ก๋วยเตี๋ยวเรือ ฤ (By ORANJII) สาขาสะพานควาย
ปิ้งย่างอาหารหลากหลาย อร่อยดี ชอบเลยจ้าร้านนี้เนื่องจากเราเป็นคนชอบทานปิ้งย่างอยู่แล้ว เห็น wongnai rewards มีให้แลก voucher ร้าน Oranjii 400 บาท ด้วยความว่องไวมากรีบกดแลกเลยค่ะ ถ้าใช้ voucher wongnai จะใช้ได้มากสุด 2ใบ/โต๊ะ และเราก็ได้รับอีเมลล์แจ้งเตือนดีลใกล้หมดอายุ ทีนี้ก็รีบหาวันเวลาไปใช้ดีลเลยค่ะ (ความจริงไม่ลืมหรอก ของชอบอยู่แล้ว อิอิ) ร้าน Oranjii อยู่ในซอยพหลโยธิน11ค่ะ เข้าซอยไปนิดเดียวร้านจะอยู่ทางขวามือ เป็นตึกแถวเล็กๆ1ห้อง ทางร้านไม่มีที่จอดรถนะคะ เราไปจอดรถที่คลินิกหน้าปากซอย แต่ถ้ามาช่วงหัวค่ำฟ้ามืดๆหน่อยแล้วแล้วสามารถจอดรถได้ริมถนนหน้าร้านเลยค่ะ ถนนในซอยก็ค่อนข้างเล็กนิดนึง (จอดเป็นฝั่งวันคู่ วันคี่นะคะ จะมีป้ายแจ้งวันและช่วงเวลาที่สามารถจอดได้) วันธรรมดาร้านเปิดเวลา 18.00-21.00 น. ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์ ร้านเปิดเวลา 12.00-21.00 น. เราไปถึงเวลาหกโมงเป๊ะพอดีเลย ด้านในมีลูกค้าประมาณ 2 โต๊ะแล้วค่ะ แนะนำว่าให้โทรมาจองก่อนนะคะเพราะว่าที่นั่งมีไม่เยอะมาก มาถึงก็แจ้งชื่อและจำนวนที่ พนักงานก็จะให้ไปนั่งที่โต๊ะเลยค่ะ เราเลือกทานแบบ Platinum Buffet 90 นาที 449 บาทค่ะ หลังจากนั้นคุณป้า(ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าของร้านรึป่าว อันนี้ไม่แน่ใจแฮะ ^^")ก็จะนำเมนูมาให้ดู ให้เราเลือกก่อนว่าต้องการเตาปิ้งแบบไหน และให้เราสั่งน้ำดื่มก่อนเลยค่ะ เตาของทางร้านมีหลายแบบ มีทั้งปิ้งย่างและชาบูในหม้อเดียวกัน หรือจะเป็นปิ้งย่างล้วนๆก็ได้ เราชอบทานปิ้งย่างอยู่แล้วเลยเลือกเป็นเตาหินภูเขาไฟค่ะ เพราะแปลกดี การสั่งอาหารของทางร้านไม่ยุ่งยากเลยนะคะ เราชอบ ทางร้านจะมีเมนูเคลือบพลาสติกแข็งและให้เราใช้ปากกาแบบ non-permanent เขียนเลขลงไปบนเมนูได้เลย ซึ่งก็มีการแยกประเภทของอาหารและสีของชนิดบุฟเฟต์ที่เราเลือกทาน ไม่งงเลยค่ะ ไม่ต้องเสียเวลาเปิดไปเปิดมาอีกต่างหาก ประหยัดกระดาษด้วยค่ะ เราสั่งไปมากมายหลายชนิดเลย ทั้งสันคอ,เบคอน,เนื้อต่างๆทั้งเนื้อน่องลาย เนื้อเสือร้องไห้ เนื้อหนอก เนื้อพิเศษโอเรนจิ เนื้อริบอาย เนื้อใบพาย รวมไปถึงเนื้อแกะ ทางร้านจะเสิร์ฟมาเป็นจานๆ ส่วนเนื้อทางร้านจะเรียงมาในถาดใหญ่ๆอย่างสวยงามเลยค่ะ เรื่องรสชาติไม่ต้องพูดถึง อร่อยมาก เนื้อนุ่ม หอม ไม่เหนียว ทานโดยไม่จิ้มน้ำจิ้มก็อร่อย เราสั่งเนื้อไปทั้งหมด2-3รอบด้วยกันค่ะ คือฟินมาก ออเดอร์ไม่ตกหล่นนะคะ แต่จะค่อยๆทยอยมาจนบางอย่างลืมไปแล้ว แต่ก็โอเค เพราะไม่มีช่วงขาดตอนอะไร ลืมบอก...น้ำจิ้มมี 2 แบบ ใส่เหยือกน้อยๆวางบนโต๊ะ เราก็ลองทั้ง 2 อย่างเลย อิอิ เมนูทานเล่น เราสั่งเกี๊ยวกุ้งทอด หน้าตาภายนอกเหมือนเกี๊ยวซ่า แต่อร่อยนะคะ มันคือเกี๊ยวทอดอ่ะไม่ใช่เกี๊ยวซ่า พอมาเสิร์ฟรีบทานเลยค่ะ เดี๋ยวไม่ร้อนแล้วจะไม่ฟิน นอกจากนั้นรอบหลังเราสั่งไส้กรอกทอด,ไก่คาราเกะ และหอมทอด ทางร้านเสิร์ฟใส่ถ้วยเหล็กมาเลย น่ารักดี แต่พอทิ้งไว้นานๆมันทับๆกัน ไม่ร้อน ก็ไม่อร่อยนะคะ ไก่โอเคดี ส่วนอีกสองอย่างเราเฉยๆอ่า (คือทางร้านควรมีซอสมะเขือเทศมาเสิร์ฟคู่กันนิดนึงจะช่วยตัดเลี่ยนได้นะคะ) นอกจากนี้เราก็สั่งเมนูซูชิค่ะ ทางร้านจะเสิร์ฟมาช้อนละคำ เมนูนี้รอนานเลยแหละ เป็นเมนูที่สั่งจนลืม 5555 รสชาติก็ธรรมดาค่ะ ไอเดียการเสิร์ฟดีเลย น่ารัก แต่หน้าตาของซูชิไม่ค่อยสวยเท่าไรเนอะ ไม่แน่ใจว่าโชยุกับวาซาบิมีรึป่าวด้วย(เหมือนจะไม่มี) เครื่องดื่มของทางร้านเราสั่งมาแทบทุกอย่างเลย 55555 ที่แนะนำคือน้ำส้มค่ะ อร่อยสุดแล้วเราว่า, ชาเขียวเหมือนน้ำเปล่าใส่สีเขียวอ่อนๆ ไม่มีความเข้มข้นหรือมีกลิ่นชาเบาๆสักนิดเลย ส่วนน้ำแอปเปิ้ลมีกลิ่นแอปเปิ้ลนะคะ แต่สีเขียวเกินไป น่ากลัว 55555 นอกจากนั้นก็ธรรมดาทั่วไปค่ะ พอนั่งทานไปสักพักก็สั่งของหวานค่ะ ทางร้านมีไอศครีมให้เลือก 3 รส คือ รสช็อคโกแลต, ชาเขียว และมะนาว เราเลือก 2 รสแรกค่ะ ไอศครีมอร่อยดี ดูธรรมดาๆแต่ถ้ามีของหวานปิดท้ายมื้อบุฟเฟ่ต์ก็โอเคเลยนะคะ การบริการของพนักงานโอเคดีค่ะ ออเดอร์อาจจะช้าบ้างแต่ไม่มีตกหล่นเลย ส่วนเตาปิ้งที่เราเลือกความร้อนก็ออกเสมอ ไม่มีติดกระทะ โดยรวมมื้อนี้โอเคดีมาก ถูกใจมากค่ะ เนื้อก็มีคุณภาพ ไม่กั๊กของ มีเมนูให้เลือกเยอะแยะเลย... อ่านต่อ
21 Likes0 Comment
photo