- หน้าแรก
/
- สลัดหลวงพระบาง ร้าน SO asean cafe เกตเวย์เอกมัย


ร้านอาหารของชาวอาเซียนร้านอาหารที่มีจุดเริ่มต้นมาจากการเดินทางไปชิมอาหารทั่วอาเซียนและนำมาปรับรสชาติให้เข้ากับคนไทยให้ได้มากที่สุด ปัจจุบันร้านนี้กำลังขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้หากใครอยู่ใกล้ The Street Ratchada ก็มีสาขาที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมงด้วยครับ
สำหรับวันนี้ผมได้รับเชิญจาก Wongnai ให้มา Testing อาหารที่ร้าน So Asean สาขาเกตเวย์เอกมัยครับ ร้านจะมีอยู่ด้วยกัน 2 ชั้น โดยชั้นบนสามารถจองส่วนตัวได้ถ้ามากันเป็นหมู่คณะครับ ถ้าหากคิดว่าร้านนี้เหมือนอะไร สำหรับผมคิดว่าร้านนี้คล้ายๆ The Coffee Club เลยครับ เพียงแต่แตกต่างกันตัวอาหารที่ของร้านนี้จะเน้นเป็น Local ของอาเซียนจริงๆครับ
เมนูอาหารของร้านนี้ วัตถุดิบหลายชนิด Import เข้ามาโดยตรงจากประเทศเพื่อนบ้านเพื่อเคารพรสชาติความอร่อยตามต้นฉบับ แต่เนื่องจากคนไทยมีพฤติกรรมที่ชอบทานรสจัดอยู่แล้ว และแถบเพื่อนบ้านเราหลายประเทศกลับกินรสชาติกลางๆ ดังนั้นทางร้านจึงต้องมีการปรับสูตรและปรุงแต่งด้วยวัตถุดิบจากในไทยเข้าไปเพิ่มเติม รสชาติอาหารทุกจานจะถูกควบคุมมาจากครัวกลาง เพื่อการันตีได้ว่า ถ้าเราไปทานหลายๆสาขาจะอร่อยเหมือนเดิม
สำหรับเมนูอาหารที่วันนี้ผมได้ชิม ก็จะมี
1. ถั่วต้มยำ: Appetizer ของวันนี้ เป็นการนำถั่วลิสงอบ ไปคลุกเคล้ากับเครื่องต้มยำที่เอามาทำเป็นผง รสชาติค่อนข้างเผ็ดจัดจ้านเลยครับ
2. สลัดหลวงพระบาง: อาหารอาเซียนจานแรกจากประเทศลาว สันคอหมูทำได้นุ่มมากครับ เสิร์ฟมาพร้อมกับสลัดที่จะมีใส่กระเทียมเจียว แตงกวา กรีนโอ๊ค แรดิช ต้นอ่อนทานตะวันที่สดใหม่ทุกต้นครับ และน้ำสลัดที่เป็นน้ำสลัดไข่แดงที่ทางร้านบอกว่าใช้ไข่แดงเยอะกว่าปกติ เมื่อลองชิมน้ำสลัดอย่างเดียวแล้ว รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยวเหมือนมีใส่น้ำส้มลงไปด้วยครับ และนำไข่ขาวส่วนที่เหลือมาใส่ในสลัดด้วยครับ
3. หล่าเพ็ด: หรือยำใบชาที่คนไทยชอบเรียกกัน เป็นเมนูอาหารจากประเทศพม่าที่คนเมียร์มาร์ชอบทานมากที่สุด และเป็นเมนูไว้สำหรับต้อนรับเวลาที่แขกมาเยือนบ้านนั่นเอง หน้าตาจะคล้ายๆเมี่ยงคำของบ้านเรา สำหรับรสชาติจริงๆจะค่อนข้างจืด ดังนั้นทางร้านเลยปรับเพิ่มด้วยการเติมพริกขี้หนูและอื่นๆ เข้าไปเพื่อเพิ่มความจัดจ้าน วัตถุดิบหลักๆเลยจะมีถั่วทอด หอมเจียว กุ้งแห้ง งาคั่ว ที่เรียกรวมๆกันว่าเป็นเครื่องเครา นอกจากนี้ยังมีการเติมมะเขือเทศ หอมแดง มะนาวหั่นเล็กๆ จุดเด่นที่สุดของจานนี้คือยำใบชาที่หน้าตาจะเป็นก้อนๆสีดำ สั่งตรงจากพม่า จะให้ความมันและ Combine ทุกรสชาติให้เข้ากันได้อย่างลงตัว วิธีทานให้ตักทุกอย่างใส่ใบเมี่ยงและนำเข้าปากได้เลยครับ รสชาติจะมาทั้งเปรี้ยว หวาน เผ็ด มัน เข้ากันได้อย่างลงตัว
4. Mango Mellow: น้ำมะม่วงดิบปั่นของไทยเรา ปกติแล้วเราจะไม่ค่อยทานมะม่วงดิบกัน ดังนั้นทางร้านเลยนำไปปั่นเพื่อให้ทานได้ง่ายขึ้นโดยการใช้มะม่วงน้ำดอกไม้ที่ยังไม่สุก พอชิมแล้วรู้สึกว่ารสชาติเริ่มออกหวานเหมือนสุกแล้ว แต่ยังรักษารสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของมะม่วงที่ออกเปรี้ยวได้ดี ถ้าเติมน้ำเชื่อมน้อยลงหน่อยจะกำลังดีเลยครับ
5. อาม๊อกปลา: ห่อหมกปลาสไตล์กัมพูชา ของแท้จะใช้ปลาน้ำจืดมาคลุกเคล้ากับเครื่องแกงและถั่วลิสงที่เอาไปคั่วและบดก่อนนำมาผสม ซึ่งจะได้ texture กรุบๆเพิ่มเติมมาไม่เหมือนห่อหมกของบ้านเรา สำหรับร้านนี้เปลี่ยนปลาน้ำจืดมาเป็นปลากระพงแทนครับ รสชาติจะออกจืดไปเลยแต่ยังได้เครื่องแกงที่ทางร้านปรุงเอง มาเพิ่มความหอมครับ ด้านบนจะมีตกแต่งด้วยปลากระพงทอดกรอบครับ เนื้อ Texture จะมีความกรุบๆจากถั่วมาเสริม สร้างความแตกต่างได้ดี แนะนำให้ทานคู่กับกระชายที่นำไปทอดกรอบ จะได้ความหอมและดับกลิ่นคาวปลาได้ดีครับ
6. อะโบโดสองสหาย: อาหารจากฟิลิปปินส์ ถ้าใครนึกไม่ออกว่ามันคืออะไร ให้นึกถึงหมูเกาหยกของจีนเลยครับ เพียงแต่ว่าวิธีการทำจะไม่เหมือนกันอย่างสิ้นเชิง โดยเริ่มจากการนำหอมใหญ่ไปผัดจนสุก ใส่น้ำส้มสายชูและน้ำตาลเคี่ยวจนงวด จากนั้นนำสะโพกไก่และหมูสามชั้นใส่ลงไปในน้ำปรุงที่เคี่ยวอยู่ เติมใบกระวานและพริกไทย เคี่ยวไปเรื่อยๆจนเนื้อนุ่ม แล้วเสิร์ฟพร้อมกับผักดองที่มีแตงกวาและแครอท ขอพูดถึงส่วนเนื้อก่อน ทำได้ยังไม่ค่อยดีเท่าไร เพราะว่าหมูสามชั้นหลายชิ้นแห้งและกระด้าง ในขณะที่หลายชิ้นนุ่มพอดี ซึ่งผมโชคดีที่ได้กินส่วนที่นุ่มพอดี รสชาติจะเหมือนหมูเคาหยกเลยครับ เพียงแต่ Texture จะไม่ล้ำลึกเท่า ส่วนสะโพกไก่ผมไม่ได้ชิม แต่น่าจะนุ่มเพราะหมดไวกว่าหมูเยอะครับ ผักดองเอามาตัดเลี่ยนได้ดี
7. ต้มจิ๋วโบราณไก่: อาหารจากไทยเรานี่เอง เป็นเมนูอาหารชาววังตำรับโบราณที่จะใส่ใบโหระพา ใบกระเพราะ และหอมแดงซอยเพื่อปรุงน้ำซุป ใส่เนื้อไก่และมันเทศหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ เติมพริกขี้หนูสวนเพื่อความจัดจ้าน และเติมความเปรี้ยวด้วยมะนาวและส้มมะขามครับ รสชาติดีกลมกล่อม ทานแล้วชุ่มคอ ส่วนไก่และมันเทศนุ่มกำลังดีครับ
8. นาซิเลอมัก ข้าวอัญชัน: ข้าวมันสูตรจากมาเลเซีย เป็นข้าวหอมที่เอาไปหุงในน้ำกะทิและเติมอัญชันเพื่อให้ได้สีฟ้าสวยงาม เสิร์ฟมาพร้อมกับเครื่องเคียงหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นไก่ทอด ถั่วทอด ปลากรอบ และซอสซัลบัล เวลาทานให้คลุกเค้าทุกอย่างเข้าด้วยกันก่อนทานครับ สำหรับของที่ร้านนี้จะมีเพิ่มด้วยกระเทียมเจียวและข้าวเกรียบครับ รสชาติข้าวใช้ได้ครับ แต่ว่าใช้กะทิกล่องมาทำข้าว ทำให้ข้าวไม่หอมอร่อยเท่าที่ควร และค่อนข้างจะมันไปหน่อย ไก่ทอดทำได้ดีแต่เนื้อแห้งไปสักหน่อย และส่วนของซอสซัลบัล ถ้านึกไม่ออกว่ารสชาติเป็นแบบไหน ให้นึกถึงน้ำพริกกะปิครับ เพียงแต่จะออกหวานกว่าและกะปิไม่เข้มข้นเท่าของไทยครับ
9. โทสไอศกรีมชาเย็น เมอแรง: ปิดท้ายด้วยขนมหวาน เป็นโทสขนมปังที่ด้านบนมีเมอแรงนุ่มๆแปะอยู่ เสิร์ฟมาพร้อมกับซอสชาไทยข้นๆครับ เริ่มต้นด้วยการราดซอสไปให้ทั่วครับ จากนั้นก็เริ่มสวาปามได้ ตัวขนมปังยังทำได้ไม่ค่อยดีครับ เนื้อขนมปังค่อนข้างแห้งและไม่ชุ่มเนย เกิดจาตอนที่ทำทาเนยไม่ทั่ว ทำให้เนยกระจุกตัวอยู่แค่ตรงกลางของขนมปัง ส่วนที่เหลือของขนมปังเลยแห้งไปจนหมด ซอสชาไทยหวานเกินไป ส่วนที่ทำได้ดีที่สุดคงเป็นเมอแรงครับ ที่ตีขึ้นได้พอดิบพอดี
โดยรวมแล้วก็ถือว่า รสชาติอาหารดีหลายตัวเลยครับ โดยเฉพาะหล่าเพ็ดที่นำมาปรับปรุงเป็นรสชาติแบบไทยๆได้ ส่วนเมนูหลายตัวยังจะต้องพัฒนาต่อไปครับ การบริการถือว่าดีเยี่ยมครับ พนักงาน Service ค่อนข้างดีเลยครับ แต่ถ้าให้ชัวร์ต้องลองไปดูอีกสักครั้งครับว่าจะดีเหมือนกันหรือไม่ ส่วนบรรยากาศและความสะอาดโดยรวมผ่านครับ และขอขอบคุณทาง Wongnai ที่จัดกิจกรรมดีๆแบบนี้ให้กับเหล่า User ด้วยนะครับ 😊
13 Likes0 Comment


