4.0
1 เรตติ้ง (1 รีวิว)
พระราชวังค่าเข้าชม: EUR 10/คน
บรรยากาศ Castelo de São Jorge
บรรยากาศเดินตามกำแพง ชมหอคอย
มาเดินย้ำรอยเท้าของเหล่าอัศวินและนักรบครูเสด สำรวจปราสาทยุคกลางสัญลักษณ์ของเมือง Lisbonปราสาท Castelo de São Jorge (St. George's Castle) แห่งนี้จัดเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญที่หลายๆคนยกให้เป็นสัญลักษณ์ของเมือง Lisbon เลยทีเดียว ทั้งความเก่าแก่และความสำคัญในฐานะป้อมปราการหลักของเมือง ทั้งทำเลที่ตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเนิน Castelo ซึ่งเป็นจุดที่สูงที่สุดของกรุง Lisbon ที่ทำให้ชื่นชมทิวทัศน์ของเมืองได้รอบทิศ รวมไปถึงสวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพรรณไม้พื้นเมืองของโปรตุเกสไว้มากมาย และ Camera Obscura ที่มีความน่าสนใจทางด้านวิทยาการ ทำให้กลายเป็นจุดต้องแวะของย่าน Castelo – Alfama เลยล่ะค่ะ ****- History -**** ในสมัยศตวรรษที่ 5 นั้นชาว Visigoths ได้สร้างป้อมปราการเล็กๆขึ้นบนพื้นที่แห่งนี้ ต่อมาในสมัยศตวรรษที่ 11 ชาวมัวร์ได้ทำการก่อสร้างเติมแต่งจนกลายเป็นปราสาทใหญ่โต และได้กลายเป็นป้อมปราการแห่งสุดท้ายของชาวมัวร์ก่อนจะพ่ายแพ้ให้กับกองทัพฝ่ายคริสเตียนที่นำทัพโดยกษัตริย์องค์แรกของโปรตุเกสคือ Afonso Henriques (King Afonso I) ร่วมกับนักรบครูเสดจากยุโรปทางตอนเหนือในปี ค.ศ. 1147 ที่นี่จึงเป็นเสมือนอนุสรณ์แห่งชัยชนะของยุค Reconquista ซึ่งเป็นช่วงที่กองทัพของฝ่ายคริสเตียนได้ตีชิงเมืองต่างๆใน Iberian Peninsula กลับคืนมาจากการยึดครองของชาว Moors ได้นั่นเอง ปราสาทแห่งนี้ได้ถูกใช้เป็นที่พำนักของกษัตริย์โปรตุเกสมาหลายยุคสมัย และได้มีการต่อเติมสร้างพระราชวัง Royal Palace of the Alcáçova ขึ้นในปี ค.ศ. 1502 อีกด้วย ในปี ค.ศ. 1755 เหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งยิ่งใหญ่ได้ทำลายปราสาทแห่งนี้จนกลายเป็นซากปรักหักพัง และได้มีการซ่อมแซมฟื้นฟูขึ้นบางส่วนในภายหลัง รวมถึงมีการก่อสร้างอาคารต่างๆเพิ่มเติม สภาพของ Castelo de São Jorge ที่เราเห็นในปัจจุบันนี้จึงเป็นสภาพเดียวกับในช่วงทศวรรษที่ 1930’s ภายหลังการบูรณะแล้วนะคะ ****-การเดินทาง-**** วิธีเดินทางที่สะดวกและเป็นที่นิยมมี 2 ตัวเลือก คือ: ● ป้ายรถที่ใกล้ที่สุดคือป้าย Castelo มีรถเมล์สาย 737 ผ่าน ● ป้ายรถ Miradouro Santa Luzia มีรถ Tram สาย 28E ผ่าน ต้องใช้เวลาเดินขึ้นเนินราวๆ 5-10 นาที เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์นั่งรถ Tram สายเก่าสุดคลาสสิกของ Lisbon หรือมีแพลนที่จะแวะจุดชมวิวMiradouro de Santa Luzia และ Miradouro das Portas do Sol ก่อนไปที่ปราสาทค่ะ ****- Opening Times-**** อ้างอิงข้อมูลจาก http://castelodesaojorge.pt/site/en/tickets-schedule-and-information/ ปี 2019 โดย Last Admission ต้องไปถึงอย่างน้อย 30 นาทีก่อนเวลาปิดนะคะ ● 1 November – 28 February | 9.00 – 18.00 (Closed – December 24, 25 and 31 and January 1) ● 1 March – 31 October | 9.00 – 21.00 (Closed – May 1) ● Camera Obscura | 10h00 – 17h20 (Subject to weather conditions) ****-จุดที่ต้องแวะชม-**** [กำแพงชั้นนอกและบริเวณโดยรอบ] เมื่อผ่านประตูใหญ่เข้ามา ก็จะเห็นลาน Praça d'Armas หรือ Palace Ground ที่มีอนุสาวรีย์ของกษัตริย์ Afonso I ตั้งอยู่โดดเด่น โดยรอบมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม บริเวณริมกำแพงตลอดแนวเป็น View point ที่ทางฝั่งตะวันตกนั้นเห็นไปได้ไกลถึงรูปปั้นพระคริสต์ “Cristo Rei” ที่อืกฝั่งของแม่น้ำ Tagus เห็นสะพานสีแดง Ponte 25 de Abril ชัดเจนเลยทีเดียว [บริเวณสวน] จัดเป็นสัดส่วน มีกำแพงกั้น มีประตูเข้าออก ในสวนตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับสวยงาม มีรูปปั้นวางตกแต่งตามมุมต่างๆ และนกยูงเดินกรีดกรายกันหลายตัว น่าชมมากค่ะ บริเวณนี้จะมีทั้งร้านขายของที่ระลึกเล็กๆและห้องน้ำให้ด้วยนะ [Castle] ตัวปราสาทนั้นต้องผ่านประตูเข้าไปอีกชั้น เป็นลักษณะปราสาทแบบป้อมปราการยุคศตวรรษที่ 11 ที่มีหอคอยถึง 11 ยอด สามารถเดินไต่กำแพงหนาๆ ปีนชมหอคอยหามุมสวยๆถ่ายรูปได้เพลินสุดๆ โดยหอคอยสำคัญๆที่ควรเข้าชมก็เช่น Torre de Menagem (Tower of the Keep), Torre do Haver ou do Tombo (Tower of Riches or Trumbling Tower), Torre do Paço (Tower of the Palace), Torre da Cisterna (Tower of the Cistern) และ Torre de São Lourenço (Tower of St. Lawrence) เป็นต้น [Camera Obscura] Camera Obscura นี้เป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ออกแบบโดย Leonardo Da Vinci ตั้งอยู่ใน Black Chamber ใน Torre de Ulísses (Tower of Ulysses) ค่ะ หน้าตาเป็นแผ่นกลมๆขนาดใหญ่ สะท้อนภาพของเมือง Lisbon ทั่วทั้งมุมเมืองแบบ Real time โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาเปิดเครื่องแล้วหมุนๆให้เห็นภาพสะท้อนมุมโน้นมุมนี้ของเมืองแล้วก็อธิบายคร่าวๆเกี่ยวกับสถานที่ต่างๆในภาพ เรื่องความสวยงามนั้นสู้ไปดูของจริงกับตาไม่ได้อยู่แล้ว แต่ที่เด่นคือความน่าสนใจของเจ้าเครื่อง Camera Obscura อันยักษ์นี้มากกว่า การฉายภาพจะแสดงเป็นรอบๆในภาษาอังกฤษ โปรตุเกส และสเปน โดยรอบภาษาอังกฤษจะมีทุกชั่วโมงที่เวลา (.00) ตั้งแต่ 10.00 -17.00 น. ค่ะ [Archeological Sites] เป็นบริเวณที่ขุดพบซากปรักหักพังในยุคต่างๆ ไล่มาตั้งแต่สิ่งก่อสร้างยุคศตวรรษที่ 7 ซากบ้านเรือนของชาวมัวร์จากกลางศตวรรษที่ 11 และส่วนหนึ่งของพระราชวัง Royal Palace of the Alcáçova ที่ถูกทำลายโดยแผ่นดินไหว พื้นที่นี้จะไม่ได้ให้ลงไปเดินใกล้ๆ แต่จะสร้างเป็นกำแพงล้อมรอบให้เดินชมจากบนกำแพงได้ ส่วนตัวเดินดูก็รู้ว่าสำคัญและมีคุณค่า แต่ไม่ได้สวยงามน่าชมเท่าไหร่ คือดูแล้วก็จินตนาการไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร ถ้าใครอยากทำความเข้าใจให้ลึกซึ้งก็ต้องรอชมให้ตรงรอบที่มี Guided tour ซึ่งมีหลายครั้งต่อวันนะคะ แถมอีกนิดว่ากำแพงด้านที่อยู่ในส่วน Archeologocal sites นี้จะมีประตู Martim Moniz Gate อยู่ ซึ่งมีตำนานกล่าวไว้ว่าในสงครามช่วงชิงปราสาทนั้นอัศวินชาวโปรตุเกสชื่อ Martim Moniz ได้เสียสละชีวิต เอาร่างตัวเองกั้นขัดประตูบานนี้ไว้ทำให้ทหารชาวมัวร์ปิดประตูไม่ได้ จนทหารคริสเตียนตามมาบุกทลายเข้าไปตีปราสาทสำเร็จ จึงตั้งชื่อประตูตามอัศวินท่านนี้ไว้เพื่อเป็นเกียรติ หน้าตาก็ประตูธรรมดาๆนี่ล่ะ ไม่ได้สลักเสลาสวยงามอะไรเลย แต่ถ้าอินกับตำนานก็น่ามองหาดูนะ ****-Best time to go-**** สำหรับ Guided Tour รอบๆปราสาทนั้นจะมีวันละ 3 รอบ คือ 10.30 น. (ภาษาโปรตุเกส) / 13.00 น. (ภาษาอังกฤษ) / 16.00 น. (ภาษาสเปน) ค่ะ ดังนั้น.... ● สำหรับคนที่อยากเรียนรู้เรื่องราวของประวัติศาสตร์ซึ่งน่าจะทำให้การมาเที่ยวที่นี่น่าสนใจขึ้นอีกมาก ก็ควรกะเวลามาให้เจอทัวร์รอบ 13.00 น. แต่ก็ต้องเผื่อใจไว้ว่าคิวจะยาว คนจะเยอะล้นหลาม ต้องเสียเวลาเที่ยวไปกับการต่อคิวไม่ใช่น้อย ยิ่งถ้าเที่ยว High Season อย่างหน้าร้อนนี่ช่วงเที่ยงคนต่อคิวยาวไปตามถนนจนสุดเนินกันเลยค่ะ ● สำหรับคนที่เที่ยวแบบต้องทำเวลา ก็ควรมาช่วงเช้าตรู่ช่วงที่เพิ่งเปิด ของเราไปตอน 9 โมงเช้าพอดี ขนาดเป็นช่วง peak season ยังไม่มีคิวเลย ต่อแถวสั้นๆซื้อบัตรเดินเข้าได้ชิลล์ๆ ต่างกับคิวช่วงสายๆแบบฟ้ากับดิน ซึ่งก็ต้องแลกกับการต้องเดินชมโดยไม่มีไกด์อธิบาย แต่บางจุดอย่าง Camera Obscura ก็เข้าชมรอบ 10.00 น. ได้แบบพอดีๆ ถือว่าลงตัวมากๆ ● ใครสองจิตสองใจ อยากทัวร์แบบมีไกด์ตอนใกล้บ่ายโมงแต่ขี้เกียจต่อคิวยาว หาซื้อตั๋วแบบ Skip the line ตาม websites ของเอเจนต์ต่างๆแล้วปริ๊นท์มาเลยก็อาจช่วยได้ระดับนึง แต่จะมีชาร์จค่าธรรมเนียม และถึงจะไม่ต้องต่อคิวซื้อตั๋วแล้วก็ยังอาจต้องต่อคิวตอนจะเข้าอีกทีอยู่ดีล่ะนะ ****-The Verdict-**** ด้วยความที่เป็นปราสาทยุคเก่าที่อยู่คู่ Lisbon มาตั้งแต่สมัยของชาว Visigoths แถมยังผ่านการถูกทำลายโดยแผ่นดินไหวมาก่อน เรื่องความสวยงามจึงไม่ได้ถือว่าโดดเด่นเมื่อเทียบกับปราสาทที่สภาพสมบูรณ์กว่าอีกหลายๆแห่งในยุโรป แต่ก็ได้ความตื่นตาตื่นใจกับความแข็งแรงกว้างใหญ่ของปราสาทแบบยุคกลาง ยิ่งเมื่อรับรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่เก่าแก่ยาวนานก็ยิ่งน่าสนใจ ถ้ามาเที่ยว Lisbon แล้วพอมีเวลาก็น่าแวะค่ะ... อ่านต่อ
48 Likes0 Comment
photo