- หน้าแรก
/
- รูป The Brasserie Holiday Inn Bangkok Silom Hotel


มุมอาหารญี่ปุ่น
The Brasserie หนึ่งในซีรีส์อาหารในโรงแรมที่น่าสนใจ แต่กลับแสนธรรมดาไปหน่อย @The Brasserie Holiday Inn Bangkok Silomอาหารในโรงแรมแบบบุฟเฟ่ต์สำหรับผมเป็นของชอบมากเลยทีเดียว เพราะด้วยบรรยากาศที่ไม่ต้องเร่งรีบ และการบริการอีกทั้งโต๊ะที่นั่งก็เป็นส่วนตัวเงียบสงบ ผมจึงมักมองหาโปรโมชั่นของตามทางโรงแรมต่างๆ ที่มักมีข้อเสนอในแบบที่น่าสนใจ สำหรับที่นี่ก็เช่นกันจากที่เคยมาทานในมื้อค่ำวันนี้มาปรับเปลี่ยนบรรยากาศเป็นมื้อกลางวันแทนตามที่ข้อเสนอทางโรงแรมจัดมาหละครับ เลยเป็นที่มาของการมายังที่โรงแรมนี้เป็นครั้งที่ 2
- The Brasserie เป็นห้องอาหารที่อยู่ภายในตัวโรงแรม Holiday Inn Bangkok Silom เปิดบริการในแบบบุฟเฟ่ต์รอบกลางวันและรอบค่ำ ในแบบไม่จำกัดเวลาซึ่งตรงนี้เองที่เป็นจุดที่ผมชอบบุฟเฟ่ต์ในโรงแรม เพราะมันไม่ต้องรีบเร่งค่อยๆ นั่งทานไป เป็นการผ่อนคลายที่ดีทีเดียวครับ การเดินทางมาที่นี่ผมแนะนำรถไฟฟ้าบีทีเอสครับลงสถานีสุรศักดิ์ แล้วเดินย้อนมาทางเส้นสีลม หรือพี่วินมอเตอร์ไซด์ดีที่สุดครับ เพราะว่ารถแถววนี้มักติดมากกกกบางทีก็เป็นวันเวย์เยอะ เลยไม่ค่อยอยากแนะนำเท่าไหร่ เดินมาประมาณสิบนาทีก็จะถึงตัวโรงแรมแล้วหละครับ
- บรรยากาศของ The Brasserie ถ้ามาตอนค่ำผมว่าจะดีกว่านี้เพราะความโรแมนติกมันจะต่างกันเยอะครับ วันนี้ผมมาตอนกลางวันเลยกลายเป็นห้องอาหารธรรมดาๆ ไป พวกไลน์อาหารต่างๆ ก็จัดได้ตามระเบียบของพวกโรงแรมมาตรฐานทั่วไปหละครับ ช่วงกลางวันนี่ลูกค้าเกือบเต็มห้องอาหารเลยนะครับ เลยทำให้ดูคึกคักเป็นพิเศษ บ โดยรวมแล้วบรรยากาศธรรมดาไปหน่อยของมื้อกลางวันที่นี่ครับ
- การบริการของ The Brasserie สุภาพเรียบร้อยเก็บจานเปล่าว่องไวดีเรียกว่าบนโต๊ะก็จะไม่มีจานกองไว้เลยครับ ได้ตามมาตรฐานของโรงแรมอยู่แล้ว ในส่วนของการสั่งอาหารที่ปรุงใหม่ ก็ทำตามใจลูกค้าได้ดีครับ ห้องอาการนี้ในพวกไลน์ของเทปันมักทำเป้นสต็อกไว้ แล้วลูกค้าตักเองซึ่งจุดๆ นี้ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ควรจะเป็นทำใหม่ๆ ให้ลูกค้าเห็นเลยน่าจะดีกว่า เพราะอย่างน้อยจะสามารถระบุความสุกของเนื้อสัตว์ต่างๆ ได้ว่าลูกค้าต้องการแบบไหน เป็นต้นครับ เหมือนมุมพาสต้ายังทำสดๆ ใหม่ๆ มันเลยทำให้ดูน่าทานกว่าที่ทำไว้แล้วครับ
- คุณภาพอาหารและราคา The Brasserie ต้องบอกว่าแพงไปหน่อยครับกับมื้อกลางวันที่ราคา 700 บาทที่ไม่มีซีฟู้ดเป็นหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์อย่างเดียว มีที่ดูน่าสนใจก็ "แซลมอนซาชิมิ" เท่านั้นเอง ไลน์อาหารมีไม่มากเท่าไหร่ครับ ซึ่งบางมุมแค่เดินผ่านก็แทบไม่อยากดูเลยว่ามีอะไรบ้าง ผมจะไล่เรียงลำดับจากด้านในสุดจนจบไลน์เรียงตามลำดับเลยนะครับ
++ มุมอาหารไทย ทั้งๆ ที่เป็นโรงแรมที่ส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่พักซะส่วนใหญ่ กลับทำมุมอาหารไทยดูเหี่ยวเฉาไปหน่อย เท่าที่ผมดูแว๊บๆ ก็จะเป็นพวก ลาบเป็ด, น้ำพริก แล้วก็ผักที่ดูเก่าๆ ไม่น่าสนใจเท่าไหร่ครับ และผมเลยไม่สนใจที่จะตักชิมเลยหละครับ
++ มุมอาหารญี่ปุ่น ซึ่งก็จะมีพวกชูโรงแค่ "แซลมอนซาชิมิ" เท่านั้นน้อกนั้นก็เป็นปูอัดที่แสนธรรมดา ข้าวปั้นก็หน้าปูอัด แซลมอนซึ่งข้าวเยอะไปหน่อย แต่มีอร่อยอยู่อย่างนึง เป็นทาร์ตปูอัดและเนื้อปู อันนี้อร่อยดีนะครับ แต่ปล่อยให้อาหารแหว่งๆ แลดูไม่ค่อยน่าตักเท่าไหร่ (ดั่งภาพที่ถ่ายมา)
++ มุมสลัด ก็จะเป็นแบบตักเองแล้วก็มีน้ำสลัดต่างๆ ให้เราคลุกเคล้าเอง อันนี้ผมก็ผ่านไป เพราะว่ามันไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่ครับ
++ มุมพาสต้า ตรงนี้จะดีหน่อย เพราะทำใหม่ให้สดๆ โดยเราเลือกเส้น เลือกสูตรว่าต้องการทานแบบไหน ซอสครีมอะไร ผมเลยเลือกสปาเกตตี้คาโบนาร่า ที่เป็นยอดนิยมรสชาติอร่อยดีเลยครับ ตัวซอสครีมอร่อยดีโรยชีสเองตามใจชอบมุมนี้ถือว่าโอเคครับ
++ มุมเทปันยากิ มุมที่ดีที่สุดของห้องอาหารนี้และน่าสนใจ ผมยกให้มุม "เทปันยากิ" คือทั้งซุ้มทั้งโชว์กรรมวิธีการทำมันดูน่าสนใจครับ ถือว่าเป็นไฮไลท์แล้วหละสำหรับผมหนะนะ แต่เนื้อมีให้เลือก แค่เนื้อวัว, หมู, และไก่ เท่านั้น เห็นว่ามื้อเย็นจะมี แซลมอน แต่จริงๆ กลางวันก็น่าจะเพิ่มปลาอย่างน้อยก็ปลาดอรี่ก็ยังดีนะครับ ส่วนนี้ผมเลยเลือกแต่เนื้อมา รสชาติเครื่องปรุงอร่อยมากๆ เลยครับ แต่เสียดายที่เนื้อเหนียวมากตอนทานต้องใช้มีดตัดเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเคี้ยว ขนาดสั่งเป็นแบบ Rare ก็ยังคงเหนียวเหมือนกันครับ แต่ด้วยความอร่อยยังไปขอให้ปรุงถึงสองรอบเลยทีเดียว
++ มุม Hot Dish มุมนี้ก็ค่อยยังชั่วหน่อยมีอาหารหลายชนิดที่น่าสนใจ น่าจะสลับสับเปลี่ยนเป็นประจำในแต่ละวันนะครับ อย่างวันนี้ที่ผมเห็นเด็ดๆ หน่อยก็คือ Gratin Seafood, อกเป็ดอบซอสส้ม, หมูอบราดซอสเกรวี่ อะไรทำนองนี้ครับ ซึ่งชอบ Gratin Seafood มากที่สุด เพราะเนื้อซีฟู้ดสดชิ้นใหญ่ตัวครีมอร่อยดีมากเลย
++ มุมซุปประจำวัน จะมีวันละสองอย่างให้เลือกวันนี้ที่ผมเจอก็เป็นต้มยำรวมมิตรน้ำใส, และซุปหัวหอมครับ ต้มยำธรรมดาปกติผมชอบต้มยำนะครับ แต่ที่นี่รสชาติไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ถ้วยเดียวแล้วพอครับ
++ มุมผลไม้ตามฤดูกาล ก็เป็นพิมพ์นิยมครับ มะละกอ, สับปะรด, แตงโม ฟรุตสลัด และแอปเปิ้ลเขียว ที่ผมหยิบแค่ มะละกอ เท่านั้นซึ่งก็หวานสดอร่อยดีครับ
++ มุมของหวาน ต้องบอกว่าอลังการมาก แทบจะเรียกว่าเยอะมากเทียบเป็นอัตราส่วนแล้วของหวานที่นี่ 2 : 5 ของอาหารคาวเลยครับ เค้กนานาชนิดหลากหลายรสชาติ เจลลี่, ทาร์ตต่างๆ ,มูสท์, คัสตาร์ด โหยเยอะอะ และยังมีไอศกรีมสไตล์โฮมเมดวันละ 2 รสชาติ วันนี้ได้ชาเขียวกับเชอร์เบทส้ม มีคุกกี้อีกแล้วก็ซอสราดไอศกรีม ท็อปปิ้งอย่างอัลมอนด์, ลูกเกด ผมว่าไปๆ มาๆ ของหวานดีกว่าของคาวซะงั้น
เสร็จสิ้นกันไปครับกับไลน์อาหารทั้งหมด ซึ่งผมเองไม่ได้ชิมทุกเมนูเพราะมันไม่ค่อยน่าสนใจเท่าไหร่หละครับ
- มุมมอง Metto ภาพรวมแล้วยังได้มาตรฐานแต่แค่อาหารยังหลากหลายน้อยไป รสชาติกลางๆ ราคาสำหรับมื้อกลางวันจ่ายที่ 700 บาทผมว่ามันแพงไปกับอาหารเท่านี้ครับ ผมจำได้ว่าที่เคยมาครั้งก่อนมื้อค่ำ มันดีกว่านี้เยอะ ไม่คิดว่ากลางวันจะแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด (ที่ว่าดีกว่านี้เพราะถ้าไม่ประทับใจยังไงมื้อไหนก็คงไม่กลับมารอบสองอีกครับ) แนะนำให้คงต้องพึ่งคูปองที่หาซื้อได้จากเวปไซต์ชื่อดังคงเหหมาะสมกว่า อย่างที่ผมได้มาวันนี้ก็เป็นราคา 399 บาท แม้จะไม่ได้ผิดหวังอะไร แต่ขนาดราคานี้ ผมว่าผมคงไม่กลับมาอีกครับ ลองสุ่มเสี่ยงไปตามโรงแรมอื่น อาจจะเจอสักวัน คงเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ จะดีกว่าคร้าบบ
สำหรับวันนี้สวัสดีครับ (27 August 2014)
บทความต่างๆ ที่บรรยายเป็นมุมมองส่วนตัวของผมเท่านั้น โปรดใช้วิจารณญานในการรับฟังและพิสูจน์ด้วยตัวท่านเองดีที่สุดคร้าบบบบ
Written By Metto
2014 Metto All Rights Reserverd.
12 Likes0 Comment
