4.6
2 เรตติ้ง (2 รีวิว)
พระราชวังค่าเข้าชม: EUR 8/คน
บรรยากาศ Quinta da Regaleira
บรรยากาศ
สวนร่มรื่นของเหล่านางไม้ แมนชั่นหลังงาม เส้นทางลับใต้ดินของลัทธิโบราณ และสวรรค์ของ Instagrammersในบรรดาแหล่งท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่งในเมือง Sintra นอกจากสถานที่ท็อปฮิตอย่างพระราชวังเปนา (Pena Palace) แล้ว ก็มี Quinta da Regaleira แห่งนี้นี่ล่ะค่ะที่สวยงามไม่แพ้กัน โดยมีเสน่ห์แตกต่างกันไปคนละแบบ ทำให้พลาดไม่ได้ทั้งสองแห่ง ยังไงๆต้องแวะซะทั้งคู่อย่าให้พลาด เปรียบเทียบง่ายๆว่าถ้า Pena Palace ทำให้นึกถึงปราสาทในเทพนิยายอย่างเจ้าหญิงนิทราหรือซินเดอเรลล่า - Quinta da Regaleira ก็ดูเสมือนหลุดออกมาจากนวนิยายแฟนตาซีของ J.R.R. Tolkien หรือ C.S.Lewis อาบไล้ด้วยความลึกลับที่เกี่ยวพันกับลัทธิและสมาคมลับต่างๆอันมีอยู่จริงในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่องค์กร Freemasons, Rosicrucians และเหล่าอัศวิน Templar ...แฝงเร้นไว้ในเชิงสัญลักษณ์ทั้งในรูปประดับและสิ่งปลูกสร้างทั่วอาณาบริเวณ นอกจากจะสวยงามแล้วก็ยังคงเป็นปริศนาให้คาดเดาความหมาย ชวนให้ฉงนฉงายอยู่จนปัจจุบัน เล่นเอาแฟนนิยายของ Umberto Eco และ Dan Brown อย่างเรานี่ขนลุกซู่เลยเชียว ****-ความเป็นมา-**** พื้นที่ซึ่งเป็นที่ตั้งของ Quinta da Regaleira นี้เดิมเคยเป็นของ Viscondessa da Regaleira และได้ถูกขายให้กับนักธุรกิจผู้ร่ำรวยคือ Antonio Augusto Carvalho Monteiro ในปี 1904 เนื่องจาก Monteiro นั้นมีความสนใจหลายแขนง เป็นทั้งนักพฤกษศาสตร์ นักเล่นแร่แปรธาตุ นักกีฏวิทยา และสมาชิก Freemason - เขาจึงว่าจ้างให้สถาปนิกชื่อดังคือ Luigi Manini ออกแบบปราสาท (หรือเรียกว่าแมนชั่นน่าจะตรงกว่า) และสวนโดยรอบตามความสนใจ, จินตนาการ และความเชื่อตามลัทธิต่างๆของเขา มีการผสมผสานศิลปะทั้งสไตล์ Roman, Gothic, Renaissance และ Neo-Manueline เข้าด้วยกัน Quinta da Regaleira จึงกลายเป็นสถานที่ที่ทั้งสวยงามและมีเอกลักษณ์น่าค้นหาอย่างที่เราเห็นทุกวันนี้ล่ะค่ะ ****-การเดินทาง-**** จากสถานีรถไฟ Sintra จะมีรถบัสของ Scotturb สาย 435 (Villa Express 4 Palaces) ที่จะออกทุกๆ 25 นาที ผ่านหน้า Quinta da Regaleira (ป้ายที่ 3 จากสถานี) ตั๋วราคา 5 ยูโร เป็นแบบ Hop on-Hop off ฉะนั้นใครจะแวะลงเที่ยวในตัวเมือง (Sintra Vila - ป้ายที่ 2 จากสถานี) ก่อนก็ได้ แต่ต้องคำนวณเวลารถเที่ยวต่อไปให้ดีๆ ส่วนถ้าใครพลาดเที่ยวรถ ระยะทางเดินจากในตัวเมืองถึง Quinta da Regaleira จะประมาณ 15 นาที พอเดินไหว แต่เหนื่อยนิดนึงเพราะถนนจะเป็นเนินสูงๆต่ำๆนะคะ ส่วนถ้าใครคิดจะเดินมาจากสถานีรถไฟเลย เราไม่แนะนำนะ นอกจากจะเมื่อยน่องแล้วยังเสียเวล่ำเวลาไปอีก (แม้พวกฝรั่งมังค่าขายาวๆเค้าจะบอกว่าเดินถึงได้ก็เถอะ) ถ้ารีบจริงๆ ไม่อยากรอรถบัส ก็ลงทุนนั่งรถตุ๊กๆเก๋กว่าค่ะ ช่ายยย..เมืองนี้มีรถตุ๊กๆวิ่งด้วยนะเอ้อ ****-เวลาทำการ-**** 1 เมษายน – 30 กันยายน : 9.30 – 20.00 ( Last Visit 19.00) 1 ตุลาคม – 31 มีนาคม : 9.30 - 18.00 (Last Visit 17.00) ****-ค่าบริการ (ข้อมูลของปี ค.ศ. 2019)-**** เด็กอายุไม่เกิน 5 ปี : ฟรี อายุ 6-17 ปี : 5 ยูโร (8 ยูโรถ้าชมแบบมีไกด์) ผู้ใหญ่ (18-64 ปี) : 8 ยูโร (12 ยูโรถ้าชมแบบมีไกด์) ผู้สูงอายุ (65 – 79 ปี) : 5 ยูโร (8 ยูโรถ้าชมแบบมีไกด์) คนชรา (อายุ 80 ปีขึ้นไป) : ฟรี ใครมี Lisboa Card (ผู้ใหญ่) ได้ส่วนลด 20% ค่ะ สำหรับคนที่สนใจประวัติศาสตร์และเรื่องราวเกี่ยวกับสัญลักษณ์ขององค์กรลับต่างๆที่แอบแฝงอยู่ในสถานที่แห่งนี้ การชมแบบมีไกด์ก็ดูจะน่าสนใจทีเดียวค่ะ แต่ถ้าไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ความสวยงามของสถานที่ ทั้งทะเลสาปจำลอง หอคอย Initiation Wells สวนสวยๆ รูปปั้น และตัวปราสาท...ฯลฯ ก็พาให้เพลิดเพลินไปถึงไหนๆ ถึงกับมีคนเปรียบเปรยไว้เลยว่าที่นี่คือ Instagrammers’ dream เพราะเต็มไปด้วยมุมสวยๆให้ไปโพสต์ท่าถ่ายรูป แชะกันรัวๆไป... ****-จุดที่น่าชม-**** [The Palace] เป็น Mansion ขนาด 5 ชั้น ที่ผสมผสานทั้งสไตล์ Gothic และ Neo-Manueline เข้าด้วยกัน ภายในมีทั้งห้อง Hunting Room ที่มีจุดเด่นคือเตาผิงขนาดใหญ่สลักเสลาสวยงาม, Octagonal Room ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก The Convent of Christ (Convento de Cristo) ซึ่งเป็นที่มั่นของเหล่าอัศวิน Templar ที่เมือง Tomar และ Kings Room ที่ประดับด้วยภาพของเหล่ากษัตริย์และราชินีของโปรตุเกส เป็นต้น [The Chapel] เป็นโบสถ์เล็กๆใกล้ๆ Mansion สร้างด้วยสไตล์ Neo-Manueline สวยงามชดช้อย แม้จะไม่ได้ดูอลังการเหมือนมหาวิหารสไตล์เดียวกันที่อื่นๆ แต่ก็น่าชมทีเดียวนะ [The Initiation Well] บ่อน้ำที่ไม่เคยได้ใส่น้ำนี้เป็นหนึ่งในไฮไลท์ของที่นี่เลยค่ะ โดยมีทางเดินลงไปถึงก้นบ่อเป็นบันไดวน 9 ชั้น ซึ่งมีความหมายสื่อถึงบทประพันธ์ The Divine Comedy ของ Dante ที่เอ่ยถึง “The nine circles of Hell, the nine sections of Purgatory and the nine skies which constitute Paradise” ที่ก้นบ่อนั้นปูกระเบื้องวาดเป็นรูปเข็มทิศทับอยู่บนสัญลักษณ์รูปกางเขนของอัศวิน Templar โดยเข็มทิศนั้นถูกเรียกว่าเป็น “Rose of the wind” สอดคล้องกับกลุ่ม Rosicrucian ที่ใช้สัญลักษณ์เป็นดอกกุหลาบบนไม้กางเขนนั่นเอง จากก้นบ่อไปจะมีอุโมงค์ใต้ดินแตกออกไปเป็นหลายเส้นทาง บางเส้นทางก็มีติดแสงไฟที่พื้นไว้ให้ บางที่ก็มืดสนิทแบบต้องใช้แสงจากโทรศัพท์มือถือส่องเอา แล้วก็จะไปโผล่แบบงงๆในบริเวณอื่นๆของสวน สนุกดีเหมือนกันค่ะ ทั้ง Initiation Well และถ้ำหรืออุโมงค์ใต้ดินนี้ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเคยได้ถูกใช้เพื่อวัตถุประสงค์อะไรบ้าง แต่จากชื่อของ Initiation Well นั้นก็สื่อถึง Initiation Ceremony หรือพิธีคัดเลือกและต้อนรับสมาชิกใหม่ของเหล่าอัศวิน Templars ส่วนจะได้เคยใช้เพื่อประกอบพิธีกรรมจริงๆหรือไม่ก็ยังเป็นปริศนาอยู่จนทุกวันนี้ เพราะตามประวัติศาสตร์แล้วอัศวิน Templar ได้ถูกกวาดล้างไปตั้งแต่ปี ค.ศ.1312 แต่หลายคนก็เชื่อว่ายังมีองค์กรลับที่เกี่ยวพันกับ Templar อยู่จนปัจจุบัน รวมถึง The Military Order of Christ – องค์กร(ไม่)ลับของโปรตุเกสที่โดยดั้งเดิมเคยเป็นกลุ่มอัศวิน Templar มาก่อนด้วย [The Unfinished Well] เป็นบ่อที่สร้างคู่กันกับบ่อแรก แต่เป็นที่รู้จักน้อยกว่า หลายๆคนก็พลาดไม่เจอ อย่างเราเดินไปเจอแต่ก็นึกว่าเป็นซากบ่ออะไรซักอย่าง ไม่สวยงามอะไร เลยไม่ได้เก็บรูปมาซะงั้น บ่อนี้ไม่มีบันไดวน แต่มีบันไดตรงๆลงไปที่ชั้นต่างๆ สภาพดูผุพังมากสมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นบ่อที่สร้างไม่เสร็จนั่นล่ะค่ะ [The Gods Promenade] เป็นบริเวณหนึ่งของสวนที่ประดับประดาด้วยรูปปั้นของเหล่าเทพเจ้ากรีกและโรมัน มีรูปปั้นสิงโตตั้งเด่นอยู่ตรงกลางค่ะ [The Towers] ด้านหน้าสวนยังมีหอคอยคู่ตั้งอยู่ ไม่ได้สูงใหญ่มากนักแต่ก็ตกแต่งสวยงาม ปีนขึ้นไปถ่ายรูปกันสนุกทีเดียว พอนึกถึงว่าหอคอยเป็นหอคอยคู่แล้ว บางคนก็เปรียบเทียบว่าลักษณะของ Initiation Wells ที่มีคู่กัน 2 บ่อนั้นก็ดูเหมือนเป็น The Two Inverted Towers เช่นกัน (ณ.จุดนี้แฟนหนัง The Lord of the Rings อย่างเราก็เริ่มมโนไปไกลแล้ว) ****-Tips-**** เห็นบรรยากาศเหมือนหลุดออกมาจากนิยายแฟนตาซีแบบนี้ ที่นี่ก็เลยมี App ให้โหลดมาตามหาเหล่าภูติในสวนกัน โดยภูติดิจิตัลตัวน้อยก็จะอธิบายเรื่องราวต่างๆไปด้วย เป็นทัวร์ที่มีไกด์แบบ Augmented Reality ถ้านึกสนุกก็ลองโหลดดูได้ค่ะ แต่สำหรับเรากลัวหนักเครื่อง เลยไม่ได้โหลดไปนะ ****-The Verdict-**** ถ้าจะว่ากันเฉพาะตัวแมนชั่นหรือโบสถ์แล้ว แม้จะสวยงามดีแต่ก็ไม่ใหญ่มาก และค่อนข้างใหม่ เทียบความขลังความอลังการอาจจะยังสู้โบสถ์หรือมหาวิหารเก่าแก่ที่อื่นๆไม่ได้ แต่เสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ภาพรวมทั่วทั้งบริเวณ ทั้งสวนที่ตกแต่งอย่างสวยงาม มีจุดให้แวะชมมากมายในระยะที่เดินทั่วถึงได้ไม่ยาก การผสมผสานศิลปะสไตล์ต่างๆเข้าด้วยกัน และความลึกลับที่ทำให้มีคนเปรียบเทียบว่าที่นี่เป็นเหมือน Playground for Adult (คือสนามผู้ใหญ่เล่นนั่นเอง) ดูรวมๆแล้วรักเลย เป็นสถานที่ห้ามพลาดสำหรับคนมาเที่ยว Sintra เลยค่ะ... อ่านต่อ
44 Likes0 Comment
photo