- หน้าแรก
/
- รูป RARK (ราก)


ร้านอาหารไทยๆ สูตรโบราณหาทานยาก สไตล์เชฟเทเบิ้ล เสริฟอาหารแค่วันละ 2 รอบ มื้อเย็นเท่านั้นร้านอาหารไทยอีกหนึ่งร้านที่กำลังมาแรงในช่วงนี้ แม้ว่าร้านจะพึ่งเปิดให้บริการมาเมื่อเดือนมีนาคม ปีนี้ แต่ก็คิวยาวไปถึงเดือนมกราคมปีหน้า
ที่นั่งในร้านแต่ละรอบ รับได้ไม่เกิน 10 ที่นั่ง เพราะฉะนั้นใครที่สนใจ อยากลองชิมฝีมือเชฟหนุ่มไฟแรงทั้งสอง: เชฟเต้า-กวี จำปานคร และ เชฟเซฟ-ทรงพล บารมีอนันต์ คงต้องติดตามทาง IG และ Facebook ของร้าน สำหรับช่วงเวลาที่จะเปิดรับจองในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 63 อีกครั้ง
ชื่อร้านมีที่มาจากคำว่า “รากฐาน” ซึ่งทางร้านต้องการสื่อถึง เมนูอาหารไทยแบบพื้นบ้าน+โบราณ ที่เป็นรากฐานของอาหารไทยในปัจจุบัน โดยสูตรอาหารที่ใช้ เน้นเป็นสูตรอาหารไทยแบบต้นตำรับดั้งเดิม ไม่ฟิวชั่น บวกกับสูตรอาหารประจำตระกูลของเชฟแต่จะมีการเพิ่มเทคนิคอื่นๆ เข้าไป ทำให้อาหารแต่ละจาน มีกลิ่นหอมและรสสัมผัสที่ดีนอกเหนือจากรสชาติแบบไทยๆ
เนื่องจากร้านนี้ บริการจัดการกันเองทุกอย่างโดยทีมงานเพียง 2 คน ตั้งแต่ออกไปจ่ายตลาด เตรียมวัตถุดิบ ปรุงอาหาร เสริฟ คิดเงินและเก็บโต๊ะเอง จนกระทั่งลูกค้าเดินออกจากร้าน เพราะฉะนั้นมาร้านนี้ก็ได้สัมผัสอีกบรรยากาศดีนะ สามารถแต่งตัวแบบสบายๆ เหมือนมาแวะทานข้าวบ้านเพื่อนที่มีฝีมือในการทำกับข้าว ได้นั่งดูหน้าเตาอย่างใกล้ชิด ได้ความตื่นเต้นตั้งแต่อาหารยังไม่ลงเสริฟเลย
ส่วนเมนูอาหารที่ทางร้านเสริฟ ก็ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบเฉพาะฤดูกาลด้วย เพราะครั้งนี้เราอยากทานเมนูที่มีมังคุด แต่ก็อดไป เพราะหมดหน้าไปแล้ว โดยก่อนมาร้านประมาณ 1-2 อาทิตย์ เราจะทำการเลือกเมนูที่อยากทานส่งให้ทางร้าน สำหรับราคาอาหารต่อเมนู บางอย่างไม่ตายตัว เพราะขึ้นกับราคาวัตถุดิบในแต่ละช่วงด้วย อย่างครั้งนี้กลุ่มเรามาทานกัน 6 คน สั่งเมนูไปทั้งหมด 12 อย่าง (อาหารคาว 10 ของหวาน 2) ข้าวสวย 1 โถ+2 จาน ส่วนเครื่องดื่มเลือกเป็นน้ำยาอุทัย ก็ถือว่า อิ่มกำลังพอดี ไม่จำเป็นต้องไปต่อร้านอื่นนะคะ
สำหรับเมนูที่เราได้ทานในครั้งนี้ ตามด้านล่างเลยค่ะ
#1: ข้าวตังหอม (250 บาท): ข้าวตังร้านนี้เค้ามีวิธีการทำที่ไม่ธรรมดา เพราะจะใช้ข้าวที่หุงใหม่ๆ ทุกวัน มาต้มและปั่นให้เป็นเนื้อเดียวกัน ก่อนจะนำไปหยอดเป็นวงกลม นำไปตากจนแห้ง ก่อนที่จะทอดลงในน้ำมันร้อนๆ จนฟูกรอบ ส่วนเครื่องที่ใส่หลักๆ ก็จะมี กุ้งขาวเผา, สับปะรด, ลูกพลับ, ใบโหระพา, ใบสะระแหน่, ใบมะตูมแขก, เนื้อส้มซ่า, และผิวส้มซ่า เป็นเมนูของว่างที่เรียกน้ำย่อยได้ดี >> หนึ่งที่จะมี 5 คำ ตกคำละ 50 บาท เราขอแนะนำให้สั่งมาจำนวนพอดีคน เพราะเป็นเมนูที่ควรทานทุกอย่างในคำเดียว
#2: *หมูปั้นรากบัว (205 บาท): เมนูที่ดูเหมือนจะธรรมดา แต่การที่เชฟเพิ่มรากบัวที่มีความกรุบกรอบลงไปด้วยในเนื้อหมูสับ และใช้วิธีทอด 2 รอบ ทำให้เนื้อด้านในยังคงความชุ่มฉ่ำอยู่ พอได้ทานคู่กับกระเทียมเจียวกรอบๆ เป็นความอร่อยที่ลงตัวมากๆ
#3: *ปลาหมึกคั่วพริกเกลือ (250 บาท): ปลาหมึกจานนี้ทอดมาได้กรอบ แบบที่ทานแล้วไม่รู้สึกเลี่ยน รสจะออกเค็มนิดๆ และมีความเผ็ดน้อยมาก ทานคู่กับข้าวสวยก็ลงตัวพอดีแบบที่ไม่ต้องพึ่งพาน้ำจิ้มซีฟู๊ด
#4: *คอหมูย่าง (245 บาท): คอหมูหมักข้ามคืน ก่อนนำไปย่างด้วยถ่านไม้โกงกาง ระหว่างย่างก็จะทาน้ำมันหมูไปด้วย ทำให้คอหมูย่างที่ได้มีสีสวยและมีความหอมเป็นพิเศษ เนื้อหมูเลือกใช้ส่วนที่มีมันแทรก ผิวเกรียมนิดๆ ด้านนอก จิ้มทานกับน้ำจิ้มแจ่ว อร่อยแบบที่ไม่อยากแบ่งใครเลย
#5: กุ้งทอดกระเทียม (400 บาท): กุ้งที่ร้านเลือกใช้ มีเนื้อสดหวานและมีมันที่หัวทุกตัว เนื่องจากสูตรของที่ร้านจะใส่พริกศรีราชา และน้ำมะขามเปียกลงไปด้วย ทำให้รสชาติที่ได้ออกรสเปรี้ยวหวาน มีน้ำขลุกขลิกด้านล่าง ถือเป็นรสชาติที่แปลกใหม่สำหรับเรา เพราะเราอาจจะคุ้นเคยกับรสชาติทอดกระเทียมแบบที่ออกเค็มๆ มันๆ มากกว่า ส่วนตัวไม่ค่อยชอบเมนูเปรี้ยวหวานเท่าไหร่ เลยค่อนข้างเฉยๆ กับเมนูนี้ แต่ต้องยอมรับว่าเนื้อกุ้ง ปรุงออกมาได้เป๊ะมากนะคะ
#6: ยำไก่ย่างใส่ชมพู่ (275 บาท): ใช้เนื้อไก่ส่วนสะโพกหมักอย่างดีก่อนนำไปย่างถ่าน ชมพู่ที่ใส่ลงมาช่วยเพิ่มเท็กซ์เจอร์กรอบๆ นอกเหนือจากหอมเจียว และให้ความหวานแทนน้ำตาล เมนูนี้รสจะออกหวานไปนิดสำหรับเราเพราะสูตรของที่ร้านจะใส่น้ำพริกเผาลงมาด้วย
#7: *ยำวุ้นเส้นโบราณ (165 บาท): จุดเด่นของเมนูนี้ คือ กุ้งแห้งขนาดเล็กที่เชฟจะนำไปล้างเพื่อขจัดความเค็มก่อนนำไปคั่วในกระทะให้ผิวแห้ง ส่วนตัวชอบทานยำวุ้นเส้นสไตล์นี้อยู่แล้ว เพราะจะใส่เฉพาะกระเทียมเจียว, ถั่วลิสง, หอมแดง, หมูสับ, และกุ้งแห้งทอด เลยถูกใจเมนูนี้เป็นพิเศษ รสชาติปรุงออกมาได้ครบรสพอดี ไม่มีรสไหนโดด
#8: *แกงเขียวหวานผักย่างมะพร้าวเผาใส่เนื้อไก่ (250 บาท): อีกเมนูเด็ดที่เราปลื้มมาก แกงเขียวหวานของร้านนี้จะมาแบบข้นๆ หน่อย หอมกลิ่นเครื่องแกงแบบที่โขลกใหม่ๆ เราชอบที่เชฟนำมะเขือยาวไปเผาก่อนเช่นเดียวกับเนื้อมะพร้าวอ่อน และที่แปลกคือ เค้าใส่น้ำมะพร้าวลงมาด้วย เลยทำให้รสมีความละมุนแต่ยังคงความร้อนแรงของเครื่องแกง ส่วนเนื้อไก่ก็มีความนุ่ม คลุกทานกับข้าวสวย อร่อยจริงๆ
#9: แกงรัญจวน (230 บาท): ลูกค้าสามารถระบุได้ว่าจะสั่งเป็นเนื้อวัวหรือเนื้อหมู ถ้าสั่งแกงรัญจวนหมู ทางร้านจะใช้ส่วนซี่โครงหมูมาแกง น้ำแกงปรุงรสมากลมกล่อมกำลังดี รสออกเปรี้ยวๆ หวานๆ ซดทานได้เพลินๆ สำหรับเราเมนูนี้ค่อนข้างธรรมดานะคะ อาจจะเพราะช่วงหลังได้ทานเมนูนี้ค่อนข้างบ่อย
#10: *มัสมั่นเนื้อฮิมาวาริ (670 บาท): ความพิเศษอยู่ที่ ใช้เนื้อวัวโคนมพันธุ์ “ฮิมาวาริ” ที่เป็นเนื้อในประเทศ โดยเลือกใช้ส่วนสันเอวช่วงบนที่มีมันแทรก นำมาย่างไฟให้ผิวเกรียมเฉพาะส่วนด้านนอก แล้วนำมาอบฟางข้าว ทำให้มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ก่อนจะนำมาแล่ตัดเส้นเนื้อ แล้วราดด้วยน้ำแกงมัสมั่นรสเข้มข้น หอมเครื่องแกง โดยวัตถุดิบสำคัญอีก 2 อย่างที่ขาดไม่ได้คือ ลูกเกด ที่ใส่เพื่อเพิ่มความหวานแบบธรรมขาติและหอมแดงดอง เป็นเวลา 2 คืน ได้ทานเนื้อ, ลูกเกด, และหอมแดงในคำเดียว ช่างเป็นความอร่อย ที่หารสชาติเปรียบได้ยาก เราขอยกให้มัสมั่นเนื้อถ้วยนี้ เป็นที่สุดของที่สุด อร่อยกว่าทุกร้านที่เคยชิมมา 💕
#11: *ข้าวเม่า (180 บาท): ขนมหวานไทยๆ ที่ใช้ข้าวเม่าจากจ.อุดรธานี นำมาอบควันเทียนถึง 3 รอบเพื่อให้ข้าวเม่ามีความหอมยิ่งกว่าเดิม ส่วนกล้วยที่ใช้เป็นกล้วยไข่ ชอบตรงที่น้ำกะทิ มีความหวานน้อย ทานคู่กับมะพร้าวขูดก็ถือเป็นของหวานท้ายมื้อที่ควรสั่ง ขนาดคนไม่ปลื้มกล้วยอย่างเรายังชอบเลย
#12: ส้มฉุน (160 บาท): ของหวานไทยแบบโบราณที่จะหาทานได้ในช่วงหน้าร้อน ผลไม้ที่ร้านใช้จะมีลำไย, ลิ้นจี่, และส้มเขียวหวาน จุดเด่นอยู่ที่หอมเจียว, ขิงซอย, และผิวส้มซ่า >> ส่วนตัวชอบให้น้ำเชื่อมมีกลิ่นหอมๆ ของดอกมะลิและใส่ชนิดผลไม้ลงมามากกว่านี้จะทำให้เมนูนี้ดูพิเศษมากขึ้น
# 13: *ข้าวสวย: โถละ 100 บาท และจานละ 30 บาท: ชอบตรงที่ทางร้านเลือกใช้ข้าวหอมมะลิที่มีความหอมเป็นพิเศษ อย่างข้าวขาวดอกมะลิ 105 จากจ.เชียงราย ซึ่งเป็นข้าวใหม่ ที่มีความนุ่ม มีความหอมและยังมียางที่ตัวข้าว ได้ทานข้าวที่คุณภาพดี เป็นการช่วยเสริมรสชาติของอาหารมื้อนี้ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
(*=เมนูที่เราชื่นชอบเป็นการส่วนตัว)
เมนูเครื่องดื่มมีให้เลือกค่อนข้างจำกัด ส่วนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะมีเฉพาะเบียร์สิงห์บริการ สำหรับราคาเฉลี่ย/หัว สำหรับมื้อนี้อยู่ที่ 600 บาท
เนื่องจากร้านนี้ ไม่มีบริการห่อกลับหรือสั่งเมนูอาหารเพิ่มที่ร้าน เพราะฉะนั้นควรส่งปริมาณอาหารให้พอดีกับจำนวนคนที่จะมา อีกอย่างอาหารบางอย่างมีปริมาณเพียง 5 ชิ้นต่อจาน แนะนำให้เช็ครายละเอียดกับเชฟก่อนสั่งจะดีที่สุด จะได้ทานครบคนนะคะ
สำหรับมื้อนี้ เราประทับใจในรสชาติอาหารหลายๆ จาน โดยเฉพาะเมนูที่ต้องใช้เครื่องแกงเป็นส่วนประกอบ รสชาติเข้มข้น ถึงเครื่อง อร่อยจริงๆ แม้ว่าบางเมนูอาจจะยังไม่โดนมาก แต่ในภาพรวม ต้องยอมรับเลยว่า มาแวะร้านนี้ คุ้มค่ากับการรอคอย สุดท้ายนี้ต้องขอขอบคุณคุณหยี ที่ชวนเรามาทานมื้อนี้ร่วมกัน เพราะถ้าให้จองเอง คงต้องรออีกนานมากๆ ถึงจะมีโอกาส
9 Likes0 Comment




