- หน้าแรก
/
- Watermelon, Feta, and Tomato Salad ร้าน Homeburg


Chef’s Table ที่มีจุดขายคือเบอร์เกอร์Homeburg
เพิ่งได้ไปทานมื้อเย็นที่ร้าน Homeburg มาค่ะ จริงๆ แล้วขอออกตัวก่อนว่าไม่ใช่คนชอบกินเบอร์เกอร์เลย นานๆ จะอยากกินขึ้นมาที (maximum ปีละ 2 ครั้ง) เลยไม่เคยคิดจะจองร้านนี้ด้วยตัวเอง รอบนี้เพื่อนชวนเลยขอแปะไปลองหน่อยละกัน
Homeburg เป็นร้านของเชฟไทกิผู้หลงใหลในการทำเบอร์เกอร์และวิทยาศาสตร์ของการทำเบอร์เกอร์เป็นอย่างมาก ร้านอยู่ต้นซอยสุขุมวิท 53 จอดรถแปะๆ เอาในซอยได้ เป็นร้านแนว Chef’s Table นั่งเคาน์เตอร์แบบริงไซด์ เสิร์ฟมาเป็น tasting menu ค่ะ
จานแรกที่เสิร์ฟมาหน้าตาน่ารัก Murakami มากๆ เชฟบอกว่าคอร์สนี้ชื่อ Muracornmi ด้านล่างเป็น garlic bread กรอบๆ ส่วนข้างบนเป็น Corn Soup Sphere ใส่เข้าปากไปเลยทั้งคำ ส่วนจานถัดมาเป็นสลัดแตงโม Feta Cheese และมะเขือเทศ อันนี้ไม่ได้ชิม ยกให้เพื่อนไปเพราะไม่กินแตงโม 😆
ถัดมาเป็น Crystal Beef Taco อันนี้น่าสนใจดีเพราะแทนที่จะใช้ taco shell แบบปกติ เชฟเอาแป้งเท้ายายม่อมกับแป้งมันฝรั่งมาต้มกวนจรเป็นแป้งเปียก เกลี่ยให้เป็นแผ่นบางๆ แล้วเอาไปอบด้วยความร้อน 160 องศาก่อนแป๊บนึงแล้วค่อยลดไฟเหลือ 130 องศายาวๆ ไปอีก 3 ชั่วโมง อันนี้เก๋ดี อบได้สีใสสวยค่ะ
จานต่อไปเป็นจานที่เราชอบ เป็น Steak Plate ที่ร้านใช้เนื้อส่วน Denver Cut เป็นพาร์ทนึงของ Chuck อยู่ด้านล่างสุด (มันคือ Zabuton ที่คุ้นเคยกันเวลาสั่ง yakiniku) เป็นส่วนที่มันแทรกเยอะและนุ่มที่สุดใน Chuck Roll แต่ด้วยความที่เป็น Chuck และเชฟไม่ได้เอาไป sous vide เลยยังพอได้เคี้ยวนิดหน่อย รสชาติเนื้อเข้มข้น seasoning มาพอดี ทำมา perfect medium-rare เสิร์ฟมากับ Brussel Sprout ทอดคลุกซอสน้ำปลาหวาน มันฝรั่ง Pumpkin Purée และ Beef Jus
แล้วก็เข้าสู่ signature ของร้านซึ่งก็คือ Burger ค่ะ เสิร์ฟมาสองแบบ อย่างละครึ่งอัน แบบแรกคือ Prototype 1 ใส่ Pickled Jalapeños, Crispy Bacon, Dashi Cheese, Pickles มาด้วยกับแบบที่สองคือ Emily Burger ของร้าน Emily ที่ Brooklyn ซึ่งจริงๆ เป็นร้านพิซซ่าแต่มีเมนูดังคือเจ้า Emily Burger นี่ล่ะค่ะ เชฟไทกิเลยเอามาทำในรูปแบบของตัวเองบ้าง อันนี้จะมี Caramelized Onions (ซึ่งเชฟบอกว่าใส่สไปรท์ลงไปด้วย?!) Dashi Cheese และซอสโคชูจัง
Beef Patties ของร้านนี้ทอดมาได้ชุ่มฉ่ำดีเลยค่ะ ที่ชอบคือตัว burger bun เค้าที่ใช้ shokupan เลยมาแนวนุ่มแต่ไม่หนักเหมือนถ้าใช้ brioche ที่ร้านกริลล์ขนมปังมาได้ขึ้นครัสท์กรอบนานดีมาก ถามเชฟว่าทำยังไง เค้าบอกว่ากริลล์ไฟอ่อนแต่ใช้เวลานานๆ เอา โดยรวมเราชอบ Emily Burger มากกว่าตัว Prototype เพราะชอบ Caramelized Onions และรู้สึกว่าตัวนี้รสจัดและเข้มข้นกว่าตัวแรก
ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือ Ultrasonic Fries อันนี้คือชอบที่สุดของคอร์สเลย เป็น fries ที่เอาไปเข้าเครื่อง ultrasonic ที่ปกติเอาไว้ล้าง jewelry ประมาณชั่วโมงครึ่งก่อนเอาไปทอด ข้างนอกกรอบมาก ข้างในเนียนละเอียดเหมือนมันบดเลย เป็น one of the best, if not the best, fries I’ve ever had เลยค่ะ อร่อยมาก
Palate cleanser ก่อนเข้าขนมเป็น Chocolate Bonbon ด้านในเป็น mango syrup และ menthol ซึ่งยกให้เพื่อนไปเหมือนกันเพราะไม่กินมะม่วง ส่วนขนมมี component 3 อย่างคือซอร์เบท์เก๊กฮวย ซอร์เบท์แอปเปิ้ล และ Tofu Brûlée โรยด้วยผงมัทฉะ ขนมเบาๆ ดี ชอบตัวเต้าหู้ ปิดมื้อแบบไม่หนักไป
โดยรวมถือว่าเป็นมื้อที่สนุกมากค่ะ เชฟคุยเก่ง ตั้งใจอธิบาย มีความเนิร์ดที่ถามอะไรไปก็ตั้งใจตอบให้หมดทุกรายละเอียด ชอบสเต็กและ Fries มากสุดในมื้อ อิ่มไปนิดเพราะปกติเจอเบอร์เกอร์จะจอดง่าย แต่ใช้วิธีกินไปนิดนึงแล้วก็กินแต่เนื้อเอา ไว้อยากกินเบอร์เกอร์อีกเมื่อไหร่จะแวะไปใหม่ค่ะ : )
ป.ล. ร้านรับได้รอบละ 8 คน มีสองรอบคือ 5PM กับ 8PM ถ้าเสาร์อาทิตย์มีเปิดรอบ 2PM เพิ่มอีกรอบนึง ถ้าจองไปแนะนำให้รีเควสท์ที่นั่งหน้าเตาเลยค่ะ อ้อ ที่ร้านไม่คิด corkage charge ด้วย
#lmwn
0 Like0 Comment



