The Girl and The Pig เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่
Egg Benedict with Crab Cake ไข่เยิ้มๆ
ร้านอาหารชิคๆ แนวรักสุขภาพที่อร่อยและเมนูสุดครีเอทThe Girl & The Pig เป็นร้านอาหารหน้าตาชิคๆ บนชั้น 5 Central Embassy ด้วยสไตล์การตกแต่งที่มีไอเดียจากคอนเซ็ปท์ของร้าน คือ มีเด็กผู้หญิงกับน้องหมูเป็นเพื่อนกัน อาศัยอยู่ในบ้านที่มีการตกแต่งน่ารัก และทำอาหารให้กันกินมุ้งมิ้งๆ ด้านหน้าร้านเป็นเคาน์เตอร์ ถัดมาโซนด้านในเป็นที่นั่ง เมื่อหันไปมองฝาผนังจะพบว่าด้านหนึ่งตกแต่งด้วยอิฐเล่นลายสลับกัน ส่วนอีกด้านเป็นฝาผนังที่ตกแต่งด้วยงานผ้าค่ะ ส่วนเพดานตกแต่งด้วยรอกสีดำระโยงระยาง สลับกับโคมไฟสีดำดูเก๋ไปอีกแบบ ซึ่งงานนี้ต้องขอขอบคุณทีมงานวงในมากๆ ค่ะที่ชวนให้ไปลองอาหารออแกนิค ไร้ผงชูรส แบบ all-day brunch and bistro พร้อมทั้งเมาท์มอยอย่างเพลิดเพลิน ทำให้อิ่มท้องและอิ่มใจไปในคราวเดียวกันเลยทีเดียว อาหารที่ทางร้านได้จัดให้ลองในวันนี้มีหลายเมนูม๊ากกกกค่ะ เริ่มจาก appetizer ซึ่งได้แก่ Chicken Salad และ Chicken Hash จากนั้นเริ่มจัดหนักขึ้นด้วย Egg Benedict with Crab Cake และ Steak, Egg and Biscuit, Pulled Pork Burger แล้วก็จัดเต็มด้วย GP’s Pork Chop กับ Rome-Style Carbonara และตบท้ายด้วยของหวานที่อร่อยมากสามอย่าง ก็คือ Double “B” Waffle, Tiramisu และ Peach Melba + Chicken Salad (220 บาท) เป็นสลัดผักที่ราดด้วยน้ำสลัดบัลซามิค เสิร์ฟมากับไก่สะเต๊ะที่มีกลิ่นหอมกรุ่นๆ ของโยเกิร์ตและเครื่องเทศ เนื้อไก่นุ่มมากค่ะ รสชาติกลมกล่อมกำลังดี แต่ขอออกตัวก่อนว่าไม่ได้ลองชิมสลัดนะคะเพราะไม่ค่อยชอบกินผักเท่าไหร่ กินไปแต่มะเขือเทศซึ่งขอชมว่ามะเขือเทศหวานกรอบมากค่ะ (เอิ่มมม อายเค้ามั้ยเนี่ย ไม่กินผัก!) + Moroccan Chicken Hash (220 บาท) จานนี้เสิร์ฟมาเก๋บนถาดไม้วงกลม เป็นเนื้อไก่ผัดกับซอส Harissa ซึ่งเป็นซอสที่เป็นที่นิยมในแถบแอฟริกาเหนือ อารมณ์ว่าเป็นซอสพริกผสมเครื่องเทศค่ะ เมนูนี้โปะมาด้วยไข่ดาวแบบลาวา กินคู่กับขนมปังกรอบ เสียดายตรงที่ตอนกินขนมปังมันไม่ค่อยกรอบแล้ว ...สงสัยจะใช้เวลาถ่ายรูปนานไปหน่อย T T + Egg Benedict with Crab Cake (420 บาท) เมนูนี้โดยส่วนตัวแล้วขอกราบงามๆ เพราะชอบมากค่ะ Crab cake เป็นเนื้อปูที่ผสมกับผักอะไรสักสิ่งแล้วทำให้เป็นก้อนเหมือนเบอร์เกอร์ กินคู่กับไข่ดาวและมัฟฟินที่ผลิตแบบโฮมเมด โอยยยย...ตอนตัดให้ไข่ไหลเยิ้มไปบน crab cake แล้วกินไปพร้อมกับมัฟฟินนี่มันฟินจริงๆ ค่ะ จานนี้มีสลัดเคียงมาด้วยนะคะ + Steak, Egg and Biscuit (350 บาท) จานนี้มาหน้าตาคล้ายกับเมนูข้างบนค่ะ เพราะว่ามีไข่ดาวและสลัดมาเหมือนๆ กัน อันที่จริงแล้วเป็นเมนู Sirlion steak ที่ซ่อนอยู่ใต้ไข่ดาว เสิร์ฟมากับบิสกิตโฮมเมดของทางร้าน และเคียงมาด้วยสลัดผักค่ะ แต่แหะๆ ขอสารภาพว่าไม่ค่อยได้ตั้งใจชิมเมนูนี้เท่าไหร่เพราะดันเป็นปลื้มอยู่กับ Egg Benedict with Crab Cake ซะงั้น ...เค้าขอโต้ดดด + Pulled Pork Burger (320 บาท) เรียกง่ายๆ ก็คือเบอร์เกอร์หมูฉีกนั่นเองค่ะ เมนูนี้เป็นเบอร์เกอร์ไส้หมูฝอยที่รสเค็มนำ เสิร์ฟมาพร้อมซอสบาร์บีคิวรสจัดม๊ากกก แต่จริงๆ ไม่ต้องใส่ซอสก็โอเคแล้วค่ะ สิ่งที่ชอบมากๆ ในจานนี้คือเฟรนช์ฟรายด์ที่ทอดมาได้หนา กรอบนอก นุ่มใน + Rome-Style Carbonara (280 บาท) คาโบนาร่าอะไรไม่ใส่ครีม!!!! ตอนแรกอยากจะพูดอย่างนี้ค่ะ แต่พอกินแล้ว เฮ้ย...คาโบนาร่าไม่ใส่ครีมก็อร่อยแฮะ ไม่เลี่ยน และมาพร้อมเบค่อนที่กรอบมากถึงมากที่สุด ก็เลยถึงจุดฟินค่ะงานนี้ + GP’s Pork Chop (450 บาท) พอร์คชอปจานนี้เนื้อหนาเชียวค่ะ กริลมาได้ดีทีเดียว เนื้อนุ่มมาก รสชาติอร่อยโดยไม่ต้องกินคู่กับซอสเลย ...ถึงจะเริ่มอิ่มแล้ว แต่จานนี้เรากินไปเยอะทีเดียวค่ะ + Double “B” Waffle (280 บาท) เมนูนี้เป็นเมนูซุปเปอร์เบค่อน ...แต่เป็นของหวาน! บร๊ะ!! เป็นของหวานจริงๆ นะคะ ด้วยการเสิร์ฟวาฟเฟิลมาพร้อมกับไอศกรีมเบค่อน แถมยังมีเบค่อนทอดกรอบเสิร์ฟมาให้อีก ก็เลยกลายเป็นชื่อเมนู Double “B” ที่หมายถึง B สองตัว ได้แก่ Bacon กับ Bacon ค่ะ สำหรับรสชาติของไอศกรีมเบค่อนก็ไม่ได้คาวนะคะ เป็นไอศกรีมวานิลลาที่กรุ่นกลิ่นเบค่อน และมีเนื้อของเบค่อน กินแล้วเข้ากันดีกับวาฟเฟิลที่เสิร์ฟมาคู่กัน เพื่อนที่ไปด้วยกันชอบเมนูนี้มากค่ะ + Tiramisu (280 บาท) ถ้าถามว่าเมนูของหวานอันไหนเป็นที่หนึ่งในใจสำหรับวันนี้ก็ขอยกให้เมนูนี้ค่ะ เมนูนี้เป็นทีรามิสุโดมที่เสิร์ฟมากับกรานิต้าเอสเพรสโซ่ และมีคาปูชิโนมาให้อีกหนึ่งช็อต ...เราไม่ได้ชิมกรานิต้าและคาปูชิโนช็อตนะคะ แต่ขอบอกว่าทีรามิสุโดมมันเมพมากกกกกกก ด้วยเลเยอร์สามชั้นของขนม ด้านล่างเป็น Lady’s finger ด้านบนเป็นชั้นมูสกาแฟ จากนั้นคลุมทับโดมด้วยช็อคโกแล็ต อร่อยมากค่ะ ...วันหลังมีจัดซ้ำแน่นอน + Peach Melba (320 บาท) สาวกของเปรี้ยวต้องไม่พลาดค่ะ เมนูนี้ประกอบด้วย Peach mousse ทับมาด้วยลูกพีช ตกแต่งด้านบนด้วยราสพ์เบอร์รี่ซอร์เบทรสเปรี้ยว แล้วราดด้วยซอสราสพ์เบอร์รี่ ด้วยความที่ซอสราสพ์เบอร์รี่ไม่หวานมาก ทำให้เมนูนี้เป็นอีกเมนูที่ต้องกรี๊ดค่ะ + Miracle blooming tea ชาที่เสิร์ฟมาคู่กับการกินขนมหวานฟินๆ เป็น blooming tea ค่ะ ดอกบานสะพรั่งสวยอยู่ในกา ...เพื่อนที่ไปด้วยกันถึงกับมาพร่ำเพ้อต่อถึงวันรุ่งขึ้น นางบอกว่าชาหอมมากกกก ชอบมากกกก ซึ่งเราเองก็ชอบค่ะ หอมมากจริงๆ สำหรับเรา ร้าน The Girl & The Pig เป็นอีกร้านที่รสชาติอาหารถูกปากค่ะ โดยเฉพาะเมนู Egg Benedict with Crab Cake ส่วนของหวานนี่ชอบทุกอย่าง อร่อยม๊ากกกกก ...ตอนก่อนกลับได้มีโอกาสคุยกับเชฟด้วยนะคะ คุณเชฟบอกว่าเมนูอาหารแต่ละอย่างจะคิดกันตามคอนเซ็ปท์ร้านค่ะ ซึ่งได้มาจากไอเดียของทั้งเชฟและเจ้าของร้านผสมผสานกัน อาหารของร้านเป็นอาหารออร์แกนิค ไม่ใส่ผงชูรส และวัตถุกันเสีย...เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนรักสุขภาพ และจากการไปสัมผัสก็พบว่าคุณพนักงานบริการดีมากค่ะ ปล. ขอบคุณวงในอีกครั้งนะคะสำหรับกิจกรรมนี้ ^_____^... อ่านต่อ
23 Likes0 Comment
photo