- หน้าแรก
/
- รูป A maze in Thailand


เที่ยวเล่นในฟาร์ม 500 ไร่ แหล่งรวมกิจกรรมสำหรับคนชอบธรรมชาติThe Ori9in Farm เป็นฟาร์มที่ตั้งอยู่ในตำบลแม่แฝก อำเภอสันทราย บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ ฟาร์มแห่งนี้เป็นทั้งสถานที่ผลิตอาหาร รวมไปถึงสถานที่ที่รวมกิจกรรม เพื่อให้คนที่อยากพักผ่อนกับธรรมชาติ หรือแม้แต่ครอบครัวได้มาเยี่ยมชม มาใช้เวลาของช่วงวันหยุดกับครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์แบบได้ที่นี่ พอเราไปถึงที่ฟาร์ม ทางทีมงานก็ได้พาเราไปเยี่ยมชมบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีสถาปัตยกรรมตามแบบฉบับของเรือนไทยภาคกลาง ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ ๆ กับเขาวงกตที่ทำด้วยฟางเตี้ย ๆ เหมาะสำหรับน้องตัวเล็ก ๆ มาเล่น บ้านหลังนี้จะสร้างเป็นร้านอาหารและร้านกาแฟ เพื่อให้บริการลูกค้าที่อยากมาหาอะไรอร่อย ๆ ตามแบบฉบับของ Chef James Noble
หลังจากนั้นก็ได้พาเราไปเยี่ยมชมจุดที่ทางทีมงานตั้งใจจะสร้างเป็นจุดเพื่อสำหรับจัดงาน Events โดยเฉพาะงานแต่งงานซึ่งมีอยู่จุดหนึ่งซึ่งด้านล่างเป็นหน้าผาเล็ก ๆ และด้านหลังมีวิวของภูเขา ซึ่งจะมีนาข้าวหลากสีที่กำลังจะปลูกไว้ในฝั่งตรงข้าม และมีต้นไม้ใหญ่ตั้งตระหง่าน น้าอ้วนเชื่อว่าถ้าจุดนี้เสร็จรับรองว่าต้องสวยงามแน่นอน
หลังจากนั้นเราก็ลัดเลาะกันไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งทางฟาร์มได้ทำเส้นทางเดินไว้ จนมาโผล่ที่ไร้ข้าวโพด ซึ่งไร่ข้าวโพดนี้ทางฟาร์มตั้งใจจะทำเป็นเขาวงกต ซึ่งจุดนี้ตั้งชื่อว่า A Maze in Thailand โดยเขาวงกตนั้นจะมีอยู่ 3 จุดด้วยกัน โดยแต่ละจุดจะปลูกข้าวโพดต่างพันธุ์กัน และต่างช่วงเวลา เนื่องจากข้าวโพดเป็นพืชที่ต้องใช้เวลาในการเติบโตประมาณ 3-4 เดือน ซึ่งจะสามารถหมุนเวียนเปลี่ยนกันได้ครบใน 1 ปีพอดี สิ่งที่น่าสนใจสำหรับไร่ข้าวโพดแห่งนี้ก็คือ ทางเชฟโนเบิล จะให้เกษตรกรเข้ามาปลูกข้าวโพดได้ฟรี โดยไม่เก็บค่าเช่าแต่อย่างไร รวมไปถึงเมื่อข้าวโพดออกผลผลิตแล้วก็สามารถให้เกษตรกรเก็บผลผลิตนั้นไปได้เลย ซึ่งทางฟาร์มก็จะใช้ประโยชน์แค่ต้นข้าวโพดที่เติบโตเท่านั้นเพื่อทำเป็นเขาวงกต เรียกได้ว่าสร้างอาชีพให้เกษตรกรในพื้นที่ไปในตัว แบบนี้ Win-Win กันทั้งสองฝ่าย
อาจจะมีคำถามว่า เมื่อถ้าเราหรือเด็กเข้าไปในเขาวงกตแล้ว (ซึ่งมีพื้นที่กว้างพอสมควรเลย) เกิดหลงทางหละ จะทำอย่างไร? ข้อนี้ทางฟาร์มได้คิดมาแล้วโดยที่ ทุกคนที่จะเข้าไปในเขตวงกต จะมีลูกโป่งติดไปด้วยคนละ 1 ลูก ในกรณีถ้าคิดว่าหลงทางแน่นอนแล้ว ก็ให้ปล่อยลูกโป่งให้ลอยขึ้น ซึ่งทางฟาร์มจะมี Guard คอยประจำตามจุดต่าง ๆ เพื่อเห็นผู้เล่นขอความช่วยเหลือ Guard ก็จะรีบไปหาแล้วพาออกมาอย่างปลอดภัย
จากนั้นเราก็เดินมาชมจุดขายตั๋ว หรือจุดบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งตรงนี้จะติดกับสระเล็กๆ ซึ่งมองเห็นวิวภูเขาได้ด้วย ซึ่งบอกเลยว่าเป็นจุดที่ร่มรื่นและน่ามาถ่ายรูปมาก
เมื่อเดินตามทางไปเรื่อย ๆ เราก็จะมาข้ามสะพานไม้ โดยจุดนี้ทางฟาร์มมีความตั้งใจทำเป็นสะพานแห่งความรัก โดยนักท่องเที่ยวจะได้กุญแจเพื่อเอามาห้อยกับราวสะพานเหมือนกับที่เกาหลีไม่มีผิด งานนี้บอกเลยว่าโปรดไปเป็นคู่ ไม่งั้นเหงาแย่นะจ๊ะ
เมื่อสิ้นสุดราวสะพาน เราก็จะมาโผล่อีกด้านหนึ่ง ซึ่งตรงนี้แหละเราจะได้รู้แล้วว่าวัตถุดิบที่ใช้นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ด้านซ้ายมือเราจะสังเกตเห็นบ้านไม้ 3 หลังเล็ก ๆ เรียงกัน ซึ่งตรงจุดนี้แหละ เชฟโนเบิล ตั้งใจที่จะทำเป็น Ketchup Factory และ Jam Factory โดยนำผลผลิตจากฟาร์มเอามาทำเป็นซอสมะเขือเทศและแยม เพื่อเอามาใช้ในร้าน ซึ่งบริเวณนี้จะมีร้านอาหาร Waiting for May ตั้งอยู่ด้วย
เดินต่อไปถัดมาเราก็จะเจอโรงเรือนต่าง ๆ มากมายเรียงรายกันสีขาวสะอาดตา ซึ่งโรงเรือนแต่ละโรงก็จะมีป้ายชื่อติดไว้ โดยโรงเรือนเหล่านี้เชฟให้นิยามของฟาร์มที่นี่ว่า “เช่าพื้นที่ปลูก” ทุกร้านอาหาร ทุกโรงแรม สามารถติดต่อทางฟาร์มเพื่อขอให้ฟาร์มผลิตวัตถุดิบต่าง ๆ ตามที่ทางร้านต้องการ ไม่ว่าจะเป็นมะเขือเทศ ลูกฟิก เมลอน ฯลฯ โดยสามารถกำหนดสเป็คว่าต้องการเช่นไร หลังจากนั้นก็จะเป็นหน้าที่ของฟาร์มที่จะปลูก และดูแล จนได้ผลผลิตตามที่ลูกค้าต้องการ
โดยรวมแล้วในพื้นที่กว่า 500 ไร่นั้น บอกเลยว่าเชฟโนเบิล ใช้ประโยชน์จากที่ดินตรงนี้ได้ครบทุกตารางเมตรแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นไร่ข้าวโพดที่สามารถทำเป็นเขาวงกต โซนจัดอีเวนท์สำหรับแต่งงาน หรืองานต่าง ๆ ไร่ข้าวซึ่งจะมีหลายจุด ซึ่งจุดที่ใหญ่ที่สุดก็อยู่ตรงข้ามกับลานจัดอีเวนท์ โรงเรือนสำหรับปลูกพืชต่าง ๆ หรือแม้แต่ฟาร์มผึ้ง ซึ่งน้าอ้วนยังไม่ได้เล่าให้ฟัง ยังไม่ได้ไปดู เพราะเชื่อว่ากว่าที่ฟาร์มแห่งนี้จะเสร็จสมบูรณ์ก็ต้องใช้เวลากันหน่อย แต่!!! วันที่ 18 ธันวาคม 2563 นี้เขาจะเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการแล้วนะ ในช่วงแรกเข้าชมฟรี ใครอยากไปเที่ยวชมธรรมชาติ ให้ไวเลย และต้องบอกว่าถ้าจะมาเที่ยว โปรดใช้เวลาอย่างต่ำครึ่งวัน เพื่อจะได้เยี่ยมชมจุดต่าง ๆ ได้ครบ
0 Like0 Comment


