- หน้าแรก
/
- รูป S'Mores Hunting Lodge Groove@CentralWorld


Black Pepper Chicken Wings
จุดไฟ ตั้งแคมป์ ปิ้งมาร์ชเมโลวกลางเมือง พร้อมทัพอาหารอเมริกันอร่อยๆอีกมากมายS’MORES HUNTING LODGE ร้านอาหารอเมริกันที่ชื่อร้านเป็นชื่อเมนูของมาร์ชเมโลวปิ้ง เมนูที่คนเมกันชอบทานเวลาที่ไปตั้งแคมป์กันกลางป่าเขา ร้านนี้เข้ามาที่ไทยก็ยังคงสไตล์ความเป็น camping ได้เป็นอย่างดีครับ หน้าร้านมีแคมป์และหมียักษ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของทางร้านตั้งตระหง่านอยู่ ส่วนบรรยากาศภายในร้านก็ยังคงสไตล์ความเป็นเมกันได้อย่างดีด้วยการตกแต่งร้านแนวยุคเก่าผสม cowboy ทำให้ร้านดูน่านั่งขึ้นเป็นกอง ร้านตั้งอยู่ใจกลางเมืองใน Groove ของเซ็นทรัลเวิล์ด แหล่งรวมร้านชิคๆมากมาย ที่สำคัญเปิดถึงดึก เหมาะกับการมานั่งดื่มพบปะสังสรรค์พร้อมรับประทานอาหารกับเพื่อนฝูงได้เป็นอย่างดีครับ จริงๆแล้วอาหารอเมริกันแนวนี้ไม่ค่อยจะเป็นแนวโปรดของผมสักเท่าไรครับ แต่วันนี้พอได้มาทานที่ร้านนี้แล้วต้องบอกว่าร้านนี้ทำให้ผมชอบได้ในหลายๆเมนู โดยเฉพาะเมนูสเต็กขาแกะที่ทานเสร็จแล้วแทบจะอยากจะสั่งเพิ่มในทันทีทันใด พร้อมกับมาร์ชเมโลวที่ไม่ต้องถ่อไปทานไกลถึงอเมริกาหรือแคนนาดาอีกต่อไปเพราะ เมนูนี้ได้มาถึงเมืองไทยเรียบร้อยแล้วครับ ใครที่อยากลองเมนูนี้หรือว่าชอบอาหารแนวนี้อยู่แล้ว ร้านนี้เป็นอีกร้านที่น่าสนใจมากๆในเซ็นทรัลเวิล์ดที่ไม่ควรพลาดครับ
[การเดินทาง]
ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 ของ Groove เซ็นทรัลเวิล์ด ร้านอยู่ด้านหน้าตรงข้ามกับทางเดิน skywalk ของรถไฟฟ้า BTS ถ้าเดินเข้ามายังโซน Groove จากห้างเซ็นทรัลเวิล์ดฝั่ง ZEN แล้วจะเจอร้านอยู่ทางซ้ายมือร้านแรกเลยครับ เห็นแคมป์ตั้งอยู่หน้าร้านละก็ไม่ผิดร้านแน่นอนครับ วิธีการเดินทางมายัง Groove สามารถใช้บริการรถไฟฟ้า BTS มาลงที่สถานีสยามหรือชิดลมแล้วเดิน skywalk เข้ามายังโซนห้างได้ หรือใครสะดวกขับรถมาก็มาจอดใน Groove หรือที่เซ็นทรัลเวิล์ดได้เลยครับ แล้วก็อย่าลืมนำบัตรมา stamp กับทางร้านด้วยนะครับ
[บรรยากาศ/การบริการ]
ร้านนี้ตกแต่งบรรยากาศได้เหมือนกับเราไปนั่ง camping อยู่ท่ามกลางธรรมชาติครับ ตัวร้านมีทั้งโซนในร้านแบบเป็นโต๊ะนั่ง แบบบาร์ และ outdoor สำหรับคนที่อยากสูบบุหรีหรือ hang out ด้านนอก ด้านในร้านค่อนข้างกว้างมีโต๊ะให้บริการอยู่เยอะพอสมควรครับ ส่วนที่บาร์ก็มีพนักงานให้บริการถึงที่ วันที่ผมไปทานลูกค้าค่อนข้างเยอะในช่วงค่ำๆครับ โดยที่ยิ่งดึกลูกค้าจะยิ่งเยอะโดยเฉพาะช่วงวันศุกร์และเสาร์ที่คนมานั่งชิวพักผ่อนหลังเลิกงานกันมากมาย การบริการของพนักงานวันนี้ทำได้ดีมากครับ ผู้จัดการร้านและหุ้นส่วนลงมาดูแลลูกค้าจากวงในเองเลย คอยมาอธิบายถึงความเป็นมาของร้านและเมนูอาหารต่างๆ พนักงานท่านอื่นๆก็คอยเติมน้ำเก็บจานให้ตลอด ผมเชื่อว่าพนักงานในร้านน่าจะบริการทุกๆโต๊ะได้ดีเช่นกันครับ ใครอยากรู้เรื่องร้านหรือเมนูต่างๆก็สามารถเรียกหาคุณจ๊อบที่เป็นผู้จัดการร้านได้เลยครับ
[รสชาติอาหาร/ความคุ้มค่า]
เรื่องอาหารทั้งหมดวันนี้ผมต้องขอบคุณทางร้านและเวปวงในมากครับที่เชิญผมให้มาร่วมทาน Tasting ในวันนี้ อาหารจัดเต็มมากทุกเมนู เสิร์ฟมาอย่างกับมากินสัก 20 คนได้ และทุกเมนูเป็นเมนู recommended ของทางร้านทั้งหมดเลย จะบอกว่าอาหารโดยรวมแล้วอร่อยมากครับ ที่ประทับใจมากๆก็คงจะเป็นสเต็กเนื้อวากิว และขาแกะ ส่วนสมอร์นั้นอร่อยสุดๆครับ ปิ้งกันสดๆ ทำกันสดๆ แล้วก็กินกันสดๆ ไม่ต้องถ่อไปกินไกลถึงอเมริกาอีกต่อไปแล้ว ร้านนี้เป็นอีกร้านที่ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าเป็นหนึ่งในร้านใน Groove ที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่งครับ
Smoked Duck Salad (240 บาท)
- เมนูนี้สลัดอกเป็ดรมควัน ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูแนะนำของทางร้านครับ อกเป็นรมควันสไลด์บางๆคลุกมากับสลัด rocket เนื้อส้ม Sunkist และมะเขือเทศเชอรี่ ราดมาด้วย balsamic dressing รสชาติเข้มข้น ก่อนทานก็แค่คลุกให้เข้ากันแล้วทานพร้อมกัน อร่อยมากครับ โดยเฉพาะอกเป็ดที่เนื้ออร่อยมาก หอม สลัดก็อร่อยเช่นกัน โดยรวมแล้วชอบมากครับ (4/5)
Snow Fish Burger (450 บาท)
- เมนูนี้เป็นเบอร์เกอร์ปลาหิมะทอดกรอบ ใส่ mozzarella cheese พร้อมกับร็อคเก็ต มีมีดปักอยู่ตรงกลางเบอร์เกอร์ไว้ให้แบ่งทานกันได้ ทางร้านเสิร์ฟมาพร้อมกับเฟรนฟรายและซอสมะเขือเทศให้ทานคู่กัน เบอร์เกอร์เนื้อนิ่มมาก ส่วนปลาหิมะก็ชิ้นใหญ่ทอดมาได้กรอบร้อนๆ ทานแล้วได้กลิ่นชีส mozzarella ยิ่งทำให้รสชาติเบอร์เกอร์อร่อยขึ้นไปอีกด้วยครับ (4/5)
Spicy Steak Rocket Salad (320 บาท)
- เมนูนี้เปนสเต็กเนื้อริบอายหั่นมาพอดีคำพร้อม seasoning คล้ายๆลาบรสชาติเผ็ดนิดๆมาด้วย เสิร์ฟมาบนร็อกเก็ต เนื้อริบอายอร่อยมาก นิ่มมาก seasoning ก็อร่อยมาก คลุกให้ทั่วกันทั้งจานก่อนทานผมว่ายังช่วยทำให้ร็อกเก็ตอร่อยขึ้นอีกด้วยครับ (5/5)
Truffle Fries (130 บาท)
- เมนูนี้เป็นเฟรนฟรายทรัฟเฟิลที่รสชาติทรัฟเฟิลชัดเจนมากครับ ทางร้านเสิร์ฟมาพร้อมกับซอสมะเขือเทศ และต้องขอบคุณพนักงานที่บอกให้รีบทานก่อนที่มันจะเย็นเพราะเฟรนฟรายที่นี่ชิ้นหนาอวบ รสชาติอร่อย เค็มๆมันๆ จิ้มซอสนิดหน่อยก็อร่อยแล้วครับ สมแล้วกับสโลแกน “What’s not to like? It does sound darn good”!! (4/5)
Lamb Bites (260 บาท)
- เมนูนี้เป็นเนื้อแกะแดดเดียวแล้วนำมาทอดเป็นสไตล์ไทยๆแบบบ้านเรา เสิร์ฟมาบนผัก เนื้อแกะไม่มีกลิ่น รสชาติไม่ค่อยต่างจากการทานเนื้อหมูหรือวัวแดดเดียวสักเท่าไรครับ ฮ่าๆ บางชิ้นแอบเหนียวไปหน่อยครับ (3/5)
Black Pepper Chicken Wings (180 บาท)
- เมนูนี้เป็นปีกไก่กลางทอดคั่วพริกไทยดำ เป็นอีกเมนูที่ฟิวชั่นมาเป็นสไตล์ไทยๆ เนื้อไก่ไม่นิ่มไม่แข็งมากเกินไปทานคู่กับ cocktail ซอสช่วยเพิ่มความอร่อยได้อีกด้วยครับ เมนูนี้เหมาะกับการสั่งมาทานเป็น appetizer ระหว่างรออาหาร main course ได้เป็นอย่างดีครับ (3/5)
Black Pepper Garlic Sirloin Served With Steam Rice (250 บาท)
- เมนูนี้เป็นข้าวผัดเนื้อเซอร์ลอยด์พริกไทยดำ เป็นหนึ่งในเมนูโปรดของผมในวันนี้เลยครับ เนื้อเซอร์ลอยด์นิ่มมาก ส่วนซอสพริกไทยดำที่ราดมาก็ชุ่มฉ่ำซะจนต้องเอาเนื้อเช็ดให้ไม่เหลือร่องรอยก่อนทาน ฮ่าๆ อร่อยมากครับ เอาไปคะแนนเต็มครับเมนูนี้ (5/5)
Grilled Fillet Steak (850 บาท)
- เมนูนี้พรีเมี่ยมสุดๆครับ เป็นเนื้อริบอาย 250g ที่ย่างมาแบบ Medium Rare เนื้อด้านในยังเป็นสีชมพูสวยงามเสิร์ฟมาพร้อมกับ Red Wine ซอส mash potato เห็ดย่าง ผักย่างไว้ทานคู่กันแก้เลี่ยน เนื้อสเต็กนุ่มมากๆๆๆๆ ใช้มีดตัดเบาๆก็ขาด ซอสไวน์แดงก็อร่อยมากครับ เข้ากันได้ดีสุดๆกับเนื้อสเต็ก โดยรวมแล้วชอบมากครับ (5/5)
Grilled Lamb Rack (650 บาท)
- เมนูนี้เป็นเมนูที่ผมชอบมากที่สุดในวันนี้ครับ ซี่โครงแกะย่างที่เสิร์ฟมาถึง 3 racks แต่บอกตรงๆครับว่าจุดนั้นแย่งกันกินมาก หมดอย่างว่องไว (ขอไม่เอ่ยนามนะครับใครอยู่ในวงบ้าง ฮ่าๆ) ทางร้านเสิร์ฟมาพร้อมกับ mash potato และ red wine ซอสให้ทานคู่กัน เนื้อแกะไม่มีกลิ่นเลย นิ่มและอร่อยมากๆ เป็นเมนูที่พลาดไม่ได้เลยครับ ต้องสั่งเลย #ขีดเส้นใต้ (ตามอ้อย) (5/5)
Pasta Tom Yum Goong (240 บาท)
- เมนูนี้เป็นเมนูฟิวชั่นระหว่างสปาเก็ตตี้และต้มยำกุ้งครับ ทางร้านใส่เครื่องจัดเต็มมากครับทั้งกุ้งตัวใหญ่ๆ ปลาหมึก หอย ที่สำคัญยังมีไข่กุ้งโรยมาด้านบนอีก รสชาติของเมนูนี้ถือว่าค่อนข้างโอเคเลยสำหรับการฟิวชั่นครั้งนี้ครับ รสชาติต้มยำชัดเจน แต่อาจจะยังไม่เผ็ดมากเท่าไร เพราะเข้าใจว่าทางร้านน่าจะขายฝรั่งด้วย ชอบอีกเช่นกันครับ (4/5)
Pasta Big Balls (320 บาท)
- เมนูนี้เป็นสปาเก็ตตี้ meatball ก้อนเบ้อเริ่มวางอยู่กลางจาน ทางร้านปรุงสปาเก็ตตี้ด้วยซอสมะเขือเทศ ผสมกับ Cherry Tomato กระเพราและกระเทียมครับ รสชาติของ meatball ผมได้ชิมไปนิดหน่อยถือว่าโอเคครับ ส่วนสปาเกตตี้ก็ถือว่าพอใช้ได้ครับ โดยส่วนตัวแล้วถ้าเทียบเมนูนี้กับต้มยำกุ้งผมชอบสปาเก็ตตี้ต้มยำกุ้งมากกว่าครับ (3/5)
Clam Chowder (180 บาท)
- เมนูนี้เป็นซุปหอยลายครับ ผมไม่ได้ลองทานเลย เพิ่งนึกได้ว่ามีเมนูนี้ด้วย ฮ่าๆ เหมือนมันจะมาไม่ถึงหน้าผมหรือเพราะผมสนใจแต่เนื้อ เนื้อ เนื้อ และเนื้อด้านหน้าอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้ ต้องขอโทษด้วยครับไม่ได้ทานเมนูนี้เลยไม่ได้ให้คะแนนนะครับ
S’mores Set (320 บาท)
- เมนูนี้เป็นพระเอกของงานนี้ครับเพราะว่าชื่อเมนูก็ชื่อที่มาของทางร้านนั่นเอง สมอร์เป็นการปิ้งมาร์ชเมโลวแล้วนำ cracker มาโปะแล้วราดช็อกโกแลตทาน คนอเมริกันและแคนนาดานิยมทานกันเวลาไปตั้งแคมป์ เมนูนี้ทางร้านจัดเต็มมาให้เลยครับ เพราะทางร้านจะเสิร์ฟเตาขนาดย่อมๆมาให้เราปิ้งกันเองเลย ในเซตนี้จะประกอบไปด้วย มาร์ชเมโลว Cracker ผลไม้ ช็อกโกแลต โดยที่เราสามารถนำไม้มาเสียบมาร์ชเมโลวแล้วลนไฟจนร้อนทั่วๆแล้วนำ Cracker มาแปะ ทั้งสองข้างพร้อมกับเติม topping ให้เรียบร้อยแล้วก็ราดซอสครับ เสร็จแล้วก็บีบ Cracker ให้แน่นๆหน่อยจนมาร์ชเมโลวแตกออกมาแล้วค่อยทาน รสชาติต้องบอกเลยว่าอร่อยมากครับ ต้องมาลองกันดูเองนะครับ (5/5)
Hunter’s Delight (290 บาท)
- เมนูเครื่องดื่มนี้เค้าบอกว่าเป็น “The healthiest alcoholic beverage ever” เพราะว่าเป็นแอลกอฮอลที่ทำจาก Pear, Fresh green apple และ Ginger cordial ครับ ผมไม่ได้ลองทานแก้วนี้ครับ
4th of July (370 บาท)
- เมนูเครื่องดื่มนี้มีสโลแกนว่า “Celebration at the Rim” เพราะว่าทางร้านนำขนมปอแป๊ะ (ที่ทานแล้วจะแตกดังแป๊ะๆในปากที่ตอนเด็กๆชอบทานกัน น่าเสียดายผมเกิดไม่ทันรุ่นนั้น ฮ่าๆ) พร้อมกับไฟเย็นที่ทางร้านจะจุดให้ก่อนทาน เมนูนี้เชื่อว่าเป็นเมนูที่คนไปตั้งแคมป์ชอบดื่มกันครับ แอลกอฮอล์ไม่ค่อยแรงมากเท่าไร รสชาติถือว่าอร่อยเลยครับ (4/5)
สุดท้ายนี้ใครอยากลองไปตั้งแคมป์ใจกลางเมืองหรืออยากหาร้านบรรยากาศชิวๆในเมืองนั่งพบปะสังสรรค์หรือทานอาหาร ลองมาที่ร้านนี้ดูครับ รับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอนครับ ขอบคุณทางวงในและทางร้านอีกครั้งสำหรับอาหารมื้อนี้ครับ
60 Likes0 Comment


