- หน้าแรก
/
- รูป หม่าล่าช้างเผือก สาขา1


บรรยากาศ • ย่างละ
หม่าล่าร้านนี้เผ็ดถึงทรวง ใครแน่จริงสั่งแบบเผ็ดมาก กล้าท้าให้คุณลองผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด สำหรับร้านปิ้งย่างสไตล์ยูนานที่มีชื่อว่า "หม่าล่า" หลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้จัก โดยเฉพาะสมาชิกจากภาคอื่น ๆ ขอแนะนำข้อมูลเบื้องต้นของเจ้าหม่าล่าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นปิ้งย่างที่ทั้งเผ็ด และชา บางร้านนี่เผ็ดสุดติ่งกันเลยทีเดียว "หม่าล่า" เป็นเครื่องเทศที่มีที่มาจากมณฑลเสฉวน ประเทศจีนครับ โดยคำว่า หม่า หมายถึง ชา และ ล่า หมายถึง เผ็ด พอนำ 2 คำนี้มารวมกันก็ได้ความหมายว่า เผ็ดและชานั่นเอง ซึ่งสรรพคุณของเครื่องเทศชนิดนี้คือทำให้ร่างกายอบอุ่น ระบบขับถ่ายดีขึ้น คนจีนนิยมนำมาประกอบอาหารจำพวกต้ม ซุป ปิ้ง ในฤดูหนาว จึงเหมาะกับอากาศในจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงฤดูฝนหรือฤดูหนาวครับ
สำหรับหม่าล่าช้างเผือก หรือ อาหมวยหม่าล่านี้เพิ่งเปิดได้ไม่นาน (มั้ง) เพราะเมื่อเดือนก่อน ๆ ขับรถผ่านแถวนี้ก็ยังไม่เห็นร้านนี้ ร้านนี้ตั้งอยู่แถวประตูช้างเผือกครับ เยื้องกับทางเข้าด้านข้างตลาดช้างเผือก ถนนเส้นไป ม.ราชภัฎเชียงใหม่นั่นเอง หากมาจากคูเมืองรอบนอก เลยตลาดช้างเผือก (ที่ขายของกินตอนกลางคืน) ก็ให้เลี้ยวซ้าย ร้านนี้จะอยู่ทางขวามือ ช่วงกลางคืนหาที่จอดรถไม่ยากอยู่แล้ว บรรยากาศร้านเป็นร้านตั้งซุ้มริมทางธรรมดา พอมีโต๊ะให้นั่งชิลล์กัน 2-3 โต๊ะ เปิดบริการวันพุธ-จันทร์ (หยุดวันอังคาร) ตั้งแต่เวลา 19.00 น. - 23.00 น. ครับ
เมนูปิ้งย่างของทางร้านมีไม่มาก แต่ก็ไม่น้อยครับฝั่งเนื้อสัตว์ก็มีหมู ไก่ เนื้อโคขุน ไส้ สามชั้น ผักก็จะมีกระเจี๊ยบ เห็ดออรินจิ เมนูอื่น ๆ ก็จะเป็นพวกไส้กรอกชีส ลูกชิ้น เต้าหู้ เบคอนพันเห็ด เบคอนพันต้นอ่อนทานตะวัน ราคาเริ่มต้นที่ 5 บาท ชอนอันไหน ทานอะไร หยิบใส่จาน/ตะกร้า ยื่นให้แม่ค้าแล้วบอกระดับความเผ็ดร้อนของท่านได้เลย ทางร้าน ... จัดให้!!! แน่นอนครับวันนี้ผมเลือกแบบเผ็ด ๆ หยิบไปหยิบมาค่าเสียหายทั้งสิ้น 60 บาทด้วยกัน
ขั้นตอนวิธีการปิ้งย่างของเขาก่อนอื่นก็จะนำหม่าล่าของเราชะโลมน้ำมันเล็กน้อยแล้วนำไปปิ้งบนเตาพอได้ที่จากนั้นก็จะนำมาทาเครื่องเทศสูตรของทางร้านจะมีอยู่ 2 ส่วนด้วยกันคือตัวที่ทำให้รสชาติเผ็ด และโรยด้วยตัวที่ทำให้รสชาติชาที่ลิ้น ได้ยินมาว่าพริกหม่าล่านี้ทางร้านปั่นเองด้วยไม่ได้ซื้อตามท้องตลาด สุดท้ายก็เอาไปอังไฟอีกนิดเหนื่อยเพื่อให้ได้กลินหอมและเข้าเนื้อของพริกหม่าล่า ส่วนตัวผมชอบไม้ละ 10 บาทที่เป็นเนื้อหมู เนื้อไก่นะ ทานเต็มปากเต็มคำดี ระหว่างขับรถกลับต้องทนทรมานกับกลิ่นอันหอมหวลของมัน เตะจมูกซะเหลือเกิน มื้อนี้ขาดเพียงอย่างเดียวจริง ๆ ก็คือเครื่องดื่มเย็น ๆ ชื่นใจ แต่หาซื้อไม่ได้ครับช่วงนี้ พอถึงห้องทันทีคำแรกที่เข้าปาก ถึงกับร้อง อื้มมม!! เป็นเสียงเดียวกัน รสชาติทางร้านทำได้ถูกปาก เค็มนิด ๆ เผ็ดมหันต์ ตั้งแต่คำแรกจริง ๆ ถึงจะเผ็ดก็สะใจและชอบครับ ตั้งแต่ทานหม่าล่าในเชียงใหม่มา ร้านนี้เผ็ดที่สุดแล้ว ตัวที่แนะนำเลยจะเป็นสามชั้น เนื้อโคขุน กระเจี๊ยบ เห็ดออรินจิ และตัวไม้ละ 10 บาทครับ
สุดท้ายด้านการบริการวันแรกไปเห็นช่วยกันทำอยู่ 2 คน แต่รอบหลังนี่โต๊ะมากขึ้น พนักงานช่วยกันมากขึ้น น้องเจ้าของร้านพูดจาดี อัธยาศัยดีครับ สอบถามอะไรก็ยินดีให้ข้อมูล หม่าล่าที่สั่งไม่เร็ว แต่ก็ไม่ต้องรอนาน ชอบตรงนี้รอบหลังนี้ผมสั่งเนื้อโคขุน 1 ไม้ คนปิ้งก็รู้อีกนะว่าไม้นี้ควรจะเอาออกจากเตาก่อน เพราะเนื้อถ้าปิ้งนานกว่านี้อาจจะเหนียวได้
ปล.เป็นเพียงการแสดงความคิดเห็นส่วนบุคคลจากการทานในวันนี้และอ้างอิงกับร้านลักษณะเดียวกัน ถูกปากผม อาจจะไม่ถูกปากคุณ ชิมเอง จ่ายเอง บ่นเองจ้า (1,191)
31 Likes0 Comment


