4.0
1 เรตติ้ง (1 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในวันจันทร์ เวลา 12:00
เมนูของร้าน Umamido Antwerp
มาลองราเมนสไตล์ฝรั่ง - รสชาติแบบ East meets West นี่ก็อร่อยแบบมีเอกลักษณ์ดีนะUmamido ร้านที่ชื่อมีความหมายว่า “The Way of the Savoury” นี้เป็นร้านราเมนสัญชาติเบลเยี่ยมที่มีสาขาอยู่ในหลายเมืองด้วยกัน โดยที่ Antwerp – เมืองที่ขึ้นชื่อเรื่องเพชรน้ำงามและงานศิลปะของ Peter Paul Rubens – ก็มีร้านนี้อยู่ถึง 2 สาขา สาขาที่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวที่สุดนั้นคือสาขา Antwerp (South) นี้ค่ะ สำหรับเราแล้วการมาชิมราเมนที่ต่างประเทศนอกทวีปเอเชีย นอกจากจะทำให้พอแก้อยาก หายคิดถึงไปได้แล้ว ยังได้สัมผัสกับประสบการณ์แปลกๆใหม่ๆสไตล์ East meets West ซึ่งเกิดจากการผสมผสานวัฒนธรรมการกินของ 2 ซีกโลกเข้าด้วยกันอีกด้วย (อันนี้บางครั้งก็เกิดจากข้อจำกัดด้านวัตถุดิบบ้างอะไรบ้างนะ) อย่างเช่นที่ร้าน Umamido ซึ่งเน้นความเชี่ยวชาญด้านราเมนแบบจริงจัง มีการเคี่ยวน้ำซุปกัน 24-48 ชั่วโมง แต่ในแง่รสชาติ ทางร้านก็บอกไว้ชัดเจนว่าเป็น Japanese Flavours with a Local Twist น่าสนใจทีเดียวค่ะ ****-ทำเลที่ตั้ง / บรรยากาศ-**** ที่ตั้งของร้านนี้อาจจะไม่ได้อยู่ที่ศูนย์กลางของแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ในเมืองซะทีเดียว แต่ก็อยู่ในระยะพอเดินถึง มีรถสาธารณะผ่าน มีลานจอดรถขนาดใหญ่อยู่ใกล้ๆ และอยู่ติดกับ The Royal Museum of Fine Arts Antwerp – ที่ซึ่งรวบรวมผลงานของ Paul Rubens ไว้เป็น Collection ใหญ่ จัดว่าทำเลดีงามระดับนึงทีเดียวค่ะ บรรยากาศภายในร้านนั้นพอจะเห็นความแตกต่างจากร้านราเมนที่บ้านเราอย่างชัดเจน อย่างแรกคือต้องมีที่นั่งทั้ง indoor และ outdoor (เพราะฝรั่งชอบนั่งอาบแดดกลางแจ้งจ้ะ) ส่วนภายในร้านก็ดูเก๋ไก๋มีดีไซน์ ตกแต่งด้วยไม้เป็นหลัก ใช้โทนสีขาวสะอาดตา มีภาพวาดลายเส้นเพ้นท์ไว้บนผนัง และมีดอกไม้สดประดับอยู่ทุกโต๊ะ ดูแอบ Feminine เล็กๆ เป็นคนละอารมณ์กับร้านราเมนบ้านเราที่ตกแต่งแบบเน้นฟังก์ชั่นการใช้งานและพื้นที่ใช้สอยเป็นหลักน่ะค่ะ พนักงานและเชฟในร้านก็ไม่มีการตะโกนกันเสียงดังๆแบบเจแปนิสสไตล์อย่างที่คุ้นเคย โดยรวมแล้วเลยให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลาย น่านั่งชิลล์นั่งแช่คล้ายร้านแบบ café นั่นเอง ****-เมนูที่สั่งมาลอง-**** ● Gyoza (ราคา 8 ยูโร) – เป็นเกี๊ยวซ่าไส้ไก่ เสิร์ฟร้อนๆมา 6 ชิ้น มีรอยไหม้นิดๆแต่ไม่ขม ไส้ยัดมาแน่น น้ำจิ้มรสชาติถูกต้องตามต้นฉบับญี่ปุ่น ขาดแต่ไม่มีน้ำมันพริกให้เติม โดยรวมจัดว่าอร่อยเลยล่ะค่ะ ชอบๆ ● Tonkotsu Ramen (ราคา 15 ยูโร) – ราเมนที่นี่ชามโต๊โตแถมเครื่องจัดเต็ม หมูชาชูนี่เรียงมาเป็นแผง มีไข่ยางตูม ถั่วงอก ผัก และที่แปลกคือใส่ถั่วแระญี่ปุ่น (Edamame) มาอย่างเยอะ ดูสมราคาทีเดียว เส้นราเมนใช้เป็นเส้นใหญ่เหนียวนุ่มกำลังดี ที่แอบตกใจคือซุปดูข้นมาก แว่บแรกนึกเลยว่าถ้าเป็นซุป Tonkotsu แท้ๆที่เคี่ยวได้ข้นขนาดนี้นี่มันต้องเลี่ยนและหนักท้องมากแน่ๆ ปรากฏว่าพอลองชิมดูก็มีเซอร์ไพรส์ คือน้ำซุปไม่ได้เนื้อหนักและมีความเหนียวปากจากไขมันสัตว์อย่างราเมนสูตรต้นตำรับหรอกค่ะ แต่ได้รสแบบซุปราเมนปนกับกลิ่นรสแบบครีมซุปของฝรั่ง มีกลิ่นนมนิดๆและหอมงา สรุปคือที่เห็นทั้งขาวทั้งข้นนั้นส่วนหนึ่งได้มาจากเติมครีมลงไปนี่เอง (แอบทุ่นแรงนี่นา...5555) ซึ่งแม้จะแตกต่างจากรสที่คุ้นเคย แต่มันอร่อยนะ ได้รสชาติที่เข้ากันดีและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวดีทีเดียว ติดใจเลยล่ะค่ะ ● Kara Miso Ramen (ราคา 15 ยูโร) – เมนูยอดนิยมของทางร้านที่เห็นมีรีวิวชื่นชมกันเยอะมากจนต้องขอสั่งมาลองซะหน่อย ทางร้านบอกว่า Miso ที่ใช้นั้นสั่งตรงมาจาก Hokkaido เลยทีเดียว ปรุงรสเผ็ดเล็กน้อยพอให้ชูรส ใส่ทั้งหมูและผักมาจัดเต็ม มีไข่ยางตูมให้เรียบร้อยเช่นเดียวกับชามที่แล้ว ชิมดูแล้วมีความรู้สึกว่า body ของน้ำซุปไม่เข้มข้นนัก เลยไม่สมดุลกับกลิ่นรสของ Miso ที่ค่อนข้างเด่นชัดเจนเกินหน้าเกินตาจนกลบรสของน้ำซุป สำหรับเราถือว่ากลางๆพอทานได้ แต่ปลื้มชามที่แล้วมากกว่ากันเยอะเลยค่ะ คิดว่าที่เมนูนี้ฮิตน่าจะเพราะถูกใจฝรั่งสายรักสุขภาพที่ไม่ชอบน้ำซุปข้นๆมันๆ แถมยังดีที่ใส่ผักมาให้ซะเยอะนี่เอง ● Mochi Ice Cream (ราคา 6 ยูโร) – โมจิไส้ไอศกรีม วันที่ไปเป็นรสบลูเบอร์รี่ มะม่วง และชาเขียว หั่นพอดีคำเรียงมาในจานสวยงาม ตัวไอศกรีมนี่ได้ดั่งใจมาก เนื้อเนียนแน่น รสชาติชัดเจน สดชื่น ปลื้มปริ่มสุดๆ ที่ประหลาดคือแป้งโมจิที่แม้จะนุ่มเหนียว แต่มันมีความหนืดหนุบกว่าแบบของญี่ปุ่นแท้ๆที่จะนุ่ม-นุ้ม-นุ่มกว่านี้น่ะค่ะ (ของที่นี่กินไปแล้วแอบนึกถึงขนมจอลลี่แบร์อยู่ตงิดๆ แต่นุ่มกว่านะ) ซึ่งที่จริงแล้วเราชอบแป้งแบบคลาสสิคดั้งเดิมมากกว่า แต่ความที่ไอศกรีมมันเด็ดมาก ก็เลยฟินอยู่ดีล่ะค่ะ ● Home-made Iced Tea (ราคา 4 ยูโร) – เป็นเครื่องดื่มสูตรโฮมเมดที่ร้านทำเอง ชิมแล้วได้กลิ่นชาเย็นหอมๆ มีกลิ่นคล้ายกระเจี๊ยบแทรกอยู่นิดๆ รสชาติอมเปรี้ยวอมหวานอร่อยมากๆ ดีงามโดดเด่นสมกับที่ทางร้านภูมิใจนำเสนอเลยนะ โดยรวมแล้วแม้รสชาติจะไม่ใช่ราเมนแบบญี่ปุ่นแท้ๆ (บางคนจะว่าไม่ authentic ก็ได้) แต่ทางร้านก็สามารถผสมผสานรสชาติได้ดี เป็นรสชาติเฉพาะตัวที่เรียกได้ว่าอร่อยและต้องใช้ทักษะฝีมืออย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ฉาบฉวยเอาใจนักท่องเที่ยว วัตถุดิบก็ล้วนแล้วแต่คุณภาพดี จัดให้เต็มๆไม่มีกั๊ก ฉะนั้นถ้าไม่ยึดติดกับราเมนรสชาติดั้งเดิม ร้านนี้ก็จัดเป็น Culinary Experience ที่น่าสนใจ ถ้าไปเที่ยวโซนนั้นก็น่าหาโอกาสแวะลองดูค่ะ... อ่านต่อ
59 Likes0 Comment
photo