4.4
23 เรตติ้ง (21 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในวันอาทิตย์ เวลา 18:00
เมนูของร้าน หลังบ้านเชฟ
[เชียงใหม่] เรารัก chef table ร้านนี้ <3“The Best of Me” เป็นชื่อ เชฟเทเบิ้ลคอร์ส ที่เราจะมาทานกับน้องกุลกันในวันนี้ครับ เราทานกันที่ “Chef House” หรือร้าน “หลังบ้านเชฟ” ซึ่งเป็นบ้านจริง ๆ อยู่รอบนอกของเชียงใหม่ แอบอยู่ติดคันนาสีเขียว และฟ้ายามโพล้เพล้สีสวย บอกเลยว่าบรรยากาศเหมาะกับการพาคนข้างๆ มาดินเนอร์ โรแมนติกสุดๆ ใครอยากตามมา ต้องโทรจองก่อนนะ เมนูจะเปลี่ยนไปเรื่อยตามช่วงของปี อย่างคอร์สที่เราทานจะเป็นช่วง Jun-Sep 2021 นะ เมื่อมาถึงเข้ามานั่ง settle down ที่โต๊ะจะมีสตาฟเข้ามา attend ซึ่งสุภาพ และช่วยเหลือดีมาก น้องเริ่มเสิร์ฟ “Welcome Drink” เป็นน้ำลิ้นจี่หวานสดชื่น ทำให้บรรยากาศการทานวันนี้ผ่อนคลายขึ้นเยอะ ลดความเหนื่อยจากการเดินทางเลย เราเลือกฟูลคอร์ส ราคา 1,850 บาทเนทต่อคน ซึ่งจะมีอาหารจัดมาอย่างปราณีต 14 จาน เราสังเกตว่าแต่ละจาน เราสามารถนิยามว่าเชฟต้องการอวดอะไร มาเริ่มกันเลย ดูซิว่าเราจะเดาถูกมั้ย 1.) “Amuse-Bouche” —> อวดหน้าตา เพราะแม้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อย แต่จัดมาได้สวยมีอิมแพ็ค ให้คนทานรู้ว่านี่กินเชฟเทเบิ้ลอยู่นะ คาดเข็มขัดนิรภัยได้แล้ว 2.) “Jewel Of The Sea” —> อวดความครีมมี่ เพราะหอยนางรมที่กินนี่ครีมมาก อร่อยหวานสดไม่คาว ไม่คิดว่าเราจะได้กินหอยนางรมอร่อยอันดับต้นๆของชีวิตที่เชียงใหม่ที่ห่างไกลทะเลเลย 3.) “Welcome Home” —> อวดลูกเล่นของรสชาติไทย เนื้อไก่สะเต๊ะนุ่มพอดี แต่เราว่าพระเอกของจานอยู่ที่น้ำจิ้มสะเต๊ะ ที่หวานนำ เผ็ดปลาย มีกลิ่นหอมๆลึกซ่อนอยู่ แตกต่างจากสะเต๊ะที่เคยกินมา จานนี้ชอบกลางๆ 4.) “The Bisque” —> อวดความ juicy เพราะเนื้อมะเขือเทศชนะรางวัลที่เชฟแสนจะภูมิใจ พอกินแล้วเหมือนระเบิดความ juicy ในปาก มันเข้ากับกลิ่นปูที่เตะจมูกในทุกคำที่เคี้ยว จานนี้เราชอบมาก 5.) “Thai Butter Squash Soup” —>อวดการทำซุปที่เหนือชั้น ซุปครีมมี่เข้มข้นและหอมมากจนแทบจะเลียจานถ้าไม่อายสตาฟ ดีมากเลย 6.) “Water Melon and Salmon Roll” —> อวดความคิดสร้างสรรค์ ที่เสิร์ฟแซลมอนกันแตงโม จานนี้แต่ละอย่างอร่อยตามแบบของมัน แต่เอามารวมกันแล้วรสชาติยากที่จะเข้าใจ เราเลยกลางๆ กับจานนี้ 7.) “Prawn Soba” —> เฮ้ย! จานนี้สุดยอดมาก! มันอูมามิ! เป็นจานที่ดูหน้าตาค่อนข้างธรรมดา แต่กล้าพูดเลยว่าเป็นเส้นโซบะที่อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา อร่อยกว่ากุ้งข้างๆที่แม้จะอร่อยเช่นกัน จานนี้เราชอบสุดๆไปเลย! 8.) “The Perfect Cook” จานนี้อวดการปรุงเนื้อเป็ดตามชื่อที่ตั้งมา อร่อยใช้ได้ แต่ด้วยความสัตย์จริง เคยกินที่ปรุงได้ texture เป็ดดีกว่านี้ ด้วยการตั้งชื่อมั้ง เลยทำให้เราอาจจะคาดหวังสูงไป 9.) “Scallop On The Coral” —> อวดความสดของทะเล เพราะหอยเชลล์ที่ปรุงได้พอเหมาะ สดและหวานเต็มคำมาก จานนี้ก็อร่อยสุดๆไปเลย 10.) “Sixty-Two C” —> อวดความหรูหรา เพราะฟรัวกราส์ชิ้นใหญ่และปรุงจนเพอร์เฟค ทำให้เราได้ความกรอบนอก นุ่มมีเดียมแรร์ใน กลิ่นดีมาก และน้ำซอสตัดเลี่ยนได้ดี โอย อยากกินอีก 11.) “Sphere and Rocher” เป็นของหวานที่ใช้ clean palate ก่อนเข้าเมนคอร์ส รสชาติดีและเปรี้ยวหวือหวาของ sphere ปลุกเราให้ตื่นขึ้น และความดาร์คชอคโกแลตของโรเชอร์ ทำให้ปรับเพดานพร้อมกับเมนคอร์ส 12.) “Stock Yard 200 Day Grain-Fed (50 G)” เมนคอร์สของวันนี้ เป็นเนื้อวัวที่ medium rare perfect cook มากๆ กลิ่นเนิ้อหอม สุกพอดี แต่สิ่งที่อร่อยกว่าคือ “snow fish” ที่เป็นเมนคอร์สที่เราแย่งน้องกุลกิน อันนั้นอร่อยขึ้นสวรรค์ไปเลย! ปิดท้ายด้วยของหวานคือ “Chef House Snow” ที่เป็นเชอร์เบตเปรี้ยวปรี๊ด และ “Berry Pana Cotta” ที่ทั้งหน้าตาและรสชาติดีงาม เป็นการปิดท้ายทิ้งทวนที่ happy ending สุดๆ คือมันเป็นประสบการณ์การทานโรแมนติกดินเนอร์ที่มีความพอดี เชฟเหมือนพาเรานั่งรถไฟเหอะด้านรสชาติได้อย่างกลมกล่อม บรรยากาศก็ดีงามมาก แนะนำให้มาสัมผัสซักครั้งจริงๆนะ <3... อ่านต่อ
5 Likes0 Comment
photo