เมนูต่อมาก็เช่นกัน “ซุปคะน้าหมูกรอบ” (130 บาท) คะน้าที่นำไปปั่นผสมกับเครื่องเทศต่างๆ จนได้รสชาติเค็มๆ มันๆ มีกลิ่นหอมของคะน้าและส่วนผสมเด่นชัด ทานคู่กับแคบหมูหรือจะตักซดทานทีละคำก็ยังได้ และสำหรับคนที่รักสุขภาพ “สลัดไก่ฮาวาย” (170 บาท) เสิร์ฟมาในผลสับปะรด เด่นด้วยเนื้อไก่ที่นำไปกริลล์บางๆ โปะอยู่บนผักสลัดนานาชนิดที่ราดด้วยน้ำสลัดรสละมุน เมนูจานหลักก็โดดเด่นไม่แพ้กัน อย่าง “ริบอายสเต็กซอสเห็ด” (420 บาท) สเต็กเนื้อโพนยางคำ เนื้อส่วนริบอายชิ้นโตที่มีไขมันแทรกอยู่ในเนื้อเยอะ เสิร์ฟมาในกระทะร้อนๆ กลิ่นหอมๆ ย่างมาแบบชุ่มฉ่ำ ที่เห็นแล้วอยากคว้ามีดรีบมาหั่นทันที ยิ่งได้ทานคู่กับซอสเห็ดสูตรเฉพาะทางร้านยิ่งเข้ากันเป็นอย่างดี เนื้อปลาก็ไม่น้อยหน้า กับ “สเต็กทูน่า” (320 บาท) ส่งกลิ่นหอมโชยเมื่อได้วางบนโต๊ะ เพียงแรกพบเมื่อได้สบสายตาเนื้อปลาทูน่า เทกเจอร์หรือเนื้อสัมผัสมันชั่งเย้ายวนใจเสียเหลือเกิน ด้วยความละเมียดละไมในการกริลล์มาแบบบางๆ พอให้ด้านนอกสุกเกรียมนิดๆ จึงออกมาหน้าตาล่อตาล่อใจ ทานคู่กับ Garlic Butter Lemon Cream Sauce รสมันๆ เปรี้ยวๆ ปิดท้ายด้วยของหวาน “ช็อกลาวา+ไอศกรีม” เสิร์ฟมาในถาดไม้ยาว ลาวาที่ถูกอัดแน่นไปด้วยดาร์กช็อคโกแลตฉ่ำเยิ้มอยู่ด้านใน พร้อมที่จะระเบิดออกมาให้ได้ทานอยู่ตลอดเวลา ในส่วนของเมนูค๊อกเทลมีให้เลือกมากมายตามใจชอบ แต่ที่อยากแนะนำให้ได้ลิ้มลองกันสุดๆ นั้น รสชาติแต่ละตัวล้วนถูกใจถูกปากนักดื่มแน่ๆ เริ่มกันที่ “15 ซามูไร” (200 บาท) วอดก้าสีเขียวเข้มที่มาพร้อมกับผลสับปะรด และผลไม้สดหั่นเป็นลูกเต๋า รสชาติหวานนุ่มของเมล่อนและพีช ถ้าใครชอบความเข้ม สุขุม นุ่มลึก แนะนำเป็น “15 โกลด์มาการิต้า” (170 บาท) สีทองอร่ามที่มากับห่วงสีทองคล้องแก้ว หรือถ้าชอบหวานเปรี้ยวหวานสดใสลองชิม “15 สตรอเบอร์รี่” เหล้าจินที่มีกลิ่นหอมของผลจูนิเปอร์ผสมผสานกับรสหวานนิดๆ ของสตรอเบอร์รี่ลิเคียว หรือจะเป็นค๊อกเทลสไตล์วิทยาศาสตร์ “15 แล็ป วอดก้า” (200 บาท) รสชาติเปรี้ยว หวาน ซาบซ่าละม้ายคล้ายบลูฮาวายแต่เสิร์ฟมาในหลอดทดลองวิทยาศาสตร์ แถมมี Dry Ice เพิ่มควันเท่ๆ ให้ดูคูลสุดๆ ไปเลย แต่ถ้าใครมาเป็นคู่ขอแนะนำเป็น “Sweet Fifteen” (190 บาท) ค็อกเทลกลิ่นกล้วยและมะพร้าวที่มีโซ่คล้องไว้ ให้คู่รักต้องดื่มร่วมกันเหมือนความรัก ที่ต้องประคับประคองกันไป (เกี่ยวแขนสลับยกดื่มยิ่งโรแมนติกเข้าไปใหญ่) ถ้าคุณเป็นคนที่ชื่นชอบกิน-ดื่ม ที่ร้าน "Fifteen EATERY & WINE" อาจจะกลายเป็นลิสต์อันดับต้นๆ ของคุณก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร เครื่องดื่ม บรรยากาศ หรือดนตรีสด ล้วนครบองค์ประกอบทั้งสิ้น การเดินทางมาร้านก็ไม่ได้หาอะไรยากเย็น เพราะอยู่ข้างร้าน Goodview Chiangmai นั่นเอง **สามารถจอดรถที่ปั๊มน้ำมันเก่าตรงข้ามร้าน บัตรจอดรถสามารถใช้ร่วมกับร้านกู้ดวิว โดยแลกเครื่องดื่่มได้ตามเงื่อนไข ทุก ๆ วันที่ 15 ของเดือน ลดราคาอาหาร 15 % ทุกเมนู**... อ่านต่อ
2 Likes0 Comment
photo